คนไทยปลื้ม!!!!สมเด็จพระเทพ ทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง  กับโครงการอาหารกลางวันผักสวนครัว ทั่วประเทศ

คนไทยปลื้ม!!!!สมเด็จพระเทพ ทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง กับโครงการอาหารกลางวันผักสวนครัว ทั่วประเทศ

ในอินสตราแกรม welove_thairoyalfamily โพสต์เรื่องราวจากหนังสือ พระราชนิพนธ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เกี่ยวกับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ว่า
"โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  มีพระราชดำริให้ทดลองทำโครงการอาหารกลางวันผักสวนครัว เมื่อ พ.ศ 2523 ด้วยจุดมุ่งหมายคือ " เราต้องการช่วยให้นักเรียนในโรงเรียนมีสุขภาพอนามัยบริบูรณ์แข็งแรง รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะและถูกตามส่วนประกอบที่จะบำรุงร่างกาย...อยากให้เป็นพืชผักหรืออุปกรณ์  แล้วให้นักเรียนมาทำการเกษตร  ซึ่งเป็นวิธีที่อ้อมและยากขึ้นมาอีกทางหนึ่ง 
อาหารที่จะให้รับประทานนั้น  เป็นอาหารที่ได้มาจากผลิตผลของนักเรียนผู้รับประทานเอง  ซึ่งอาจจะได้ผลช้า  แต่ก็เป็นวิธีหนึ่งซึ่งจะได้รับอาหาร  และคิดว่าจะได้รับประโยชน์เป็นผลพลอยได้ที่สำคัญ  คือ ความรู้ทางด้านการเกษตรและด้านโภชนาการซึ่งจะเป็นวิชาติดตัวไปจนนักเรียนเหล่านั้นเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ และได้ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรกรรม วิชาการใหม่ๆเหล่านั้น อาจจะนำมาช่วยในการครองชีพได้มากทีเดียว"

ภายหลังจากที่ได้ทดลองโครงการอาหารกลางวันผักสวนครัวเป็นเวลา1ปี ซึ่งได้ผลดีจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายไปสู่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศในพ.ศ 2524 เนื่องจากมีการเลี้ยงสัตว์และปลูกผักสวนครัวด้วย จึงเรียกชื่อใหม่ว่า "โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน" 
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯมีพระราชประสงค์ให้เด็กนักเรียนมีสุขภาพอนามัยบริบูรณ์แข็งแรง โดยอาศัยบริโภคอาหารที่ได้จากการเกษตรในโรงเรียน  อีกทั้งมีความรู้ทางการเกษตรจากการเข้าร่วมทำการเกษตรและทรงหาแนวทางที่จะช่วยพัฒนาชุมชน โดยให้โรงเรียนเป็นส่วนนำในการพัฒนาและการถ่ายทอดความรู้จากเด็กนักเรียนไปยังชุมชน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงให้เด็กนักเรียนร่วมกันทำการเกษตรเพื่อผลิตอาหารสำหรับนำไปบริโภค  เด็กนักเรียนได้เรียนรู้เทคนิคการปลูกผัก ผลไม้ โดยใช้พันธุ์พื้นบ้าน การเลี้ยงสัตว์ การเก็บเกี่ยวการแปรรูป  และการถนอมอาหาร

คนไทยปลื้ม!!!!สมเด็จพระเทพ ทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง  กับโครงการอาหารกลางวันผักสวนครัว ทั่วประเทศ

 

ขอบคุณ :ภาพ และ ข้อมูล จาก
อินสตราแกรม  welove_thairoyalfamily