- 10 ก.พ. 2561
พิรุธ! ไทยพีบีเอส กล่าวหาทีนิวส์บิดเบือนข่าวแฉเบื้องหลัง "เปรมชัย-ยงค์" แต่ลับหลังโทรขอร้องให้ทีนิวส์ลบข่าว หวังปกป้องใคร?
ตามที่มีข่าวจากทวิตเตอร์ของไทยพีบีเอส กล่าวหาว่าสำนักข่าวทีนิวส์บิดเบือนข่าวของไทยพีบีเอสที่รายงานคำสัมภาษณ์ของนายวีรวัธน์ ธีระประสานธ์ ประเด็นนายเปรมชัยโกหกว่าตนเองเพิ่งเข้าป่าครั้งแรก นั้น สำนักข่าวทีนิวส์ได้ย้อนไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏเนื้อหาสาระสำคัญดังนี้
8 กพ. 2561 ไทยพีบีเอส รายงานข่าว "ชำแหละ VIP ตกยุค ล่าสัตว์ทุ่งใหญ่ อดีต หน.เขตฯ ชี้ 30 ปี เพิ่งเคยเจอ"
เป็นบทสัมภาษณ์ขนาดยาว ของ นายวีรวัธน์ ธีรประสาธน์ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มีข้อความบางส่วนบางตอนระบุ
"...ลักษณะการรู้จักพรานท้องถิ่น ผมคิดว่าเขาเที่ยวป่าบ่อยนะ เพราะว่าคนที่ถูกจับคนหนึ่งอยู่ที่เมืองกาญจน์ พ่อของเขาเป็นพราน แล้วเท่าที่ทราบคุณเปรมชัยเที่ยวป่าตั้งแต่สมัยพ่อของพรานคนนี้แล้ว ถ้าบอกว่า 2 ครั้ง มันไม่น่าจะใช่..."
ให้สังเกตประโยคว่า "คนที่ถูกจับคนหนึ่ง" พ่อเขาเป็นพราน
9 กพ. 2561 เฟสบุค Siriwanna Jill New แชร์รายงานข้างต้นของไทยพีบีเอส พร้อมโพสข้อความ
"...นายวีรวัธน์ ธีรประสาธน์ อดีตหัวหน้าเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งใหญ่นเรศวร แฉหมดเปลือก นายยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี เป็นนายพรานล่าสัตว์ และเป็นคนขับรถของนายเปรมชัย ว่า
"อยู่ที่เมืองกาญจน์ พ่อของเขาเป็นพราน แล้วเท่าที่ทราบคุณเปรมชัยเที่ยวป่า ตั้งแต่สมัยพ่อของพรานคนนี้แล้ว ถ้าบอกว่า 2 ครั้ง มันไม่น่าจะใช่ ส่วนเรื่องจุดตรงนั้นเรียกว่าห้วยปะซิ ผมเข้าใจว่า เขาเคยพักด้วยนะ เพราะมันเป็นจุดที่ดีมากจริง ๆ จุดนี้เป็นจุดที่มีน้ำตลอดปี แล้วน้ำลึก หลบเจ้าหน้าที่ได้ค่อนข้างดี เพราะว่าแยกหลบมุมเข้าไป 100 เมตร ......."
โดยได้อ้างอิงถึงรายงานข่าวชิ้นดังกล่าวจากไทยพีบีเอสชัดเจนตามลิงค์ข่าวเดียวกันคือ http://http://news.thaipbs.or.th/content/270053 และ เฟสบุค Siriwanna Jill News ได้ระบุลงไปชัดเจนว่า "คนที่ถูกจับคนหนึ่ง" ที่ไทยพีบีเอสไม่บอกชื่อนั้นคือ "นาย ยงค์ โดดเครือ" ที่เป็นพรานล่าสัตว์และเป็นคนขับรถของนายเปรมชัย
ซึ่งต่อมา สำนักข่าว ทีนิวส์" ได้นำเสนอรายงานข่าว "ต้องฟัง? "พี่วัธน์"เพื่อนสนิท"พี่สืบ"อดีตหน.เขตทุ่งใหญ่ฯยุคกอดคอฟาดฟันผู้มีอิทธิพล แฉลึก"ยงค์คนรถเปรมชัย"มีพ่อเป็นพราน-ล่าสัตวแต่ยุคโน้นแล้ว" โดยอ้างถึงรายงานข่าวของไทยพีบีเอสและเฟสบุคของ Siriwanna Jill โดยยืนยันว่า คนที่นาย วีรวัธน์ อ้างถึงนั้นคือ นายยงค์ โดดเครือ จริง ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงในข่าว พร้อมกับการให้ข้อเท็จจริงว่า นายยงค์ โดดเครือ มีความสนิทสนมกับนายทักษิณ ดังที่ปรากฏหลักฐานรูปถ่ายที่เป็นข้อเท็จจริงในสื่อโซเซียลเช่นกัน
วันที่ 9 กพ. 2561 ไทยพีบีเอสได้ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า "ร้องเว็บไซต์บิดเบือนข่าว ThaiPBS ดัดแปลง-เติมชื่อ ทำให้เสียหาย" โดยอ้างว่า "มีผู้อ่านข่าว ThaiPBSnews ร้องเรียนว่า สำนักข่าว T news โดยระบุผู้เขียนชื่อ นายอารมณ์ เคนหล้า ใช้ข้อมูลจากเฟซบุ๊กของ Siriwanna Jill-new มาดัดแปลง แก้ไขเพิ่มเติม โดยเติมชื่อบุคคลลงไปในข่าวของ Thai PBSnews สร้างความเสียหายให้กับบุคคลที่ถูกกล่าวถึง และทำให้ครอบครัวของบุคคลดังกล่าวได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากสังคม และคนอ่านข่าวที่ไม่ได้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด และสร้างความเสียหายให้กับ ThaiPBS เป็นอย่างมาก"
9 กพ. 2561 (วันเดียวกัน) มีบุคคลอ้างตนว่าเป็น ผู้สื่อข่าวของไทยพีบีเอส โทรศัพท์มาที่สำนักข่าวทีนิวส์ขอพูดคุยกับนายอารมณ์ เคนหล้า ผู้รายงานข่าว โดยเนื้อหาการพูดคุยเป็นการขอร้องให้ทางทีนิวส์ลบข่าวชิ้นนั้นออกโดยอ้างว่า ทาง "บก.ข่าว"(ไม่ระบุชื่อ)ขอให้โทรมา โดยที่นายอารมณ์ได้ยืนยันชัดเจนขณะพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ว่า..."ได้หยิบข่าว "Siriwanna Jill - New" มานำเสนอต่อ โดยลงรายละเอียดทั้งหมดที่ "Siriwanna Jill - New" เพราะเห็นว่าน่าสนใจ ทั้งท้ายข่าวยังให้เครดิตไปถึง Thai PBS" อันเป็นต้นทางข่าวของ Siriwanna Jill อีกต่อหนึ่ง ซึ่งด้วยการคำนึงถึงคำขอร้องของเพื่อนร่วมวิชาชีพจึงแจ้งต่อกองบก.ข่าวของทีนิวส์เพื่อลบข่าวดังกล่าวออก ซึ่งทางกองบก.ก็รับทราบเรื่องแต่ทางไทยพีบีเอสกลับยังนำเสนอว่าสำนักข่าวทีนิวส์ "บิดเบือน" ข่าว ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง สร้างความเสียหายให้กับสำนักข่าวทีนิวส์ ทำให้สำนักข่าวทีนิวส์ตัดสินใจนำเสนอรายงานข่าว "ใครบิดเบือน-แล้วใครกลัวอะไร? "ที นิวส์"ยันไม่ได้บิดข่าว"เปรมชัย" ตามThaiPBSโจมตี โดยเฉพาะชื่อบุคคลในข่าว"
เมื่อทางไทยพีบีเอสกล่าวหาว่าสำนักข่าวทีนิวส์บิดเบือนข่าว(ซึ่งจริงๆต้องกล่าวหาเฟสบุค Siriwanna Jill News ด้วย) ก็ต้องไปพิจารณาข้อเท็จจริงว่า ตรงไหนที่สำนักข่าวทีนิวส์บิดเบือนข่าว
เพราะจากคำสัมภาษณ์ของไทยพีบีเอส ชัดเจนว่าอดีตหัวหน้าวีรวัธน์ อ้างถึง "คนที่ถูกจับคนหนึ่ง" อยู่ที่เมืองกาญจน์ พ่อเป็นพราน ซึ่งเป็นที่ชัดเจนอยู่จากหลักฐานข้อเท็จจริงว่านายยงค์ โดดเครือ เป็นหนึ่งในผู้ถูกจับพร้อมกับนายเปรมชัยและเป็นคนที่เคยเข้าป่าพร้อมกับนายเปรมชัยมาก่อนหน้านี้แล้ว ดังปรากฏรายงานข่าวในสื่ออื่นๆเช่น ไทยโพสต์รายงานข่าว "อ้าว...พรานข้างกาย'เปรมชัย'คิดถึง'ทักษิณ" โดยระบุว่า
"....บัญชีเฟซบุ๊คชื่อ Yong Dod Krua ปิดการใช้งภาพข้อมูลจาก FB yong.dodkrua ยงค์ โดดเครือ (ที่ตอนนี้ถูกปิดเข้าไม่ได้เเล้ว) ที่เคยโพสต์ภาพ คู่กับนายทักษิณ เเละเคยโพสต์ภาพการเข้าป่าของนายเปรมชัย เมื่อปี 59 #เเต่ไม่ได้ระบุว่าป่าที่ไหน
เเละเมื่อมีคนไปคอมเมนท์ ถามนายyong.dodkrua ว่า #พี่ไปทำอะไร นายyong.dodkrua ตอบกลับว่า #เที่ยวป่าล่าสัตว์"
ซึ่งก็เป็นข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกับที่เฟสบุค Siriwanna Jill ได้โพสข้อความและสำนักข่าวที่ทีนิวส์ได้นำเสนอว่า "คนที่ถูกจับคนหนึ่ง" ที่ไทยพีบีเอส อ้างถึงนั้น ก็คือ "นายยงค์ โดดเครือ" นั่นเอง
การรายงานข่าวนี้ สำนักข่าวทีนิวส์ บิดเบือน ข่าวตรงไหน? อย่างไร? เป็นสิ่งที่ไทยพีบีเอสต้องมีคำตอบที่ชัดเจนเพราะข้อกล่าวหานี้รุนแรงสำหรับวิชาชีพสื่อมวลชน
ในทางกลับกัน ทั้งๆที่รู้ทั้งรู้ว่าคนที่นานวีรวัธน์อ้างถึงนั้นคือ นายยงค์ โดดเครือ แต่ทำไมทางไทยพีบีเอสถึงไม่ระบุเรื่องนี้ให้ชัดเจนเสียเอง แต่กลับโทรศัพท์มา "ขอร้อง" ให้สำนักข่าวทีนิวส์ลบข่าวเพราะ "สร้างความเสียหายให้กับบุคคลที่ถูกกล่าวถึง และทำให้ครอบครัวของบุคคลดังกล่าวได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากสังคม" คำถามคือ "บุคคลที่ไทยพีบีเอสระบุว่าถูกกล่าวถึงคือใคร?" คือ "นายวีรวัธน์" ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ หรือคือ "นายยงค์ โดดเครือ" กันแน่?
ข้อสังเกตุก็คือ นายวีรวันธ์ ออกมาให้ข้อมูลว่านายเปรมชัย "เข้าป่ามาตั้งแต่สมัยพ่อของพรานคนนี้แล้ว" ซึ่งก็คือกำลังบอกว่า นายเปรมชัย โกหก(ที่บอกว่าเพิ่งเข้าป่าครั้งแรก) ซึ่งก็ตรงกับหลักฐานจากหน้าเฟสบุค(ที่ถูกลบไปแล้ว)ของนายยงค์ โดดเครือ ความชัดเจนที่นายวีรวัธน์พูดเรื่องนี้ ประกอบกับความเป็นคนตรงที่ร่วมต่อสู้กับ "สืบ นาคะเสถียร" มา ทำให้คิดได้ว่า นายวีรวัธน์ไม่น่าจะเป็นผู้เสียหายจากการรายงานข่าวของทีนิวส์ Siriwanna Jill และสื่ออื่นๆอย่างแน่นอน
น่าสังเกตว่าการกระทำของไทยพีบีเอส จึงเสมือนการร่วมปกป้อง "ผู้เสียหาย" อันเนื่องมาจากข่าวที่ไทยพีบีเอสรายงานเองใช่หรือไม่?
ถ้า ... ย้ำว่า ถ้าไทยพีบีเอสใช้ที่ได้ไปปีจะงบประมาณ 2 พันกว่าล้าน แต่มีพฤติกรรมปกป้องคนที่ร่วมขบวนการล่า-ฆ่าเสือดำที่ทุ่งใหญ่จริง? เรื่องนี้จะเป็นเรื่องเลวร้ายเสียยิ่งกว่าเรื่องอื้อฉาวซื้อหุ้นซีพีเอฟของไทยพีบีเอสเสียอีก
