- 13 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.mouthkrajay.com
วันที่13 ก.พ. 61 ที่เดอะฮอลล์ บางกอก สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ร่วมกับ เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ จัดเวทีเสวนา“10ปี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสังคมไทย” ภายในงานมีระดมความคิดเห็น ทบทวนการทำงานที่ผ่านมาและประสิทธิผลของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลดผลกระทบ ตลอดจนทบทวนการต่อสู้กว่าจะได้ พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้ โดยมีภาคีเครือข่ายจากทั่วประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนกว่า 150 คน
ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผจก.สสส.กล่าวว่า พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์มีกฎหมายเริ่มบังคับใช้ ปี 2553 และ ปี2561 พบว่าหลังมี พ.ร.บ. ภาพรวมเป็นไปในทางที่ดีขึ้น การควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า สัดส่วนประชาชนที่พบเห็นการโฆษณา อย่างน้อยหนึ่งสื่อในหนึ่งวัน ลดลงจากร้อยละ53 เหลือร้อยละ36 ในปีที่สอง แต่เพิ่มเป็นร้อยละ39 เพราะการโฆษณาที่มีการพบเห็นเพิ่มขึ้นมาก คือ สื่ออินเตอร์เน็ต เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ134 และ ร้านค้าเป็นช่องทางที่ธุรกิจเครื่องดื่มฯใช้โฆษณาเพิ่มขึ้นอย่างมาก คือ ประชาชนเห็นสื่อโฆษณาในร้านค้าร้อยละ 9.5 ในปี2553 เป็นร้อยละ15 ในปี 2561 ส่วนสื่อหลักต่างๆที่ประชาชนเห็นโฆษณาลดลงอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โทรทัศน์ ป้ายกลางแจ้ง สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ และ สื่อเคลื่อนที่
ด้านเภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) กล่าวว่า กว่า10 ปีของการบังคับใช้พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เห็นชัดว่าคนไทยส่วนใหญ่รับรู้กฎหมายมากขึ้น แต่ที่ยังเป็นปัญหาสำคัญคือภาคธุรกิจ หาช่องทางเลี่ยงกฎหมาย หรือทำผิดอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย สะท้อนจาก การเฝ้าระวังและบังคับใช้พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา พบว่า ตลอดปีที่ผ่านมา มีสมาชิกร้องเรียนการทำผิดกฎหมาย มากถึง 2,045 ครั้ง ขณะที่เครือข่ายฯจากส่วนกลางได้ดำเนินคดีและแจ้งไปยังหน่วยงานในพื้นที่กว่า 633 กรณี ฐานความผิดส่วนใหญ่ คือ ส่งเสริมการขาย ลดแลกแจกแถม ขายโดยไม่มีใบอนุญาต ขายในสถานที่ห้ามขาย เร่ขายและขายให้เด็กอายุต่ำกว่า20 ปี ทั้งนี้หากจะให้เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้ดูแลกฎหมายฉบับนี้ ต้องกำหนดมาตรการใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง และหากเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งทุกระดับจริงจังบังคับใช้กฎหมายมากกว่านี้ ปัญหาจากน้ำเมาจะลดลงได้เกินครึ่ง และขอเรียกร้องให้กลุ่มธุรกิจหยุดวิ่งเต้นแก้กฎหมาย เช่น เสนอให้แก้ไขช่วงเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มากขึ้น แก้ไขเรื่องการโฆษณา ซึ่งล้วนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจทั้งสิ้น
