กรมอุตุฯประกาศ ฉ.6 !!พื้นที่ต่อไปนี้จะอากาศร้อนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ในช่วงวันที่ 21 - 24 จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลด

กรมอุตุฯ ประกาศ ฉ.6 !! พื้นที่ต่อไปนี้ จะอากาศร้อนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ในช่วงวันที่ 21 - 24 นี้ จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 21-24 กุมภาพันธ์ 2561)" 
ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561
     ในช่วงวันที่ 21-24 กุมภาพันธ์ 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศแปรปรวน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงได้บางพื้นที่ ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าว สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
        ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้

        จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

       

        ประกาศ ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.

        กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.

       

        (ลงชื่อ) วันชัย ศักดิ์อุดมไชย

        (นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย)

        อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

     ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนกับมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่ สำหรับภาคเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า ส่วนภาคใต้มีฝนตกได้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย 

     อนึ่ง ในช่วงวันที่ 21-24 กุมภาพันธ์ 2561 ประเทศไทยจะมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเล อันดามันมีกำลังปานกลางโดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

     ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ส่วนภาคเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า

     ภาคเหนือ    
ทางตอนบนของภาค มีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า 
อุณหภูมิต่ำสุด 13-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส 
ทางตอนล่างของภาค มีอากาศร้อนกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ 
อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส 
บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส 
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

     ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    
มีอากาศร้อนกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย 
หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา 
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส 
บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-14 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

     ภาคกลาง    
มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี และกาญจนบุรี 
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    

     ภาคตะวันออก    
มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี และระยอง 
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 29-36 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร 

     ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)    
มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และครศรีธรรมราช 
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร 

     ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)    
มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต 
อุณหภูมิต่ำสุด 18-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร 

     กรุงเทพมหานครและปริมณฑล    
มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ 
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.