- 19 มี.ค. 2561
ก.เกษตรฯ ยันเดินหน้านโยบายเกษตรอินทรีย์ ผนึกกำลังทุกภาคีเครือข่าย!!!
วันที่ 19 มึ.ค. กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้านโยบายเกษตรอินทรีย์ต่อเนื่อง ผนึกกำลังทุกภาคีเครือข่าย ร่วมเดินหน้าแผนงานพร้อมจัดตั้ง “สถาบันพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ” ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม
นายสรวิศ ธานีโต โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ที่ผ่านมา และวางแนวทางการขับเคลื่อนในระยะต่อไป
โดยเน้นย้ำให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ยึดพื้นที่เป็นหลักในการบูรณาการเป็นองค์รวม เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยใช้แนวทางตลาดนำการผลิต พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้บริโภค
ถึงประโยชน์และคุณค่าของสินค้าเกษตรอินทรีย์ และให้มีการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้มีเกษตรกรผลิตสินค้าอินทรีย์ที่ผ่านการรับรองจากระบบต่าง ๆ จำนวน 141 กลุ่ม รวม 10,895 ราย พื้นที่เกษตรอินทรีย์ประมาณ 227,137 ไร่
โดยกรมพัฒนาที่ดินได้จัดทำแผนที่เกษตรอินทรีย์ (Organic Agri - map) เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงฐานข้อมูลเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าอินทรีย์ สำหรับการสั่งซื้อโดยตรงจากตัวเกษตรกร และเตรียมจัดตั้งสถาบันพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ
เพื่อให้เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์
ด้าน นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา
มีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งผลักดันการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ให้สอดรับโครงการไทยนิยม ยั่งยืน โดยมีรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายธนิตย์ เอนกวิทย์) เป็นประธาน และ สศก. ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนจากกระทรวงต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยภาคเอกชน ภาคเกษตรกร และภาคการศึกษา โดยในส่วนของ สศก. ได้เร่งจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการจัดตั้งสถาบันพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์
และแสวงหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการ ด้วยการประสาน ธ.ก.ส. เพื่อสนับสนุนโครงการสินเชื่อสีเขียว (Green Credit) อัตราดอกเบี้ยต่ำ เป้าหมายวงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท (ดำเนินการปี 2561 – 2564)
ตลอดจนเสนอกรมศุลกากร แก้ไขเพิ่มเติมรหัสสถิติต่อท้ายพิกัดอัตราศุลกากร 5 สินค้า คือ ชาใบเขียวอินทรีย์ มะพร้าวอ่อนอินทรีย์ กะทิสำเร็จรูปอินทรีย์ มังคุดอินทรีย์ และทุเรียนอินทรีย์ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บข้อมูลสินค้าอินทรีย์นำเข้าและส่งออก
โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561 ทั้งนี้ สศก. จะประมวลผลภาพรวมของประเทศ เพื่อเตรียมเสนอรัฐมนตรีว่ากากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ
ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมเร็วๆ นี้ และเชื่อมั่นว่าการดำเนินโครงการเกษตรอินทรีย์ ซึ่งสอดรับกับโครงการไทยนิยม ยั่งยืน จะสามารถเพิ่มพื้นที่การผลิตเกษตรอินทรีย์ สร้างมูลค่า ขยายช่องทางตลาด และมีการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศได้เพิ่มขึ้น
ตอบสนองต่อเป้าหมายภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ปี 2560 – 2564 สร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ และผู้บริโภคถึงประโยชน์และคุณค่าของเกษตรอินทรีย์ในระยะยาว
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้โรงพยาบาลอาหารปลอดภัย ร่วมกับ บริษัทประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข มีผลตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2560 เป็นต้นมา โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 896 แห่งทั่วประเทศ เพื่อจับคู่กับผู้ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่
วางแผนจัดทำเมนูอาหารให้กับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยอีกด้วย
----------------------------------------------
ขอบคุณ :
กลุ่มโฆษกและวิเคราะห์ข่าว กองเกษตรสารนิเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
