เอาแล้ว..."เพื่อนฟ้า" แผลงฤทธิ์ !!?? แจ้งความกลับ "อัจฉริยะ"...หมิ่นประมาท แจ้งความเท็จ! (รายละเอียด)

เอาแล้ว..."เพื่อนฟ้า" แผลงฤทธิ์ !!?? แจ้งความกลับ "อัจฉริยะ"...หมิ่นประมาท แจ้งความเท็จ! (รายละเอียด)

จากกรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ธนาดล แก้วอุบล รอง ผบก.ปอท.  ให้ดำเนินคดีกับนางสาวกนกพรรณ หมวกไสวหรือฟ้าน้ำเต้าหู้ และนางปรวิสา  รุ่งเรืองวิโรจน์     ในฐานความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 (4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดใดที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า บุคคลทั้ง 2 คน มีการถ่ายทอดสดหรือไฟล์สดทางโซเชียลช่องยูทูป https://youtu.be/TsW-bWVvXVo ก่อนนำภาพหรือคลิปโป๊ ผู้หญิงคนอื่นมาเปิดให้ดูตอนไลฟ์สดด้วย เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2561 ซึ่งการถ่ายทอดสดดังกล่าวของบุคคลทั้งสองมีการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ โดยมีผู้ชมการถ่ายทอดจำนวนนับหมื่นราย

ตนเองไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองอะไรกับบุคคลทั้งสองคน แต่ได้พบเห็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จึงร้องทุกข์กล่าวโทษให้ตำรวจ บก.ปอท.ดำเนินคดีกับ น.ส.กนกพรรณ และ นางปรวิสา เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีกับเยาวชน และสังคม 

 

ด้าน พ.ต.อ.สุธีร์ เผยเบื้องต้นว่า พนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหบักฐานแล้วออกหมายเรียกบุคคลในคลิปทั้งสองคนมารับทราบข้อหาความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ม.14(4) และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาวันที่ 21 มี.ค. 2561 นางสาวกนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า คนสนิทครูปรีชา คดีล็อตเตอรี่รางวัล 30 ล้านบาท เข้ามอบตัว กับพ.ต.อ. ธนดล แก้วอุบล รองผู้บังคับการตำรวจรถไฟ ปฏิบัติราชการแทนรองผู้บังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. หลังศาลออกหมายจับ ฐานผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไลฟ์เฟสบุ๊ค เปิดคลิปเปลือยหน้าอกหญิงสาว เข้าข่ายนำเข้าข้อมูลลามกอนาจาร เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา

เอาแล้ว..."เพื่อนฟ้า" แผลงฤทธิ์ !!?? แจ้งความกลับ "อัจฉริยะ"...หมิ่นประมาท แจ้งความเท็จ! (รายละเอียด)

เอาแล้ว..."เพื่อนฟ้า" แผลงฤทธิ์ !!?? แจ้งความกลับ "อัจฉริยะ"...หมิ่นประมาท แจ้งความเท็จ! (รายละเอียด)

โดยนางสาวกนกวรรณ ยอมรับว่า มีการเผยแพร่ภาพสดผ่านเฟสบุ๊คไลฟ์จริง แต่เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือน มิถุนายน ถึงกรกฎาคม 2560 พร้อมปฏิเสธว่าในห้วงเวลาที่ถูกระบุในหมายจับว่าโพสต์คลิปวิดีโอ วันที่ 1มีนาคมนั้นไม่ได้เป็นไปตามกล่าวอ้าง อีกทั้งคลิปดังกล่าวได้โพสต์ลงในกลุ่มเฟสบุ๊คส่วนตัว ทำขึ้นเพื่อล้อเลียนคู่กรณีที่เป็นกลุ่มการเมือง และหลังจากไลฟ์เฟสบุ๊คเสร็จ ได้ลบคลิปดังกล่าวทันที 

นางสาวกนกวรรณ กล่าวอีกว่า วันนี้เป็นการเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายจับ และไม่คิดหลบหนี พร้อมจะให้การตามความเป็นจริง เนื่องจากเชื่อว่าตนเองถูกกลั่นแกล้ง ส่วนจะดำเนินคดีกับใครนั้นต้องปรึกษากับทนายความก่อน

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ธนดล ได้รับมอบตัวผู้ต้องหาโดยแสดงหมายจับให้กับผู้ต้องหาได้รับทราบตามขั้นตอน ซึ่งนางสาวกนกพรรณ ยืนยันให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยจะยื่นหลักทรัพย์เงินสด 100,000 บาทเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว

ล่าสุดสำหรับความเคลื่อนไหวหลังจาก น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท.และสอบปากคำ นานกว่า 11ชั่วโมง หลังถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ , เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา 14 (4) อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 (4), (5)

ต่อมาเวลา 01.40น.นางปรวิสา รุ่งเรืองวิโรจน์ ภรรยา นักร้อง ศร ศรศักดิ์ หรือ ศร อิจฉา ได้เดินออกมาจากห้องสอบสวนโดยระบุว่าช่วงคืนที่ผ่านมามีการสอบปากคำตลอดทั้งคืน โดยน.ส.กนกพรรณมีอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากมีอาการไม่สบายอยู่ก่อนแล้ว ประกอบกับกดดันจากการสอบปากคำยาวนานกว่า 10 ชั่วเตรียม ซึ่งหลังจากการสอบปากคำเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะนำตัวน.ส.กนกพรรณ ไปรักษาตัวก่อนแต่อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ให้ประกันตัวในชั้นพนังงานสอบสวน แต่ทาง น.ส.กนกพรรณได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 100,000บาท ไว้ประกันตัวแล้วในชั้นศาล ในช่วงเช้าของวันนี้(22มี.ค.)

ทั้งนี้นางปรวิสา รุ่งเรืองวิโรจน์ ยังระบุเพิ่มว่ากรณีที่น.ส.กนกพรรณ จะดำเนินคดีแจ้งความเท็จกับคู่กรณีนั้นยังไม่ได้มีการแจ้งความเรื่องจากน.ส.กนกพรรณถูกหมายจับเสียก่อน แต่ตนเองนั่นได้ทำการแจ้งความดำเนินคดีกับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แล้ว ในข้อหาหมิ่นประมาท และแจ้งความเท็จ

ซึ่งขณะที่ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางปรวิสา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบนำตัว น.ส.กนกพรรณ ออกอีกประตู ก่อนจะรีบเดินเข้าลิฟท์นำตัวขึ้นรถออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว