ก็ต้องรับผลไป!!! คนขับบัสมรณะมอบตัว โดนข้อหาอ่วม พบสารเสพติด:ขับรถเร็วบนเส้นทางไม่เหมาะ??? ต้องรับโทษขั้นสูงสุด?!?  (รายละเอียด)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถบัสเบรกแตก พุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนร้านค้าข้างทาง มีผู้เสียชีวิต 18 ศพและบาดเจ็บ 32 ราย เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยทราบชื่อคนขับรถ คือ นายกฤษณะ จุฑาชื่น ขณะที่พนักงานสอบสวนกำลังรอเจ้าหน้าที่จากบริษัทนำเที่ยวเดินทางจากจังหวัดกาฬสินธุ์ชี้ยืนยันตัวคนขับอีกครั้งนั้น

 

 

ก็ต้องรับผลไป!!! คนขับบัสมรณะมอบตัว โดนข้อหาอ่วม พบสารเสพติด:ขับรถเร็วบนเส้นทางไม่เหมาะ??? ต้องรับโทษขั้นสูงสุด?!?  (รายละเอียด)

 

 

 

       ต่อมาเวลา 12.30 น.ของวันนี้(22มี.ค.) นายกฤษณะ ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว ในสภาพมีบาดแผลถลอกตามแขนขา ได้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินมาก จึงใช้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี ต่อมาสำนึกผิดประกอบกับบาดแผลเริ่มอักเสบ ทำให้เจ็บแผลมากจึงตัดสินใจเข้ามอบตัว

 

ก็ต้องรับผลไป!!! คนขับบัสมรณะมอบตัว โดนข้อหาอ่วม พบสารเสพติด:ขับรถเร็วบนเส้นทางไม่เหมาะ??? ต้องรับโทษขั้นสูงสุด?!?  (รายละเอียด)

 

ส่วนสาเหตุเกิดจากระบบห้ามล้อชำรุดในระหว่างลงเขาวังน้ำเขียว พยายามควบคุมรถแต่ความลาดชันของเส้นทางทำให้ความเร็วของรถเพิ่มขึ้นสุดวิสัยที่จะบังคับได้ ซึ่งตรงกับคำให้การของผู้โดยสาร ได้กลิ่นเหม็นไหม้ที่ใต้ท้องรถและรถส่ายไปมาก่อนจะเกิดเหตุ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ก็ต้องรับผลไป!!! คนขับบัสมรณะมอบตัว โดนข้อหาอ่วม พบสารเสพติด:ขับรถเร็วบนเส้นทางไม่เหมาะ??? ต้องรับโทษขั้นสูงสุด?!?  (รายละเอียด)

 

       ด้านพล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยด้วยว่าเบื้องต้น คนขับให้การรับสารภาพ ขณะเกิดเหตุคุมรถไม่ได้เนื่องจากเบรกแตก ทั้งนี้จากการตรวจร่างกายเบื้องต้น พบสารเสพติดในร่างกาย จึงต้องทำการตรวจให้ละเอียดอีกครั้งว่าเป็นสารเสพติดชนิดใด โดยพนักงานสอบสวน เตรียมตั้งหลายข้อหา เช่น  ขับรถประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และมีสารเสพติดในร่างกาย

 

       สำหรับนายกฤษณะ มีใบอนุญาตขับรถ ชนิด ท.2 เลขที่ 584/42 หมดอายุ 26 เมษายน 2562 จากการตรวจวัดความเร็วด้วยระบบสัญญาณจีพีเอส ครั้งล่าสุดที่กรมการขนส่งทางบกสามารถตรวจวัดได้คือ พบใช้ความเร็ว 83 กม.ต่อชั่วโมง ถือว่าเร็วเกินไป ซึ่งจุดที่เกิดเหตุบริเวณถนนสาย 304 มีทางโค้งและลาดชันเป็นทางยาว หลังจากนี้กรมการขนส่งทางบก จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามผลคดีอย่างใกล้ชิด และเรียกผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับรถมาชี้แจงข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยจะได้พิจารณาลงโทษขั้นสูงสุดในทุกกรณีความผิด รวมไปถึงการเพิกถอนใบอนุญาตด้วย

 

ก็ต้องรับผลไป!!! คนขับบัสมรณะมอบตัว โดนข้อหาอ่วม พบสารเสพติด:ขับรถเร็วบนเส้นทางไม่เหมาะ??? ต้องรับโทษขั้นสูงสุด?!?  (รายละเอียด)