- 04 เม.ย. 2561
"บังโต" โต้ ไม่ได้เหยียดคนบูชารูปปั้น ส่วนตัวปฏิบัติตามหลักการกว่าคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นชาวพุทธ ศีล 5 ศีล 8 ตนปฏิบัติครบมา 10 ปีแล้ว!
จากกรณีเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา ได้มีชาวโซเชียลจำนวนมาก ได้แชร์คลิปรายการเกี่ยวกับการพูดคุยกันเรื่องศาสนา โดยมีชื่อว่า โต-ตาล ซึ่งมีพิธีกรหลัก คือ โต ซิลลี่ฟู อดีตนักร้องชื่อดังค่ายยักษ์ใหญ่ของประเทศไทยคนหนึ่ง
โดยทั้งคู่ได้พูดคุยกันเรื่องประเด็นที่ว่า ทำไมอิสลามถึงไม่มีรูปปั้น...เหมือนชาวพุทธไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ จนทำให้เกิดการวิจารณ์กันเป็นวงกว้าง มีเหล่าโซเชียลที่เห็นต่างเข้ามาด่าทอกันเป็นจำนวนมากนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561ที่ผ่านมา บังโต ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทุบโต๊ะข่าวเอาไว้ว่า ตนเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้ เพิ่งตนพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว ก็ไม่เข้าใจว่าประเด็นมันคืออะไร ซึ่งเรื่องดังกล่าว สืบเนื่องจากมีคำถามมาที่รายการของตนว่า ทำไมอิสลามถึงไม่มีรูปปั้นเอาไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ซึ่งตามหลักอิสลามเราไม่กราบไหว้สิ่งใดนอกจากผู้สร้าง ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้าง ก็เลยอธิบายว่าทำไมรูปปั้นจึงไม่มีค่าในทัศนะของคนที่เป็นมุสลิม ส่วนตัวแล้วตนคิดว่า เขาคิดว่าตนไปดูถูกศาสนาพุทธใช่หรือไหม แต่ถ้าคนที่ดูรายการตนและติดตามนั้น รายการของตนมีมา 6 ปีแล้ว ตนจะยกคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้ตลอด ส่วนตัวก็ปฏิบัติตามหลักการของพระพุทธเจ้า ใกล้ชิดมากกว่าคนที่เรียกว่าตัวเองเป็นศาสนาพุทธมาเยอะ ศีล 5 ศีล 8 ตนปฏิบัติครบมา 10 ปีแล้ว
ตนพูดในเรื่องทำไมถึงไม่ให้เกียรติรูปปั้น เอาแค่ค่าของมัน มันมีค่าและความสวยงามน้อยกว่ามนุษย์อยู่แล้ว มันเป็นแค่สิ่งที่ถูกปั้นโดยน้ำมือมนุษย์ นี่คือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวหัวใจของศาสนาอิสลามไม่ได้ ส่วนกรณีที่มีคนบอกว่าตนดูถูกศาสนาพุทธ ตรงนี้ฟังที่ตนพูดผิด เพราะสิ่งที่ตนพูดตลอดรายการ ได้ยกสิ่งที่พระพุทธเจ้าขึ้นมาเป็นระดับสูงเสมอ คำสอนสูงเสมอ เพราะถ้าตนพูดดูถูกศาสนาพุทธ ตนก็พูดดูถูกพระพุทธเจ้า แปลว่าผมทำผิดตามหลักการศาสนาอิสลาม เพราะไม่มีสิทธิที่จะวิจารณ์ศาสนทูตท่านใด
ผมขอถามว่า พระพุทธเจ้าสั่งให้ปั้นรูปของท่านและก็ไหว้ท่านหรือเปล่าครับ ซึ่งอันนี้คิดกันแล้วตอบกันเอาเอง ผมไม่มีสิทธิไปวิพากษ์วิจารณ์มันเป็นสิทธิของทุกคนที่จะทำดีทำชั่ว ทำอะไรก็ได้ แต่ว่าคำถามคือผมตอบคำถามของคนที่ถามว่าทำไมอิสลามจึงไม่ไหว้รูปปั้น ผมก็ตอบไปเท่านั้นเอง ผมไม่มีสิทธิไปพูดว่าใครผิดใครถูกอยู่แล้ว ผมพูดคำถามที่ว่าทำไมมุสลิมถึงไม่ไหว้รูปปั้น คือต้องไปฟังคลิปดีๆว่าผมไม่เคยไปเท้าความถึงใคร และอย่าว่าแต่คลิปนี้เลย ถ้าไปฟังรายการโต-ตาลมันมีอยู่ในยูทูปมา 6 ปีแล้ว ทุกทัศนะ ทุกแง่มุมของอิสลามมันไม่มีการจะไปพูดถึงการที่คนจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ นอกจากสิ่งที่ชั่วจริงๆ เช่น การฆ่าคน การข่มขืน ซึ่งอันนี้ต้องพูดให้ชัด แต่ถ้าคนจะไปบูชารูปปั้นและคุณคิดว่าดีอันนี้ผมไม่เห็นด้วยแต่มันก็เป็นสิทธิของคุณ
ทั้งนี้ก็มีนักเขียนท่านหนึ่งก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ชื่อว่า Kornkit Disthan โดยระบุข้อความทั้งหมดเอาไว้ว่า
หลักการของศาสนาอิสลามกับศาสนาพุทธแตกต่างกันคนละขั้วอยู่แล้ว ศาสนาหนึ่งเชื่อในพระผู้สร้าง อีกศาสนาเชื่อว่าไม่มีผู้สร้าง มีแต่การเกิดดับตามเหตุปัจจัย, ศาสนาหนึ่งห้ามบูชาเจว็ด อีกศาสนาบูชารูปเคารพ (ไม่ว่าจะบูชาเพื่อวิงวอน ซึ่งเป็นพุทธในระดับชาวบ้าน หรือการใช้เพ่งภาวนาพุทธานุสสติในระดับปฏิบัติ)
ศาสนาอิสลามเป็น Aniconism คือ ห้ามสร้างรูปเหมือของสิ่งมีชีวิตใดๆ เพราะพระเจ้านั้นสูงสุด การบูชารูปเคารพถือเป็น ชิริก เป็นความผิดมหันต์ที่ไม่อาจอภัยได้
แต่ศาสนาพุทธในยุคต้นก็เป็น Aniconism เช่นกัน โดยไม่มีการทำรูปพระพุทธเจ้าหรือแม้แต่พญามาร กระทั้งในยุคใกล้ๆ เช่น ในไตรภูมิสมัยกรุงธนบุรีก็ไม่มีการวาดภาพพระพุทธเจ้า เป็นเพียงสัญลักษณ์คล้ายบัวตูมเท่านั้น
ความเหมือนนี้ใช่ว่าจะทำให้หลักการของพุทธและอิสลามสอดคล้องกัน แน่ล่ะ ในแถบอัฟกานิสถานและทิเบต เคยมีความพยายามทำให้พระเจ้าและจิตพุทธะเป็นหนึ่งเดียวกันมาแล้ว นั่นคือหลักกาลจักรตันตระของวัชรยาน แต่เรื่องนี้มีความซับซ้อนเกินกว่าศาสนิกในระดับชาวบ้านของทั้ง 2 ศาสนาจะมาเข้าอกเข้าใจกันได้ ยิ่งในยุคหลัง ชาวพุทธยึดติดกับรูปเคารพเหมือนเป็นเทพเจ้าที่ขอได้ทุกอย่าง ลืมไปว่าเดิมนั้นพระพุทธรูปคือตัวแทน อภิมนุษย์ เท่านั้นไม่ใช่เทพเจ้าตนไหน
ความแตกต่างสุดขั้วสามารถสมานฉันท์ได้ ด้วยการไม่โจมตีกันและกัน ถ้าทนไม่ไหวก็หลับตาข้างเดียวเสีย ต่างปฏิบัติแนวทางของตัวเองไป โดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่ในสังคมพหุนิยมหรือมีขันติธรรมทางศาสนาสูง
ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Kornkit Disthan สำนักข่าวตรงประเด็น
