ลูกน้องเยอะแยะเต็มไปหมดเลย !?!? "สมคิด" อนาคตการเมือง "บิ๊กตู่" สนับสนุนให้ดูแลประเทศ ...ลูกน้องแต่ละคนชื่อชั้นไม่ธรรมดา  (มีคลิป)

ลูกน้องเยอะแยะเต็มไปหมดเลย !?!? "สมคิด" อนาคตการเมือง "บิ๊กตู่" สนับสนุนให้ดูแลประเทศ ...ลูกน้องแต่ละคนชื่อชั้นไม่ธรรมดา (มีคลิป)

ในรายการทีนิวส์ สด ลึก จริง ได้นำเสนอข้อมูลหลังจากที่มีกระแสข่าวการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และกระแสการทาบทามอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการร่วมตั้งพรรค  ถึงขนาดระบุว่าวางให้นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค 

(มีคลิป)
 

เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจน จึงทำให้นักข่าวทำเนียบได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวไปสอบถาม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  โดยนายสมคิดกล่าวว่า เคยได้ยินคำพูดจากปากตนหรือไม่ เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีอดีตนักการเมืองเดินทางมาพบ นายสมคิด กล่าวว่า ต้องขอบคุณที่คิดถึงตน ตอนนี้ ตนอายุ​ 65 ปีแล้ว ขอเวลาดูบุพเพสันนิวาสดีกว่านะ  เขาก็รู้จักกับเรา เขาก็มาเยี่ยมเยียนเท่านั้นเอง  ส่วนอนาคตเป็นเรื่องของอนาคต ความจริงตอนนี้เรื่องปวดหัวก็เยอะอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก ดูไปก่อนก็แล้วกันนะ  

 เมื่อถามว่าส่วนตัวสนใจการเมืองหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ผมอยู่การเมืองมา 15 ปีแล้ว บางทีไม่ใช่สนใจหรือไม่สนใจ แต่มันเป็นหน้าที่ และทุกคนต้องสนใจการเมืองอยู่แล้ว แต่ต้องเป็นการเมืองที่สร้างสรรค์  นี่ผมนานๆ พูดทีนะ ต้องให้ทุกฝ่ายได้มาร่วมกัน ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญเราก็วางไว้เยอะ ก็อยากให้รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาแล้ว มีโอกาสสานต่อให้มันดี อันไหนที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่อันไหนที่เห็นด้วยก็ทำให้มันดี อย่าเริ่มต้นเข้ามาก็ทะเลาะกัน ตนไม่อยากเห็นภาพอย่างนั้น ไม่ว่าพรรคไหน ก็ดีทั้งนั้น และอยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามา อยุ่พรรคไหนก็ได้ อย่าไปรังเกียจเรื่องของการเมือง ถ้าพรรคการเมืองไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกัน แล้วเราจะพัฒนาประเทศได้อย่างไร การเมืองสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้นใครคิดถึงผมก็ขอบคุณ ใครเหงาก็มาคุยกับผมได้ ไม่มีปัญหาอะไร ผมว่าหัวหน้าพรรคก็ดีทุกคนนายอภิสิทธิ์ ก็เป็นคนดี เพียงแต่ว่าถ้าเราชอบใคร ก็หนุนคนนั้น เอาคนดีมา อย่าทะเลาะกันแค่นั้นเอง

  เมื่อถามว่า ถ้ามีเหตุจำเป็นให้ท่านต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่อีก 5 ปี จะไหวหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า “ฃผมว่าผมอายุมากแล้วนะ เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมสนับสนุนท่านนายกฯประยุทธ์นั่นแหล่ะ เพราะว่าทำไม ก็เพราะหลายปีที่ผ่านมา เราเคยเห็นความไม่สงบใช่ไหม คุณอยากให้บ้านเมืองกลับไปอย่างนั้นไหม ถ้าบ้านเมืองสงบ แล้วทุกอย่างที่ตามมาดีขึ้น มีการพัฒนาประเทศดีขึ้น มีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น คนมีความสุขมากขึ้น ไม่ดีหรือ ดังนั้นถ้าบอกว่าจะให้สนับสนุนใคร ผมก็ต้องบอกว่าสนับสนุนท่านนายกฯประยุทธ์ แต่การสนับสนุนนายกฯประยุทธ์ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นรัฐมนตรีต่อ  คนเรามันมีอายุขัย ดังนั้นผมจึงอยากเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาร่วมกัน ถ้าชอบนายกฯประยุทธ์ ก็สนับสนุนท่าน ถ้าไม่ชอบก็พรรคอื่น ไม่ได้ว่าอะไร และท่านก็ไม่เคยพูดอะไรสักอย่าง ดังนั้นเราเริ่มต้นดี ๆ จะเลือกตั้งกันแล้ว ตั้งหลักใหม่ มองไปข้างหน้าเอาการเมืองสร้างสรรค์

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้ นายสมคิด ได้หันมาถามผู้สื่อข่าวว่า “แล้วพวกเราสนับสนุนใคร” นักข่าวจึงตอบว่า “สนับสนุนคนดี มีคุณธรรม” นายสมคิด กล่าวต่อว่า ผมก็สนับสนุนคนดี ท่านนายกฯประยุทธ์ ท่านเป็นคนดีนะ  เมื่อถามว่าแสดงว่าเห็นแววพล.อ.ประยุทธ์ ที่จะเป็นนายกฯ คนนอกได้ใช่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า “ผมไม่แน่ใจว่าท่านสนใจการเมืองหรือไม่  ผมว่าพวกเราต้องไปขอให้ท่านมานะ ถ้าจะให้เข้ามา ต้องอย่าไปคิดว่าทุกคนอยากจะมีตำแหน่ง ไม่ใช่การมาทำงานให้บ้านเมืองคือการแบกภาระของประเทศ ทำงานก็เหนื่อยและต้องมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่ว่ามาแล้วสนุกสนาน ดูซิมาแต่ละคนตาโหลกันทุกคน  มันอยู่ที่ว่าจะทำการเมืองแบบไหน  ผมพูดแบบนี้เขียนให้ถูกต้องนะ อย่าไปพาดใหเมันหวือหวา ถ้าหวือหวาก็โกรธกันเลยนะ นี่ผมพูดจากใจผมนะครับ อยากให้บ้านเมืองดี ให้ทุกคนมาช่วย ๆ กัน 

  เมื่อถามว่า สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ สนับสนุนแบบไหนดี รองนายกฯ กล่าว่า ก็สนับสนุนให้ท่านดูแลประเทศ เมื่อถามต่อว่า จะหนุนให้เป็นที่ปรึกษาหรือตั้งพรรคการเมืองไปเลยหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ก็พรรคยังไม่ได้ตั้งเลย เรื่องนี้ต้องไปถามนายกฯเอง  

 ประเด็นที่น่าสนใจ นอกเหนือจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของนายสมคิด ที่จะสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ นั่นก็คือนายสมคิดจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคหรือไม่  หรือหากในอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ เล่นการเมืองนายสมคิดจะอยู่เล่นการเมืองเคียงบ่าเคียงใหล่ หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า เคียงได้อย่างไร ผมก็อายุมากแล้ว แต่ลูกน้องผมเยอะแยะเต็มไปหมดเลย อายุก็ 50 ปี สำหรับผม 65 ปีแล้ว 

 เมื่อถามว่าแสดงว่าตอนนี้ลูกน้องกำลังรวบรวมสมาชิกตั้งพรรคการเมืองอยู่ใช่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า นี่สมกับเป็นนักข่าวทำเนียบจริงๆ จะเอาให้ได้ ระวังเจ๊ยุ ถามหานะ ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมให้ไปถามนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์  รมว.พาณิชย์ 

และสำหรับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์  บุคคลผู้นี้กำลังถูกจับตาไม่น้อยเลยทีเดียวในช่วงระยะเวลานี้เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจที่มีหน้าที่กำกับดูแลอยู่
และไหนจะข่าวความเคลื่อนไหวที่กำลังถูกนำไปเกี่ยวโยงกับพรรคการเมืองโน้น พรรคการเมืองนี้  ขนาดนักการเมืองรุ่นดึกเขาจะคุยกัน ยังไม่วายมีชื่อของนายสมคิดผู้นี้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย 

นาย.สมคิดก้าวสู่สนามการเมืองอย่างเงียบๆ ในยุค “รัฐบาล บิ๊กจิ๋ว”  พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในตำแหน่งเลขานุการ รมว.คลัง สมัย ดร.ทนง พิทยะนั่งขุนคลัง ก่อนจะถูกชักชวนจาก ทักษิณ ชินวัตร ในเวลาต่อมาให้ไปนั่งที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ   นายสมคิดถือขุนพลเศรษฐกิจคนสำคัญของรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร โดยที่นโยบายประชานิยมหรือนโยบายเศรษฐกิจหลายอย่างก็มาจากแนวความคิดของ ดร.สมคิดเอง ในระหว่างการทำงานการเมืองได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีภาพลักษณ์ดี เพราะเก่งกาจ มีความเชี่ยวชาญสามารถคนหนึ่ง

ดร.สมคิดเข้ารับเก้าอี้รัฐมนตรีคลังรัฐบาลทักษิณ 1 การปรับ ครม.ในเวลาถัดมาไม่นานวนโยกไปคุมนโยบายในฐานะรองนายกฯ วกกลับมาคลัง และไปคุมกระทรวงพาณิชย์
กระทั่งรัฐบาลทักษิณ 2 ถูกโค่นโดยกองทัพ ความสัมพันธ์ของเขากับ “นายใหญ่” เริ่มสั่นคลอนจนขาดสะบั้นจากกันแบบไม่เหลือเยื่อใย

หลังการรัฐประหาร 2557 นายสมคิด ได้เข้ารับหน้าที่ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งนำโดยพลเอก ประยุทธ์ ดูแลรับผิดชอบเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งกับหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ จนกระทั่งในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 ดร.สมคิด จึงได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ 

นายสมมคิด รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจรับผิดชอบไปแบบเต็มๆคนเดียว เพราะให้รับผิดชอบกำกับดูแลกระทรวงเกรดเอด้านเศรษฐกิจสำคัญๆ เรียบวุธ  ชนิดโยนไปให้นายสมคิดดูหมด รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาที่เดิมนายสมคิดไม่ได้ดู รวมเบ็ดเสร็จนายสมคิดดู 10 หน่วยงาน แบ่งเป็น 8 กระทรวง กับ 2 หน่วยงาน

ความมั่นใจยิ่งในการนำพาเศรษฐกิจไทยให้พลิกฟื้นสู่ความรุ่งโรจน์ ด้วยการทำงานของทีมเศรษฐกิจที่หา ไม่ได้ในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในปีหน้า จะสร้างโอกาสมากมายในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่น่าจับตายิ่งทั้งเรื่องการส่งออก ท่องเที่ยว เศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนไปถึงความร้อนแรงในตลาดหุ้นที่จะตามมา

โอกาสแห่งการฟื้นตัวของราคาสินค้าเกษตร ที่กลไกของตลาดสินค้าเกษตรที่บิดเบี้ยวจะถูกแก้ไข ที่อาจจะมีการใช้มาตรการนำระบบ “ควบคุม” ราคาสินค้าเกษตร เพื่อแก้ไขการบิดเบี้ยวของกลไกราคา เพื่อให้สอดคล้องกับการอัดฉีดเศรษฐกิจ จะนำมาซึ่งสภาพคล่องของการบริโภคภาคการเกษตรที่ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน และ “กำลังซื้อ” ในระบบอย่างแท้จริง จะมีโอกาสเกิดขึ้นในปีหน้า

สิ่งที่ ดร.สมคิด เป็นห่วงปัจจัยที่จะถ่วงโอกาสของประเทศน่าจะเป็น “ระบบการเมืองเก่า” และความขัดแย้งทางการเมืองที่อาจจะกลับมา แต่ท่ามกลางความกังวลนี้เป็นช่องว่างแห่งโอกาสทางการเมือง ที่จะมีนักการเมืองใหม่ๆ พรรคการเมืองใหม่ เข้ามาในระบบและเป็นโอกาสที่คนดีไม่ว่าจะมาจากอาชีพไหนจะได้มีโอกาสเข้ามาบริหารการเมือง ที่จะเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ยังได้มีเสียงร่ำลือกันระเบ็งเซ็งแซ่ว่าเป็นบุคคลที่นายกรัฐมนตรีให้ความเกรงอกเกรงใจ และไว้เนื้อเชื่อใจเป็นที่สุด  ก็เพราะเป็นมือทำงานคนสำคัญของรัฐบาลซะขนาดนี้ รัฐบาลจะไปรอดตลอดรอดฝั่งยาวข้ามเลยเลือกตั้งไปอีกหรือไม่  ก็คนๆคนนี้แหล่ะที่จะเป็นคำตอบทุกอย่าง หากลองสังเกตดู ก็น่าจะได้คำตอบไม่ยาก...เวลานายกไปพูดที่ไหน มักจะได้ยินบ่อยๆว่า รอง สมคิด ไม่ให้ผมทำอย่างโน้น ทำอย่างนี้อยู่บ่อยๆ  ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข่าวอีกว่า  มีบางครั้งพล.อ ประวิตร อยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี ทั้งๆที่เป็นพี่ใหญ่ใน3ป. ก็ยังมีแอบสะกิดถามรอง สมคิด เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีอีกด้วย

  ระวังไว้แล้วกันเมื่อ “เศรษฐกิจฟื้น” ตามที่ ดร.สมคิด ประกาศอย่างมั่นใจจะมีเสียงเรียกร้องจากสังคม ให้ “ทีมสมคิด” ทำการเมืองต่อ ถึงเวลานั้นพรรคเก่าเก็บอย่างประชาธิปัตย์ กับคู่ขัดแย้งอย่างเพื่อไทย “จะไม่มีโอกาส” กลับมาบริหารบ้านเมืองอีก

ไม่เพียงเท่านั้น เรื่องเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างมาก จากที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี   ได้ตอบคำถามนักข่าวทำเนียบ เกี่ยวกับกระแสข่าวการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และกระแสการทาบทามอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการร่วมตั้งพรรคดังกล่าว โดยวางให้นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค  

(มีคลิป) 

ประเด็นที่น่าสนใจ นอกเหนือจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของนายสมคิด ที่จะสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ นั่นก็คือนายสมคิดจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคหรือไม่  หรือหากในอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ เล่นการเมืองนายสมคิดจะอยู่เล่นการเมืองเคียงบ่าเคียงใหล่ หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า เคียงได้อย่างไร ผมก็อายุมากแล้ว แต่ลูกน้องผมเยอะแยะเต็มไปหมดเลย อายุก็ 50 ปี สำหรับผม 65 ปีแล้ว 

 เมื่อถามว่าแสดงว่าตอนนี้ลูกน้องกำลังรวบรวมสมาชิกตั้งพรรคการเมืองอยู่ใช่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า “นี่สมกับเป็นนักข่าวทำเนียบจริงๆ จะเอาให้ได้ ระวังเจ๊ยุ ถามหานะ ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมให้ไปถามนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์  รมว.พาณิชย์ 

ดังนั้นความหมายของคำว่า “ลูกน้องผมเยอะแยะเต็มไปหมดเลย”น่าสนใจเป็นอย่าง ทั้งจากกรณีที่ผู้สื่อข่าวนำเอาเรื่องนี้ไปถาม และจากคำตอบของนายสมคิดเองว่า  ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมให้ไปนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์  เท่ากับว่าทั้ง2คนนี้ คือลูกน้อง หรือคนสนิทของนายสมคิดเอง  ซึ่งเป็นผู้ที่นายสมคิดคัดสรรมากับมือ และทั้ง2คนได้สร้างผลงานอันโดดเด่น
 

"ดร.อุตตม สาวนายน"  ถือว่าเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารสถาบันการเงินเอกชน ต่อมาทำงานเป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา เคยเป็นรองคณบดี ฝ่ายวิชาการและอาจารย์ประจำสาขาการเงิน คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2558ดร.อุตตม เคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์) และผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ติดตามรายละเอียดเพิมเติม :ไม่ธรรมดา"อุตตม"ว่าที่หัวหน้าพรรคหนุนข้าง"บิ๊กตู่"มือขวา"สมคิด" ประธานฯEEC ชี้ชะตาอนาคตเศรษฐกิจไทยอีก 20 ปีข้างหน้า! 

สำหรับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็น รองประธานและประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิสัมมาชีพ อนุกรรมการคณะทำงานพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กรรมการมูลนิธิสมเด็จพระมหามิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เลขาธิการสมาคมบ้านจัดสรร กรรมการองค์การสะพานปลา กรรมการสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กรรมการบริหารสมามการบรรจุภัณฑ์ไทย กรรมการมูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ และตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ติดตามรายละเอียดเพิมเติม : รู้แล้วจะหนาว!! “สนธิรัตน์”มือดี แก้ปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้า ขุมพลังสำคัญ ”สมคิด” กุนซือ เปิดหน้าหนุน "บิ๊กตู่"

จากเส้นทางและผลงานการทำงานของ “อุตตม” กับ “สนธิรัตน์” ดังที่กล่าวมาข้างต้น ถือได้ว่า ทั้งคู่เป็นมือดี หรือแขนซ้ายขวาของนายสมคิด กุนซือด้านเศรษฐกิจให้กับคสช.และ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์