#มหัศจรรย์!! "ยาอายุวัฒนะ" ชั้นยอด "ว่านขันหมากเศรษฐี" ชะลอความแก่ ฟิตเปรี๊ยะ คงความเป็นหนุ่มสาว !!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ต้นว่านขันหมากเศรษฐี 
มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Agaonema tenuipes Engl. วงศ์ Aracear 
ชื่อทั่วไป ต้นพรหมตีนสูง(กาญจนบุรี) หรือ โหรา(ตราด) หรือขันหมากเขียว(ชัยภูมิ) หรือสวรรค์ชั้นแปด(อุบลราชธานี)
 

#มหัศจรรย์!! "ยาอายุวัฒนะ" ชั้นยอด "ว่านขันหมากเศรษฐี" ชะลอความแก่ ฟิตเปรี๊ยะ คงความเป็นหนุ่มสาว !!

ลักษณะของพรหมตีนสูง
ต้นพรหมตีนสูง 

#มหัศจรรย์!! "ยาอายุวัฒนะ" ชั้นยอด "ว่านขันหมากเศรษฐี" ชะลอความแก่ ฟิตเปรี๊ยะ คงความเป็นหนุ่มสาว !!
จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก ลำต้นมีความกว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตร และสูงได้ประมาณ 35-40 เซนติเมตร พรรณไม้ชนิดนี้ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด มักขึ้นตามพื้นที่ชุ่มชื้น

ใบพรหมตีนสูง 

#มหัศจรรย์!! "ยาอายุวัฒนะ" ชั้นยอด "ว่านขันหมากเศรษฐี" ชะลอความแก่ ฟิตเปรี๊ยะ คงความเป็นหนุ่มสาว !!
ใบเป็นใบเดี่ยว ลักษณะของใบเป็นรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบแหลมกลม ใบมีขนาดกว้างประมาณ 5-7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ก้านใบมีลักษณะกลมและยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ส่วนของโคนใบแผ่แบนและโอบหุ้มลำต้น

ดอกพรหมตีนสูง 

#มหัศจรรย์!! "ยาอายุวัฒนะ" ชั้นยอด "ว่านขันหมากเศรษฐี" ชะลอความแก่ ฟิตเปรี๊ยะ คงความเป็นหนุ่มสาว !!
ออกดอกเป็นช่อตรงยอดหรือตรงด้านข้าง และมีกาบหุ้มช่อดอกลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ปลายแหลม ยาวประมาณ 3.5-4.5 เซนติเมตร มีจุดเล็ก ๆ สีขาว ลักษณะช่อดอกเป็นแท่งกลมยาว แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ดอกเพศผู้ ดอกเพศผู้ที่ไม่สมบูรณ์ และดอกเพศเมียซึ่งจะมีน้อยกว่าดอกเพศผู้

ผลพรหมตีนสูง 

#มหัศจรรย์!! "ยาอายุวัฒนะ" ชั้นยอด "ว่านขันหมากเศรษฐี" ชะลอความแก่ ฟิตเปรี๊ยะ คงความเป็นหนุ่มสาว !!
ลักษณะของผลเป็นรูปขอบขนาน ปลายแหลม มีขนาดกว้างประมาณ 0.7-1 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1.2-1.8 เซนติเมตร

 

สรรพคุณ
1.ผลใช้รับประทานเพราะเชื่อว่ามีสรรพคุณด้านอายุวัฒนะและต้านความชรา ตำรายาไทยระบุว่ารับประทานผลสุกก่อนนอนเป็นประจำเพียงวันวันละ 4 ผล จะทำให้อายุยืน เพราะเป็นยาอายุวัฒนะชั้นยอด ที่ช่วยชะลอความแก่ คงความเป็นหนุ่มสาว ทำให้หน้าตา ผิวพรรณขาวผุดผ่อง เนื้อหนังเต่งตึง ผมไม่หงอก 
2.ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายมีกำลังวังชาแข็งแรง ว่องไว ไม่เหนื่อยง่าย แก้อาการอ่อนเพลีย โรคเรื้อรังที่เป็นอยู่จะมีอาการดีขึ้น 
3.ต้นใช้ต้มกินเป็นยาระบาย 
4.ทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำหนัดในเพศชาย ช่วยเพิ่มพละกำลังทางเพศ 
5.ช่วยยับยั้งเซลส์เนื้องอก(มะเร็ง) ต้านอนุมูลอิสระ
6.แก้ภูมิแพ้ หอบหืด เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
7.แก้โรคเกี่ยวกับเส้นเอ็น มือชา เท้าชา
8.ช่วยบำรุงร่างกายผิวพรรณให้สดใสเต่งตึงมีน้ำมีนวล ลดสิว ผ้า กระ รักษาจุดด่างดำ ผิวหนังดูเต่งตึงขึ้น
9.กำจัดไขมันส่วนเกิน ช่วยรักษาเบาหวาน ความดัน ไขมัน
10.ขับสารพิษ ดีท็อกซ์ลำไส้ รักษาโรคริดสีดวงทวาร
11.นอกจากจะรับประทานผลเป็นยาบำรุงความกำหนัดแล้ว ยังมีความเชื่อว่าจะช่วยทำให้เกิดเสน่ห์แก่ผู้พบเห็นได้อีกด้วย

วิธีใช้ : ให้ใช้ลำต้น ราก ใบ และเมล็ด ไปสตุหรือทำให้ฤทธิ์ยาอ่อนลงก่อน แล้วจึงนำไปผึ่งให้แห้งประมาณ 4-5 วัน หรือนำไปย่างกับไฟให้น้ำยางที่คันออกมาเสียก่อน แล้วจึงนำไปต้มกิน ส่วนผลสดห้ามเคี้ยวรับประทาน แต่ให้รับประทานโดยการกลืน หรือจะใช้ผลดิบนำมาตากแห้งแล้วบดเป็นผงอัดเป็นเม็ดแคปซูลรับประทานก็ได้

ข้อควรระวัง : ห้ามรับประทานผลโดยการเคี้ยวเมล็ดโดยเด็ดขาด เนื่องจากผลสดมีรสขื่นคัน มียางทำให้ปากคัน ลิ้นช้า และเกิดอาการบวมพองได้ แต่สามารถกลืนลงไปในท้องได้เลย

.

.

.

ขอบคุณข้อมูล : medthai