⋆บ่นเก่งนักใช่ไหม!! ชายจีนสุดทน ลงทุนผลิต "เครื่องผัดกับข้าว" กำหนดรสชาติได้ทุกรายละเอียด หลังโดนภรรยาบ่นหนัก! ทำกับข้าวไม่ถูกปาก รสชาติแย่!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 เพจเฟซบุ๊กสำนักข่าวต่างประเทศ "China Xinhua News" ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่  ที่กำลังเป็นที่ฮือฮาและได้รับความสนใจอย่างมากในงานมหกรรมเทคโนโลยีนานาชาติเซี่ยงไฮ้ ครั้งที่ 6 คือ "เครื่องผัดกับข้าว" ซึ่งสามารถกำหนดรสชาติได้ทุกรายละเอียด ซึ่งใช้เวลาในการทำอาหารเพียง 3-4 นาทีต่อจาน เท่านั้น แถมยังมีระบบล้างอัตโนมัติอีกด้วย

 

เจ้าเครื่องผัดกับข้าวเครื่องนี้ถูกคิดค้นและผลิตขึ้นโดย "เหอชิง" ซีอีโอของบริษัทแคเทอริงในเซี่ยงไฮ้ โดยเขาระบุว่าต้องใช้เวลาถึง 8 ปีเพื่อวิจัยและพัฒนาเครื่องผัดกับข้าวเครื่องนี้ ซึ่งสาเหตุเริ่มมาจากว่า เขาเริ่มเบื่อที่ภรรยาเอาแต่บ่นเรื่องฝีมือทำอาหารของเขา “ไม่อร่อย ไม่เค็ม ไม่จืด ไม่สุก โดนสารพัดเลยครับ”

 

⋆บ่นเก่งนักใช่ไหม!! ชายจีนสุดทน ลงทุนผลิต "เครื่องผัดกับข้าว" กำหนดรสชาติได้ทุกรายละเอียด หลังโดนภรรยาบ่นหนัก! ทำกับข้าวไม่ถูกปาก รสชาติแย่!

 

เขาต้องเผชิญอุปสรรคจำนวนมาก ในระหว่างการออกแบบและผลิต แต่ก็ไม่ทำให้เหอชิงลดละความพยายาม ที่จะสร้างเครื่องผัดกับข้าวให้สำเร็จ เพราะเหอชิงกล่าวว่า เขารู้ดีว่าสักวันเขาจะต้อง “ปลดแอกตนเองออกจากครัวให้ได้” และนับแต่ที่เขาสามารถผลิตเครื่องผัดกับข้าวได้สำเร็จ ภรรยาเขาก็ไม่เคยบ่นเรื่องฝีมือทำอาหารเลยสักครั้ง ทั้งยังกล่าวชมว่าเธอพอใจกับสิ่งประดิษฐ์ของเขามาก โดยเครื่องนี้ไม่เพียงแค่ช่วยเขาคนเดียวเท่านั้น แต่ยังจะปลดแอกหญิงสาวคนอื่นๆ ให้พ้นจากครัวด้วยเช่นกัน

 

⋆บ่นเก่งนักใช่ไหม!! ชายจีนสุดทน ลงทุนผลิต "เครื่องผัดกับข้าว" กำหนดรสชาติได้ทุกรายละเอียด หลังโดนภรรยาบ่นหนัก! ทำกับข้าวไม่ถูกปาก รสชาติแย่!

 

โดยผู้เข้าชมคนหนึ่งได้ลองชิมและกล่าวว่า “อาหารจานนี้อร่อยมาก เครื่องผัดกับข้าวมีฝีมือมากกว่าฉันเสียอีก” ชาวเน็ตจำนวนมากต่างถูกใจเครื่องทำอาหารและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังของเหอชิง มีคนแสดงความเห็นว่า “เรื่องของผู้ชายคนนี้ให้ข้อคิดกับเราว่า ความเกียจคร้านคือบ่อเกิดของพลังที่มีประสิทธิภาพสูงสุด”

 

⋆บ่นเก่งนักใช่ไหม!! ชายจีนสุดทน ลงทุนผลิต "เครื่องผัดกับข้าว" กำหนดรสชาติได้ทุกรายละเอียด หลังโดนภรรยาบ่นหนัก! ทำกับข้าวไม่ถูกปาก รสชาติแย่!

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจเฟซบุ๊ก "China Xinhua News"