- 25 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
โรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบ ที่เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีกรดยูริกสูงมากในเลือด สะสมมาเป็นระยะเวลานาน จนกรดยูริกนั้นตกตระกอนอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย อาจใช้เวลานานถถึง 10 ปี กว่าจะแสดงอาการข้ออักเสบ ปวดแดงร้อนที่ข้อ ถ้ากรดยูริกสะสมตามผิวหนังจะทำให้มีปุ่มนูนขึ้นตามผิวหนัง แต่ถ้ากรดยูริกไปตกตระกอนที่ไต จะทำให้เกิดนิ่วในไต และไตเสื่อมได้ในที่สุด
แต่วันนี้เรามีข้อมูลดีดีมาฝากกัน คือ แค่ดื่มสิ่งนี้ไม่กี่แก้ว ก็ทำให้ความทรมานจากโรคเกาต์หายไปได้
น้ำชามะละกอ+น้ำมะพร้าว
–เอามะละกอดิบมาหนึ่งลูก ล้างให้สะอาด ไม่ต้องปอกเปลือก เอาเม็ดออก
–หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำ 4 ถ้วย ต้มจนเดือด
–เปลี่ยนเป็นไฟอ่อนแล้วต้มไปอีก 2 นาที ปิดไฟ
–ใส่ใบชาที่ชอบลงไป 1 ช้อนชา ครึ่งชั่วโมงต่อมาเทน้ำชาออกมา ผสมกับน้ำมะพร้าว (ถ้าไม่มีน้ำมะพร้าวสดใช้น้ำมะพร้าวกระป๋องก็ได้)
–เทน้ำชามะพร้าวใส่ลงขวด ใช้เป็นเครื่องดื่มตลอดทั้งวัน แทนเครื่องดื่มชนิดอื่น
หมายเหตุ มะละกอที่เอามาใช้ต้องยังไม่สุก เปลือกยังเขียวอยู่ โดยปกติมะละกอจะสุดประมาณ 4 เดือน แต่ถ้าสุกแล้วก็ไม่มีผลในการรักษา มะละกอดิบควรจะถูกเก็บประมาณ 3 เดือน จะให้ผลดีที่สุด
สาเหตุของโรคเกาต์คืออะไร?
โรคเกาต์เกิดจากการสะสมกรดยูริคที่มากเกินไปในร่างกาย กรดยูริคเป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวของพิวรีน โดยพิวรีนจะถูกสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อส่วนต่างๆของร่างกาย พิวรีนมีอยู่ในอาหารหลายชนิด เช่นตับ ถั่วแห้ง และปลากะตัก ภายใต้สถานการณ์ปกติกรดยูริคจะถูกย่อยสลายในเลือด หลังจากนั้นไตจะขับออกมาทางปัสสาวะ
ร่างกายผลิตกรดยูริคเพิ่มขึ้น ไตไม่สามารถกำจัดกรดยูริคได้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีพิวรีนมากเกินไป ถ้าในเลือดมีระดับของกรดยูริคสูง เรียกว่า ภาวะกรดในเลือดสูง (Hyperuricemia) คนส่วนใหญ่ที่มีภาวะกรดในเลือดสูง ไม่ได้เป็นโรคเกาต์ แต่ถ้าเกิดการตกผลึกของกรดยูริคที่มากเกินไปในร่างกาย ก็จะเกิดเป็นโรคเกาต์ ถ้าคุณมีสิ่งต่อไปนี้ โอกาสที่คุณจะเป็นโรคเกาต์จะสูงขึ้น โรคเกาต์เป็นโรคที่ผู้ป่วยทรมานมาก ตอนที่มันมีอาการ เรียกได้ว่าปวดจนอยากตาย อาการของโรคนี้เหมือนแกล้ง มักจะกำเริบเวลากลางดึก
