ต้องอาถรรพ์!! ออเจ้าเจอดี! หลังขโมย "ก้อนอิฐ" วัดไชยวัฒนาราม "ป่วยไม่รู้สาเหตุ" โร่นำส่งคืน พร้อมดอกไม้ธูปเทียนจดหมายขอขมา!! (รายละเอียด)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วานนี้ 24 เมษายน 2561เพจเฟซบุ๊ก "อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา" ได้โพสต์ภาพกรณีที่มีนักท่องเที่ยวรายหนึ่ง ส่งก้อนอิฐพร้อมดอกไม้ธูปเทียนและจดหมายขอขมาลาโทษ จากที่ตนนั้นเคยได้เดินทางมาเที่ยวที่อุทยานประวัติศาสตร์ วัดไชยวัฒนาราม และขากลับได้นำก้อนอิฐก้อนนี้กลับบ้านไปด้วย ในเวลาต่อมานักท่องเที่ยวรายนี้เล่าว่า ตนเองนั้นเกิดอาการเจ็บป่วยโดยไม่รู้สาเหตุ จึงเกิดความไม่สบายใจ เลยตัดสินใจขอนำส่งคืนอุทยาน

 

ต้องอาถรรพ์!! ออเจ้าเจอดี! หลังขโมย "ก้อนอิฐ" วัดไชยวัฒนาราม "ป่วยไม่รู้สาเหตุ" โร่นำส่งคืน พร้อมดอกไม้ธูปเทียนจดหมายขอขมา!! (รายละเอียด)

 

ซึ่งทางเพจได้โพสต์ข้อความไว้ดังนี้ "อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับโบราณวัตถุที่มีผู้เก็บกลับไปคืนมา จึงขอฝากทุกท่านที่เที่ยวชมโบราณสถานว่าควรเที่ยวชมด้วยความสุภาพ ไม่รื้อหรือเก็บสิ่งใดกลับไป เพราะจะยิ่งทำให้โบราณสถานยิ่งเสียหายมากขึ้น หมายเหตุ...เรื่องการส่งคืนโบราณวัตถุครั้งนี้เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล"

 

ต้องอาถรรพ์!! ออเจ้าเจอดี! หลังขโมย "ก้อนอิฐ" วัดไชยวัฒนาราม "ป่วยไม่รู้สาเหตุ" โร่นำส่งคืน พร้อมดอกไม้ธูปเทียนจดหมายขอขมา!! (รายละเอียด)

 

ต้องอาถรรพ์!! ออเจ้าเจอดี! หลังขโมย "ก้อนอิฐ" วัดไชยวัฒนาราม "ป่วยไม่รู้สาเหตุ" โร่นำส่งคืน พร้อมดอกไม้ธูปเทียนจดหมายขอขมา!! (รายละเอียด)

 

ต้องอาถรรพ์!! ออเจ้าเจอดี! หลังขโมย "ก้อนอิฐ" วัดไชยวัฒนาราม "ป่วยไม่รู้สาเหตุ" โร่นำส่งคืน พร้อมดอกไม้ธูปเทียนจดหมายขอขมา!! (รายละเอียด)

 

เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วการนำวัตถุโบราณจากโบราณสถานกลับบ้านนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นการทำลายสถานที่นั้นๆ และถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอีกด้วย ในคู่มือของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พระนครศรีอยุธยาก็จะระบุคำเตือนเรื่องการเข้าชมโบราณสถานต่างๆ ไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปีนป่ายก็มีคนตกลงมาหรือหกล้มบาดเจ็บ หรือเรื่องของการหยิบสิ่งของหรือเศษอิฐกลับไปแต่ก็ยังมีคนฝ่าฝืนแล้วก็ต้องนำกลับมา ตนเชื่อว่าเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนประวัติศาสตร์แห่งนี้และยังเป็นสถานที่สำคัญที่ยังมีวิญญานบรรพบุรุษอยู่ จึงควรให้ความเคารพด้วย

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจเฟซบุ๊ก "อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา"