ไม่ใช่วัชพืช!! เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก สรรพคุณไม่ธรรมดา ขนาดแพทย์ยังยกนิ้วให้ ใครว่าเป็นแค่วัชพืช รีบถอนคำพูดเลย!! (รายละเอียด)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ไม่ใช่วัชพืช!! เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก สรรพคุณไม่ธรรมดา ขนาดแพทย์ยังยกนิ้วให้ ใครว่าเป็นแค่วัชพืช รีบถอนคำพูดเลย!! (รายละเอียด)

 

ผักเบี้ยใหญ่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Portulaca oleracea L. มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอินเดีย ในโซนเขตร้อน แต่มีฤทธิ์สรรพคุณเป็นธาตุเย็น ตามบ้านเราจะเห็นได้ตามท้องถนนทั่วไป คล้ายวัชพืชที่ขึ้นตามซอกกำแพง คนจึงไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่สรรพคุณมากมายเลยทีเดียว

ผักเบี้ยใหญ่  มีโอเมก้า 3 สูงมากกว่าน้ำมันปลาเสียอีก ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้ขึ้นชื่อในเรื่องการบำรุงสมอง เสริมสร้างความจำ บำรุงไขข้อ ทำให้ตาไม่แห้ง เป็นอาหารเสริมสุขภาพที่ดี อีกทั้ง อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน นอกจากนี้ ยังมีวิตามินซี ที่ช่วยแก้อาการโรคลักปิดลักเปิด แก้หวัด แก้ไอ ปกป้องผิวจากแสงแดด รักษาโรคผิวหนัง ต้านมะเร็ง ปกป้องหัวใจและสมอง และสามารถใช้ใบหรือยอดสดๆ พอกห้ามเลือด ทาแก้แมลงสัตว์กัดต่อย ช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงินหรือ โรคเรื้อนกวางได้ 

งานวิจัยพบว่า สารกลุ่มแอลคาลอยด์จากผักเบี้ยใหญ่ สามารถยับยั้งฤทธิ์ของเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรส(acetylcholinesterase) ได้สูงมาก จึงช่วยดูแลภาวะสมองเสื่อมได้ดี ใบผักเบี้ยใหญ่มีโอเมก้า 3 สูงมาก กรดไขมันชนิดนี้ช่วยลดไขมันตัวร้ายอย่างคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ช่วยเพิ่มไขมันดีอย่าง HDL จึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันหลอดเลือดตีบแข็ง ป้องกันหัวใจวาย และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ใบผักเบี้ยใหญ่ยังมีข้อดีกว่าน้ำมันปลา เนื่องจากมีเส้นใยอาหาร ให้แคลอรีและไขมันต่ำ นอกจากนี้ฤทธิ์ปกป้องสมองและหัวใจของผักเบี้ยใหญ่ยังมาจากการมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด เช่น วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ลิเทียม โฟเลท และเป็นแหล่งของกลูตาไธโอน(glutathione) กรดอัลฟาไลโนเลนิก(alpha-linolenic acid (ALA) ของกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดหนึ่ง) เมลาโทนิน(melatonin)
 

ไม่ใช่วัชพืช!! เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก สรรพคุณไม่ธรรมดา ขนาดแพทย์ยังยกนิ้วให้ ใครว่าเป็นแค่วัชพืช รีบถอนคำพูดเลย!! (รายละเอียด)

 

ไม่ใช่วัชพืช!! เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก สรรพคุณไม่ธรรมดา ขนาดแพทย์ยังยกนิ้วให้ ใครว่าเป็นแค่วัชพืช รีบถอนคำพูดเลย!! (รายละเอียด)

 

ไม่ใช่วัชพืช!! เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก สรรพคุณไม่ธรรมดา ขนาดแพทย์ยังยกนิ้วให้ ใครว่าเป็นแค่วัชพืช รีบถอนคำพูดเลย!! (รายละเอียด)

 

สรรพคุณผักเบี้ยใหญ่
1.ชาวยุโรปได้เข้าใจกันว่าผักเบี้ยใหญ่นี้มีรสเย็นและช่วยทำให้เจริญอาหาร (ใบ)
2.ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด (ใบ)
3.น้ำคั้นของต้นมีสรรพคุณเป็นยาฟอกโลหิต (น้ำคั้นของต้น)
4.ใช้แก้เด็กหัวล้าน ด้วยการใช้ยานี้นำมาเคี่ยวให้ข้น ใช้เป็นยาทาหรือเอาไปผิงกับไฟให้แห้ง บดให้เป็นผงผสมกับไขหมูทาบริเวณที่เป็น (ต้น)
5.ทั้งต้นใช้กินเป็นผักสด มีประโยชน์ต่อฟันมาก โดยน้ำคั้นที่ได้จากต้นเมื่อนำมาผสมกับน้ำมันกุหลาบ จะใช้อมเป็นยาแก้เจ็บคอ แก้เหงือกบวม และช่วยทำให้ฟันทนได้ (ทั้งต้น)

 

ไม่ใช่วัชพืช!! เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก สรรพคุณไม่ธรรมดา ขนาดแพทย์ยังยกนิ้วให้ ใครว่าเป็นแค่วัชพืช รีบถอนคำพูดเลย!! (รายละเอียด)

 

6.ช่วยแก้อาการปวดหู ปวดฟัน (น้ำคั้นของต้น)
7.ช่วยแก้เลือดออกตามไรฟัน (ทั้งต้น)
8.สมุนไพรชนิดนี้มีรสเปรี้ยวเย็น ใช้เป็นยาแก้ร้อน ดับพิษ (ทั้งต้น)
9.ใช้แก้เด็กเป็นไข้สูง ด้วยการใช้ต้นสดตำพอกวันละ 2 ครั้ง (เข้าใจว่าตำพอกบริเวณศีรษะ) (ต้น)
10.ใช้แก้เด็กไอกรน ด้วยการใช้ยานี้ปรุง 50% โดยใช้ยานี้สด 250 กรัม ใส่น้ำ 1.5 ลิตร แล้วต้มให้เหลือ 100 ซี.ซี. แล้วแบ่งกิน 3 วัน วันละ 4 ครั้ง โดยทั่วไปแล้วหลังจาก 3 วันจะเห็นผล เด็กจะมีอาการไอลดลงและมีอาการดีขึ้น (ต้น)

 

ไม่ใช่วัชพืช!! เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก สรรพคุณไม่ธรรมดา ขนาดแพทย์ยังยกนิ้วให้ ใครว่าเป็นแค่วัชพืช รีบถอนคำพูดเลย!! (รายละเอียด)

 

11.น้ำคั้นจากใบสดใช้ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำตาล ใช้ปรุงเป็นยาแก้อาการกระหายน้ำ แก้ไอแห้ง (ใบ) ส่วนอีกตำราระบุให้ใช้เมล็ดเป็นยาแก้กระหายน้ำและแก้อาการไอ (เมล็ด)
12.ช่วยกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งน้ำย่อยออกมามาก (น้ำคั้นของต้น)
13.ใช้เป็นยาแก้บิดถ่ายเป็นเลือด ให้ใช้ต้นสด 550 กรัม ล้างน้ำให้สะอาด แล้วเอาไปนึ่งประมาณ 3-4 นาที ตำคั้นเอาน้ำมาประมาณ 150 ซี.ซี. ใช้รับประทานครั้งละ 50 ซี.ซี. วันละ 3 ครั้ง หรือจะใช้ยานี้สด 1 กำมือ ผสมปลายข้าว 3 ถ้วย นำมาต้มเป็นข้าวต้มเละ ๆ รับประทานแบบจืด ๆ ตอนท้องว่างก็ได้ (ต้น)
14.ใช้ป้องกันบิด ด้วยการใช้ต้นสดประมาณ 550 กรัม นำมาต้มกับน้ำกิน 1 เวลา ในระยะที่มีโรคบิดระบาดติดต่อกัน 10 วัน (ต้น)
15.ใช้แก้เด็กท้องร่วง ด้วยการใช้ยานี้สด 250-500 กรัม นำมาต้มกับน้ำใส่น้ำตาลพอประมาณ แล้วนำมาให้เด็กกินเรื่อย ๆ จนหมดใน 1 วัน โดยให้กินติดต่อกัน 2-3 วัน หรืออาจจะใช้ต้นสดนำมาล้างให้สะอาดผิงไฟให้แห้ง แล้วบดให้เป็นผงกินครั้งละ 3 กรัม กับน้ำอุ่นก็ได้ วันละ 3 ครั้ง (ต้น)

 

ไม่ใช่วัชพืช!! เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก สรรพคุณไม่ธรรมดา ขนาดแพทย์ยังยกนิ้วให้ ใครว่าเป็นแค่วัชพืช รีบถอนคำพูดเลย!! (รายละเอียด)

 

16.ช่วยหล่อลื่นลำไส้ (ทั้งต้น)
17.เมล็ดใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ (เมล็ด)
18.เมล็ดมีสรรพคุณเป็นยาถ่ายพยาธิ บางท้องถิ่นจะนำเมล็ดมาตำแล้วต้มกับเหล้าไวน์ ให้เด็กรับประทานเป็นยาถ่ายพยาธิ (เมล็ด)
19.น้ำคั้นจากใบสดผสมกับน้ำผึ้งและน้ำตาล ใช้ปรุงเป็นยารับประทานแก้ขัดเบา (ใบ) ส่วนอีกตำราระบุให้ใช้เมล็ดเป็นยาขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา (เมล็ด)
20.ใช้เป็นยาแก้หนองใน ปัสสาวะขัด ด้วยการรับประทานน้ำคั้นที่ได้จากต้น (ต้น)

 

ไม่ใช่วัชพืช!! เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก สรรพคุณไม่ธรรมดา ขนาดแพทย์ยังยกนิ้วให้ ใครว่าเป็นแค่วัชพืช รีบถอนคำพูดเลย!! (รายละเอียด)

 

21.ช่วยรักษาริดสีดวงทวารแตกเลือดออก (ทั้งต้น) แก้ริดสีดวงทวารปวดบวม ด้วยการใช้ใบสดผสมกับส้มกบ (Oxalis Thunb.) อย่างละเท่ากัน ต้มเอาไอร้อน พอน้ำอุ่นก็ใช้ชะล้างวันละ 2 ครั้ง (ใบ)
22.ใช้แก้ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน ด้วยการใช้ต้นนี้ 1 กำมือ ล้างน้ำให้สะอาด เอาน้ำประมาณ 30 ซี.ซี. ผสมกับน้ำเย็นจนเป็น 100 ซี.ซี. ใส่น้ำตาลพอประมาณ ใช้รับประทานครั้งละ 100 ซี.ซี. วันละ 3 ครั้ง (ต้น)
23.ใบใช้ตำพอกทาแก้ถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวก อักเสบบวม ไฟลามทุ่ง (ใบ)
24.ช่วยแก้บวมและรักษาแผลเน่าเปื่อยเป็นหนองเรื้อรัง ด้วยการใช้ต้นสดนำมาตำคั้นเอาน้ำมาต้ม เมื่อเย็นแล้วนำมาใช้ทาหรือใช้ยานี้นำมานึ่งแล้วตำพอกบริเวณที่เป็น (ต้น)
25.ใช้รักษาฝีประคำร้อย ด้วยการใช้ยานี้ผึ่งให้แห้งในที่ร่ม เผาให้เป็นถ่าน บดให้เป็นผงผสมกับไขหมู แล้วชะล้างบาดแผลให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง แล้วเอายานี้มาพอกวันละ 3 ครั้ง (ต้น)

 

ไม่ใช่วัชพืช!! เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก สรรพคุณไม่ธรรมดา ขนาดแพทย์ยังยกนิ้วให้ ใครว่าเป็นแค่วัชพืช รีบถอนคำพูดเลย!! (รายละเอียด)

 

26.ใช้รักษาแผลจากแมลงกัดต่อย ด้วยการใช้น้ำคั้นจากต้นนำมาทาบริเวณที่ถูกกัด (ต้น)
27.ใช้แก้แผลกลาย มีก้อนเนื้องอก เลือดออกเรื่อย ๆ และแผลลามไปเรื่อย ๆ ด้วยการใช้ต้นนี้ประมาณ 500 กรัม นำมาเผาให้เป็นถ่าน บดเป็นผงผสมกับไขหมูทาบริเวณที่เป็น (ต้น)
28.เนื่องจากพืชชนิดนี้จะมีสารที่เป็นเมือกอยู่ภายในต้น ใช้ทาภายนอกเป็นยาแก้อาการอักเสบและแผลต่าง ๆ ได้ (ใบ)
 

การเก็บมาใช้ : ให้เก็บในระยะที่ใบและต้นเจริญงอกงามดีและกำลังออกดอก เช่น ในช่วงฤดูฝน ฤดูหนาว และให้เก็บในวันที่ไม่มีฝน โดยตัดมาทั้งต้น ล้างน้ำให้สะอาด ลวกน้ำร้อนแล้วรีบเอาขึ้นมาแช่ในน้ำเย็น เอาขึ้นมาผึ่งให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำไปตากแห้งบนเสื่อเก็บเอาไว้ใช้ หรือนำมานึ่งแล้วใช้ได้เลย หรือจะใช้สดเลยก็ได้

ขนาดและวิธีใช้ : การใช้ตาม ให้นำใบผักเบี้ยใหญ่ตากแห้ง 1 กำมือ นำมาชงกับน้ำร้อนดื่มก่อนอาหารเช้าและเย็น ส่วนการใช้ตาม ให้ใช้ต้นแห้งประมาณ 10-15 กรัม ถ้าสดให้ใช้ 60-120 กรัม นำมาต้มเอาน้ำหรือคั้นเอาน้ำกิน ส่วนการนำมาใช้ภายนอก ให้นำมาผิงไฟให้แห้งแล้วบดให้เป็นผงผสมกับน้ำทา หรือจะต้มเอาน้ำใช้ชะล้างบริเวณที่เป็นก็ได้

 

ไม่ใช่วัชพืช!! เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก สรรพคุณไม่ธรรมดา ขนาดแพทย์ยังยกนิ้วให้ ใครว่าเป็นแค่วัชพืช รีบถอนคำพูดเลย!! (รายละเอียด)


ข้อควรระวัง

1.สตรีมีครรภ์ไม่ควรใช้ เนื่องจากพบว่า มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเรียบหดตัว
2.ผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในไตจึงควรระวังการใช้ นอกจากนี้ ผักเบี้ยใหญ่ยังมีปริมาณโพแทสเซียมสูง จึงควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ต้องจำกัดปริมาณโพแทสเซียม เช่น ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่มีภาวะโพแทสเซียมสูง
3.คนธาตุอ่อนท้องเสียง่าย ไม่ควรรับประทาน

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ไทยเกษตรศาสตร์ , ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ , กรมส่งเสริมการเกษตร , อภัยภูเบศร , medthai