ถึงกับกระจ่างทันที..!! ไขข้อสงสัย 9 คู่ "ยามรณะ" ที่กินคู่กันแล้ว "อันตรายถึงชีวิต" จริงหรือมั่วมาดูกัน !!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินมากับเรื่อง "ยาคู่มรณะ" คือ ยาที่ห้ามกินคู่กัน เพราะมันอันตรายมาก ถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ซึ่งข่าวนี้ได้ถูกแชร์และกระจายออกไปไวมาก จนทำให้ทุกคนเชื่อในบทความนั้น  ซึ่งข่าวที่ว่านี้จะมีความจริงเท็จอย่างไร วันนี้มีคำตอบมาให้ดูกันแล้ว

ถึงกับกระจ่างทันที..!! ไขข้อสงสัย 9 คู่ "ยามรณะ" ที่กินคู่กันแล้ว "อันตรายถึงชีวิต" จริงหรือมั่วมาดูกัน !!

 

1. ยานอนหลับกับยาแก้แพ้
มีฤทธิ์กดประสาททั้งคู่ แต่ลำพังการกดจากยาแก้แพ้ที่เสริมเข้าไปกับยานอนหลับไม่น่ามาก การจะนอนหลับแล้วตายจากการกินยาพวกยานอนหลับหรือยากดประสาท คือในคนที่ เป็นหอบหืดถุงลมโป่งพองหรือOSAหรือกินเหล้า

***ดังนั้น ข้อนี้ไม่ถึงกับจริง ถ้ากังวล ให้กังวลที่ตัวยานอนหลับเป็นหลัก***

 

2. ยาละลายลิ่มเลือดกับน้ำมันปลา
ในทางทฤษฎี2ตัวนี้พอกินพร้อมกันจะเพิ่ม”ตัวเลข”ค่าความไม่แข็งตัวของเลือดเล็กน้อยในการทดลองวิจัย เค้าทำเรื่อง “แอสไพริน”(ยาต้านเกล็ดเลือด) กับ “น้ำมันปลา”ตัวเลขค่าการแข็งตัวของเลือดผิดปกติกว่าเดิมเล็กน้อยแต่ไม่มีผลทำให้เลือดออกเพิ่มขึ้นหรือบาดเจ็บเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

***ดังนั้น ข้อนี้ไม่จริง***

 

3. ยารักษาสิวกับวิตามินA
ยารักษาสิวมีหลายจำพวก บอกแค่นี้สั้นมาก อย่างยาปฏิชีวนะรักษาสิว กับวิตามินAก็กินได้ไม่อันตราย ถ้าจะตีความให้ใกล้เคียงที่สุดก็คือ ยาในกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินA เช่น RetinA พวกนี้ถ้าไปกินวิตามินA วิตามินที่กินจะทำให้ยาเกิดผลข้างเคียงมากกว่าปกติ

***ดังนั้นข้อนี้ไม่จริง … เพราะบอกกว้างไป ต้องบอกให้จำเพาะกว่านี้ ไม่งั้นคนตื่นตระหนก***

 

4. ยาลดความดันกับยาขยายหลอดลม
ข้อนี้ไม่จริงยาลดความดันกับยาขยายหลอดลมส่วนใหญ่กินคู่กันได้ คนเป็นโรคหอบหืดบางคน อาจจะกินยาความดันบางตัวไม่ได้ เช่นยาความดันในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์

 

5. ยาขับปัสสาวะกับกาแฟ
ไม่จริง กาแฟอาจจะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอย่างอ่อน แต่ว่าการกินแบบนี้ไม่ได้ทำให้ตาย

 

ถึงกับกระจ่างทันที..!! ไขข้อสงสัย 9 คู่ "ยามรณะ" ที่กินคู่กันแล้ว "อันตรายถึงชีวิต" จริงหรือมั่วมาดูกัน !!

 

6. ยาลดความอ้วนกับยาไทรอยด์หรือขับปัสสาวะ
ไม่จริงและจริงยาลดความอ้วนที่ถูกหลักการทางการแพทย์จะต้องปรับตามตัวคนไข้แต่ละคน ปัญหาในข้อนี้เกิดจาก ในบางครั้งมีการเอายาไทรอยด์หรือขับปัสสาวะมาใช้ลดความอ้วน – หรือในอาหารเสริมลดความอ้วนที่ผสมไซบูทรามีนซึ่งห้ามใช้ในคนที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษหรือใช้ยาขับปัสสาวะ

***ดังนั้น ข้อนี้เอาเป็นว่าก็ตอบไว้ว่าระวังไว้แล้วกัน เพราะจริงๆต้องตอบว่าไม่จริง แต่ในทางปฏิบัติ อาหารเสริมหลายตัวในท้องตลาดที่บอกว่าลดความอ้วนไม่ผสมยา … ก็ผสมกัน แล้วมาแถว่าห้ามคนเป็นไทรอยด์กิน คือจริงๆมันผสมแหละ***

 

7. ยาฆ่าเชื้อกับส้มโอ
ข้อนี้ผมว่าพิมพ์ผิดนะ … คือ ส้มโอ เป็นผลไม้ตระกูลส้ม ที่มีสารในกลุ่ม Furanocoumarin สารตัวนี้ไปยุ่งกับเอนไซม์ในตับที่คอยทำงานด้านปรับเปลี่ยนโครงสร้างสารที่กินเข้าไป

***ดังนั้นการกินน้ำส้มโอมากๆ หรือกินส้มโอเยอะๆ จะส่งผลทำให้ตับทำงานผิดไปจากปกติ ทำให้ยาที่กินเข้าไปมีการทำงานเปลี่ยนไปจากที่คาด***

ปัญหาคือ ยาปฏิชีวนะที่ผ่าน Cytochrome P450 CYP3A4 มันมีไม่เยอะ (ไม่ต้องถามว่าจำได้ไง ผมจำไม่ได้ อันนี้เปิดหาเอา) ยากลุ่มอื่นที่ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะมากกว่า เอาเป็นว่าอยากรู้ว่ายาไหนบ้าง ไปพิมพ์อ่านเรื่อง Grapefruitห้ามกินกับยาอะไร เพราะGrapefruitเจอในต่างประเทศบ่อยกว่า แต่ส่งผลเหมือนส้มโอ

 

8. ยาพาราเซตามอลกับสมุนไพร

ไม่จริง เป็นความจริงที่ยาพาราเซตามอลมีผลต่อตับหากกินเกิน เป็นความจริงที่สมุนไพรจำนวนมากมีผลต่อตับหากกินเกินหรือติดต่อกันนานๆ แต่ถ้ากินอย่างถูกต้อง ถูกขนาด มันก็กินได้ ไม่ตาย

ทั้งนี้ พาราอย่ากินเกินวันละ 8 เม็ด ส่วนสมุนไพรให้หมอแผนไทยที่ได้รับการรับรองหรือน่าเชื่อถือเป็นผู้สั่ง อย่าซื้อกินเอง (ถ้าซื้อกินเอง ต่อให้ไม่กินยาพาราเซตามอล เวลากินผิดวิธีก็เห็นค่าตับขึ้นพรวดๆกันหลายคน)

 

9. ยาบำรุงเลือดกับธาตุเหล็ก (เลือดหมู บลาๆๆ)
ไม่จริง ระดับธาตุเหล็กที่กินเวลากินคู่กันมันไม่ได้อันตรายขนาดนั้น ทั้งนี้หากกินยาบำรุงเลือดถูกต้องตามหลักวิชาการนะ

 

ถึงกับกระจ่างทันที..!! ไขข้อสงสัย 9 คู่ "ยามรณะ" ที่กินคู่กันแล้ว "อันตรายถึงชีวิต" จริงหรือมั่วมาดูกัน !!

ทั้งนี้ ยาทั้งหมดใน 9 ข้อนี้ มี Paracetamol และยาแก้แพ้ เพียงสองชนิดเท่านั้นที่ซื้อมากินเองได้ ส่วนที่เหลือ ควรเป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ให้ซื้อมากินเอง