- 04 มิ.ย. 2561
ตาสว่างทั้งประเทศ !!? เพื่อนผัวแฉกลับ "เมียจีน" อ้างสูญ 50 ล้าน... ทำตัวเอง งานนี้มีหน้าชา เจ้าแม่ลวงโลก?
จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Mandy Lee" ได้โพสต์ข้อความว่าแฉอดีตสามีชาวไทยสูบเงินสูญกว่า 50 ล้าน จนเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ระบุ
until you give everything, he block you so easy how he doing step by step get everything belong to him
เราสองคนนะ คบกันมาประมาณปีครึ่ง เราใช้เงินไปเกือบห้าสิบล้านกว่าบาท บ้านพี่ รถแม่พี่ แม้แต่รถที่พี่อยากเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายรอบ และนาฬีกาทั้งเจ็ดอัน
ที่เราซื้อจากสนามบิน M3 Lamborghini GTR mini cooper และยังมีมอเตอไซสองคัน ทั้งหมดมันเพราะเรารักพี่ ก็เลยพี่อยากได้ไป เราพยายามหา
ให้พี่ แต่พี่แหล่ะ ที่ตอบแทนเราคืออะไร ให้เราไปโรงพยาบาลคนเดียว ไม่คุยกับเรา ไม่ใส่ใจเรา ไม่สนใจเรารึ หรือ บล็อคคลิสต์เราไปใจชอบ ทุกครั้งที่เราสองคนทะเลาะ
กัน เราไม่เคยมีความรู้สึกเป็นแฟนพี่ หรือแม้แต่เป็นลูกค้าพี่ซัดนิดเดียวเลย กลับหันมากลายเป็นหมา เป็นตู้ถอนเงิน
เราตกลงกันจะไปเที่ยงที่เชียงใหม่ หัวหิน แต่สุดท้ายหล่า พี่ทิ้งเราคนเดียวไปที่กรุ่งเทพฯ และแอบไปคนเดียว ทุกๆครั้งที่พี่โมโหกับเราเพื่ออะไร ก็เพื่ออยากได้เงินจากเรานี่แหล่ะ
แต่พี่ไม่เคยรักเรา ไม่ใส่ใจเรา แม้แต่นิเดียว เราทะเลาะกับครอบครัวเราเราะพี่ ไม่มีเงิน เราก็ขายกระเป๋า ขายห้องเราเองเพื่อหาร้านที่เอกมัยให้พี่ เพียงแต่พี่บอกว่าพี่อยากได้อะไร
เราก็จะพยายามหาให้พี่
แต่ตอนนี้ เรารู้ตัวแล้ว เราผิดไป ผิดทั้งหมดไป รักพี่ ทําดีกับพี่โดยที่ไม่ขอตอบแทน พี่จะไม่มีวันไหนริ ที่รู้สึกตัวเองต้องมีกันตอบแทน แต่จะให้พี่ทําร้ายกับเรายิ่งหนักกวานี้ เราเคยลองมอง
อนาคตเราสองคน แต่มองไม่เห็น และรู้สึกเหนื่อยใจจนไม่ไหว ปีที่แล้ว หมอบอกเราว่าภาวะซึมเศรา เราไม่ใกล้บอกพี่ว่า เราไม่ดีใจ ทั้งหมดเราเก็บไว้อยู่ในใจเราเองและโกโหก เพื่อให้พี่มีความสุข แต่พี่อ่ะ
มีแต่เองเรื่องพวกนี้มาทะเลาพกับเราเป็นอย่างเดียว
พี่ไม่เคยรู็รอ แต่ละครั้งที่เราโกโหกกับพี่ ใจเราเจ็บแค่ไหน พี่มองแต่สิ่งที่ไม่ดีของเรา แต่ไม่เคยนึดถึงเรารักพี่แค่ไหน ดีกับพี่แค่ไหน เรามั่งใจได้ว่า นอกจากเราแล้วนะ จะไม่มีผู้หญิงคนใดรอที่โง่เหมือนเรา
ให้พี่ตั้งเยอะตั้งแยะขนาดนี้แล้ว และยังถูกทิ้งข้างๆไป
เราเคยขอหวังว่า พี่เราซักวันหนึ่งจะเริ่มใส่ใจเรา รักเรา แต่เรารอพี่มาเกือบสองปีแล้ว พี่ไม่เคยเปลี่ยน สิ่งที่อยู่กับเราตลอดเวลา คือ ความผิดหวัง
สิ่งที่เราเล่าขึ้นมา ไม่ได้อยากให้คนอื่นมองพี่เป็นคนไม่ดี เราแค่รู้สึกเหนื่อยใจ และ รู้สึกชีวิตเราไม่มีความสุข และไม่ได้รับความเข้าใจจากพี่ จากเพื่อนๆๆ
ต่อมาฝ่ายชายได้ออกมาโพสต์โต้กลับ โดยมีใจความดังนี้
เชื่อสิ ใจเย็นๆ ความจริงมันบิดเบือนอยู่นะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีที่มาที่ไป บิดเบือน เข้าใจผิดไปก็มาก (ผมไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ได้จะเลวกับใครได้แบบนั้น)
1.ผมไม่สามารถบังคับใครเซ็นเอกสารอะไรได้ถ้าเค้าไม่พอใจกับผลประโยชน์นั้น (รถมีการซื้อมาขายไป สิทธิไหนเป็นของเค้า ก็เป็นส่วนของเค้า ขายได้ก็เป็นเงินของเค้าไป (คนเราวันนึงไปกันไม่ได้ก็ต้องจบ)
2.เชื่อสิ ไม่ได้มี 50 ล้านหรือใช้ 50 ล้านตามที่อ้างหรอก ทำงานลำบาก ทำงานหนัก นอนเครียดตีนก่ายหน้าผากอยู่ทุกวัน ของมันมีซื้อมาขายไป เทรดเข้าเทรดออก
3.เค้าไปด้วยการกระทำที่เค้าก่อมันขึ้นมาเอง ซึ่งถ้ามีโอกาสอาจจะได้ชี้แจง และเสนอข้อมูลที่แท้จริง เชื่อสิที่เค้าหนีกลับต่างประเทศ ไม่ใช่เพราะผิดหวังจากความรักหรือผมไปทิ้งเค้า แต่เป็นการฉ้อโกง ที่เกิดจากการวางแผนไว้ของเค้า ถ้าวันนึงพี่ผมอยากจะเปิดเผย หรือหลักฐานในรูปคดีครบถ้วน ผมก็จะแล้วแต่พี่ผมจะเห็นสมควร
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2561 รายการทุบโต๊ะข่าวช่องอัมรินทร์ทีวีได้เปิดเผยว่า นายเอ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของนายพุฒน์ หนุ่มไทยที่ตกเป็นประเด็นได้เปิดเผยแทนเพื่อนว่าสิ่งที่อดีตภรรยาพูดถึงเพื่อนตนนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด อาจเป็นการเข้าใจผิดหลังเลิกรากันเพราะก่อนจะคบกับอดีตภรรยาเพื่อนของตนก็มีฐานะดีอยู่แล้ว
เรื่องเงินจำนวน 50 ล้านบาทที่ว่านายพุฒน์เอาไป ก็ไม่มีการนำไปใช้อย่างที่เป็นข่าว และส่วนใหญ่รายได้จากการทำธุรกิจรถหรูมือสอง ที่มีการการซื้อมาขายไป ซึ่งแฟนสาวชาวจีนไม่สามารถทำธุรกรรมได้ จึงใช้ชื่อนายพุฒน์เป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อขายรถได้แล้วเงินทั้งหมดก็จะส่งคืนให้แฟนสาวทั้งหมดเช่นเดียวกัน บางครั้งแฟนสาวของนายพุฒน์หมุนเงินไม่ทัน นายพุฒน์ก็จะเข้าไปช่วยเติมส่วนตรงนั้นเสมอ อีกทั้งส่วนตัวของนายพุฒน์ก็มีบ้าน มีรถ มีทรัพย์สินอยู่แล้ว มีธุรกิจและเคยทำงานมาก่อน ซึ่งไม่ใช่มีเงินตอนที่คบกับแฟนสาวชาวจีน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องนำเงินใดๆ ไปซื้อเพิ่มอีก
ยืนยันทั้งคู่รักกันเพื่อนๆต่างก็รู้ แต่เรื่องส่วนที่ที่หย่าร้างกันไม่ทราบ แต่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ก็มีนิสัยใจดี เป็นคนน่ารัก
ขอบคุณรายการ ทุบโต๊ะข่าว ช่องอัมรินทร์ทีวี และเฟซบุ๊ก Mandy Lee
