- 06 มิ.ย. 2561
สุดช็อก ไม่คิดว่าจะทำแบบนี้!!! เปิดคลิปอีกมุม วินาทีดักรอน้องอุ้ม ก่อนชักปืนยิงสยอง..แม่ฝ่ายชายยันลูกไม่เจ้าชู้ เผยยังไม่ได้ติดต่อครอบครัวน้องอุ้ม!!
จากกรณี อดีตแฟนหนุ่มดักยิงแฟนสาว(น้องอุ้ม) และได้ยิงตัวเองตาม ที่เป็นข่าวอยู่ในตอนนี้
วันนี้ (5 มิ.ย. 61) ที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม เวลาประมาณ 13.00 น. ญาติของนายภัคพงษ์ จิตตารมย์ หรือ พี เดินทางมารับศพที่ห้องเก็บศพของโรงพยาบาล โดยนางติ๋ม (นามสมมติ) แม่ของนายพี เปิดเผยว่า ตนทราบเพียงว่านายพีและน้องอุ้มคบหากันมาราว 7 ปี ตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย จนฝ่ายหญิงมาเรียนระดับปริญญาตรี แต่นายพียังไม่เคยพาน้องอุ้มมาเจอกับครอบครัว อีกทั้งลูกชายไม่เคยเล่าให้ฟัง ดังนั้นจึงไม่ทราบเรื่องราวของฝ่ายหญิงมากนัก และไม่ทราบว่ามีปัญหาระหว่างกันด้วย
สำหรับข่าวที่ออกมาว่าลูกชายมีมือที่สามนั้น แม่ของนายพียืนยันว่า ลูกชายไม่เคยมีพฤติกรรมในลักษณะเจ้าชู้ โดยนิสัยส่วนตัวเป็นคนร่าเริง ไม่เคยไปเที่ยวตามสถานบันเทิง เวลาจะสังสรรค์กับเพื่อนก็จะนัดกันที่บ้านมากกว่า ซึ่งตนดูแล้วลูกชายไม่น่าจะมีเรื่องเครียดใดๆ แต่มักจะไม่เล่าปัญหาส่วนตัวให้ใครฟัง ที่ผ่านมาลูกชายตนก็ไม่ใช่เด็กเกเร ทำงานเสร็จก็กลับบ้าน ไม่เคยพาสาวอื่นเข้าบ้าน ส่วนตัวก็คิดว่าลูกชายเรียนจบก็น่าจะแต่งงานกับน้องอุ้ม แต่มาก่อเหตุเช่นนี้ก่อน ตนก็ไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุใด ส่วนตัวไม่คาดคิดว่าลูกจะไปก่อเหตุ เพราะขนาดเพื่อนๆ ของนายพีก็ยังไม่คิดว่าเขาจะทำเช่นนี้ พอทราบว่าลูกนำปืนไปยิงอดีตแฟน ตนเองก็รู้สึกเสียใจ เพราะหากรู้ว่าลูกจะทำ ก็คงห้ามไปแล้ว
ทั้งนี้ ครอบครัวยังไม่ได้ติดต่อไปหาครอบครัวของฝ่ายหญิง แต่ตนก็อยากฝากขอโทษ และรู้สึกเสียใจแทนด้วย ส่วนจะไปร่วมงานศพอีกฝ่ายหรือไม่ ตนยังไม่ทราบรายละเอียดการจัดงาน และคิดว่าคงไม่สะดวกเดินทางไป
ด้าน นายปราโมช จิตตารมย์ พ่อของนายพี เปิดเผยว่า ตนไม่เคยเห็นลูกชายมีนิสัยใจคอทำร้ายใครแบบนี้ เพราะลูกเป็นคนเงียบๆ เวลาไปไหนกับเพื่อน ตนยังไม่ทราบเลย และไม่เคยเห็นว่าลูกชายจะพกพาอาวุธปืนไปไหนมาไหน ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุยอมรับว่าเป็นปืนของตน จดทะเบียนถูกต้องและเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าเพื่อป้องกันตัว และไม่รู้ว่าลูกชายเอาออกไปตอนไหน มารู้อีกทีก็ก่อเหตุแล้ว
นายปราโมช กล่าวต่อว่า ลูกชายไม่เคยเอาปัญหาเรื่องความรักมาเล่าให้คนในครอบครัวฟัง รวมถึงไม่เคยเล่าให้เพื่อนฟังด้วย โดยวันก่อนเกิดเหตุก็ไม่มีคนในครอบครัวทราบว่าลูกชายจะมาดักรออดีตแฟนสาว เพราะลูกออกมาทำงานปกติ ซึ่งวันนั้นลูกชายต้องเข้างานเวลา 16.00 น. และขับรถยนต์ออกมาทำงานเหมือนทุกวัน จึงไม่คิดว่าลูกจะขับรถมาถึงที่ จ.นครปฐม
ส่วนนายพีจะไปทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ทั้งนี้ลูกชายตนเสียไปแล้วตนก็ยังทำใจไม่ได้ ส่วนจะไปร่วมงานศพอีกฝ่ายหรือไม่นั้นก็คงต้องดูก่อน เพราะต่างฝ่ายต่างก็ต่างเสียใจเช่นเดียวกัน ตนยังไม่ได้ติดต่อไปทางครอบครัวของฝ่ายหญิง แต่อย่างไรก็ตาม ต้องขอแสดงความเสียใจกับอีกฝ่ายด้วย เพราะคนเรามันคิดไม่ได้ ลูกเราเป็นคนก่อเหตุไปทำเขาก่อน ถึงแม้ว่าตอนนี้ลูกเราจะเสียชีวิตแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ได้มีการเผยภาพจากกล้องวงจรปิดอีกมุมหนึ่ง ซึ่งเห็นการกระทำของนายพี่ อย่างชัดเจนอีกด้วย
.
.
Cr.ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34
