- 15 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
1. เมื่อฝนตกหนัก ให้เปิดไฟหน้าและไฟตัดหมอก (ถ้ามี) ทันที ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน เพราะหากเปิดไฟฉุกเฉินรถทางซ้ายและทางขวา จะเห็นไฟกระพริบแค่มุมใดมุมหนึ่งเท่านั้น ทำให้นึกว่าคุณกำลังจะเลี้ยวหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ารถเสียแทน อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ และเพื่อเวลาใช้ไฟเลี้ยวรถคันอื่นจะได้ทราบว่าเราต้องการเลี้ยว นอกจากนี้ยังผิด พรบ. จราจร มาตรา 9 และกฎกระทรวงข้อ 11 กฎหมายกำหนดให้ใช้ไฟฉุกเฉินเฉพาะกรณีรถเสียที่จอดอยู่กับที่เท่านั้น
2. เปิดที่ปัดน้ำฝน ปรับระดับความเร็วให้เหมาะสมตามระดับความแรงของฝน
3. การลดฝ้าที่กระจก ให้เปิดปุ่มไล่ฝ้ากระจกหลังเพื่อลดฝ้าเกาะกระจกและอย่าปิดแอร์ให้ปรับแอร์ให้เย็นขึ้นอีกเล็กน้อยก็ช่วยลกฝ้าได้แล้ว
4. ช่วง 5 นาทีแรกที่ฝนตกใหม่ๆ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะถนนจะลื่นมากกว่าปกติ
5. ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและการมองเห็น ทิ้งระยะห่างขณะขับตามรถคันหน้าให้มากกว่าปกติเป็น 2 เท่า
6. หลีกเลี่ยงการเบรคอย่างกระทันหันและการใช้เบรคโดยไม่จำเป็น
ในกรณีที่รถไม่มีระบบเบรก เอบีเอส การเบรกแรงๆ บนถนนลื่น ล้อมีโอกาสล็อกได้ง่าย ล้อที่ล็อกจะขาดการบังคับควบคุมทิศทางจากพวงมาลัยหรือทำให้รถปัดเป๋จนถึง ขั้นหมุนคว้างได้ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่ากระแทกแป้นเบรกแรงๆ หากจำเป็นและรู้สึกว่าล้อล็อกแล้ว ควรละเบรกเล็กน้อยเพื่อให้ล้อคลายการล็อก ส่วนการขับรถที่มีเอบีเอสก็อย่าชะล่าใจ เพราะถึงเอบีเอสจะป้องกันล้อล็อก แต่นั่นก็แสดงว่าเป็นการเบรกที่รุนแรงเกินไปนั่นเอง
7. เพิ่มการสังเกตุการณ์ จุดที่มีน้ำขังบนถนน ลดความเร็ว เมื่อขับผ่านแอ่งน้ำเพราะอาจจะเกิดอาการเหินน้ำทำให้รถลื่นไถลได้ถ้าขับมาด้วยความเร็งสูง
8. ในกรณีขับไปในถนนที่มีน้ำท่วมขัง ให้ ให้สังเกตุระดับความลึกของน้ำจากรถคันหน้าหรือขอบฟุตบาทข้างทางเพื่อประเมินสถานการณ์
9. เมื่อจำเป็นต้องขับลุยน้ำท่วมขังควรปิดระบบแอร์ก่อนเมื่อผ่านจุดนั้นไปแล้วค่อยไปเปิดใหม่ และใช้เกียร์ต่ำ(เกียร์ L หรือ เกียร์ 1) เพื่อไม่ให้รอบเครื่องยนต์ต่ำเกินไปน้ำอาจจะย้อนเข้าท่อไอเสียได้
10. หลังจากที่ผ่านจุดที่น้ำท่วมขังมาแล้ว ให้ย้ำเบรคบ่อยๆ เพื่อรีดน้ำให้ผ้าเบรคแห้ง ป้องกันอาการเบรคลื่นแต่ถ้าต้องจอดรถเป็นเวลานานๆ หลีกเลี่ยงการใช้เบรคมือ จอดรถเพื่อป้องกันอาการเบรคติด
11.ถ้าฝนตกหนักมากจนไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจนในระยะ 10 เมตรควรหาที่จอดที่ปลอยภัยรอจนฝนเบาลงแล้วค่อยเดินทางต่อ
12.ใช้ไฟอย่างถูกต้อง เมื่อฝนตกหนัก
ถ้า ฝนตกหนักควรเปิดไฟหน้าแบบต่ำ เพราะถ้าเปิดไฟสูง สายฝนจะสะท้อนกลับมายังผู้ขับมากจนมองเส้นทางข้างหน้ายาก ไม่ควรเปิดไฟหรี่ เพราะการเปิดไฟหน้าแบบต่ำ แทบไม่ได้สิ้นเปลืองอะไรเลย ไดชาร์จ(อัลเตอร์เนเตอร์) แทบไม่ได้ทำงานหนักขึ้นหลอดไฟหน้าจะอายุสั้นลงก็ไม่ใช่ปัญหา หลอดละร้อยสองร้อยบาทเท่านั้น เมื่อจะเปลี่ยนเลน ให้เปิดไฟเลี้ยวเตือนผู้อื่นล่วงหน้าตาม ขับรถลุยฝนใช้ความเร็วต่ำกว่า อย่าชะล่าใจควรจับพวงมาลัย 2 มือในตำแหน่งที่แนะนำไว้ข้างต้น พร้อมจะลดความร็วลงได้อย่างรวดเร็ว ระวังอาการเหินน้ำของยางไว้ทุกวินาที
13. ถ้าขับรถไปเจอพายุลมแรง เมื่อขับผ่านต้นไม้ให้ระวังกิ่งไม้หักหรือลมพัดกิ่งไม้ขวางถนนและป้ายโฆษณาข้างถนนที่จะปลิวมาใส่รถได้
14. ถ้าขับรถไปเจอพายุลูกเห็บ ให้หาที่หลบข้างทางที่กำบังรถได้ เช่น ที่มีหลังคาหรือใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อทั้งป้องกันความเสียหายกับตัวรถและอันตรายบนผิวถนน
เพียงเท่านี้ ก็ทำให้คุณใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัยในหน้าฝนแล้ว อย่าลืมแชร์ต่อเพื่อบอกคนรอบข้าง จะได้เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านท่านอื่นๆด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : frank , siamrath
