- 27 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่และโค้ชรวม 13 ชีวิต ติดอยู่ในถ้ำหลวงตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ซึ่งหน่วยซีล ยังคงปฏิบัติการค้นหาในถ้ำเป็นหลัก ขณะนี้หน่วยซีล อัดถังอากาศเพื่อส่งเพิ่มเข้าไปข้างในถ้ำอีก 17 ถัง รวม 34 ถัง ซึ่งชุด 2 อีก 24 นาย ได้เดินทางถึงแล้วถ้ำหลวง และปฏิบัติงานทันที โดยปรับแผนงานใหม่ เนื่องจากระยะทางเดินเข้า-ออกถ้ำไกลมาก มีการพักค้างแรมภายในถ้ำจนกว่าจะค้นหาน้องๆทั้ง 13 คน
นอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊ก ก้าวไกรเชียงรายนิวส์ ได้รายงานว่า จะมีนักดำถ้ำที่สุดที่สุดในโลก (World Best Cave Diver) จากประเทศอังกฤษ จะเดินทางมาช่วยเหลือโค้ชและเด็กๆ ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานคนอื่นๆ พร้อมกับอุปกรณ์ในการช่วยเหลือ คาดว่าจะเดินทางมาถึงจังหวัดเชียงรายเวลาประมาณ 18.20 น.
ล่าสุดทางนายสุวิทย์ โควสุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนวิจัยรอยเลื่อนมีพลัง สำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า ทีมนักธรณีวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านถ้ำ เร่งจัดเตรียมข้อมูลทางด้านธรณีวิทยาและสภาพพื้นที่ของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อเข้าช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีแม่สายที่ติดอยู่ภายในถ้ำ หลักกรมทรัพยากรธรณีเสนอให้ใช้โพรงถ้ำอย่างน้อย 2 จุดในตำแหน่ง A และ B ของถ้ำหลวง เข้าช่วยเหลือทั้ง 13 คน พร้อมกับเสนอแนวทางความเป็นไปได้ในการเจาะปล่องถ้ำ ซึ่งลักษณะทางธรณีวิทยาเขาหินปูนมีศักยภาพในการเจาะได้ จึงต้องเร่งวิเคราะห์ความหนาของผนังถ้ำและธรณีสัณฐานของถ้ำหลวงว่ามีความหนาระดับไหน เพื่อส่งต่อให้กับผู้เชี่ยวชาญขุดเจาะถ้ำ ขณะนี้มีหลายบริษัทมีศักยภาพและอาสาเข้าช่วยเหลือขุดเจาะแล้ว ทั้งนี้ ทางเทคนิคธรณีวิทยาของเขาหินปูนของถ้ำหลวงสามารถใช้วิธีการขุดเจาะได้ง่าย ไม่เสี่ยงที่จะถล่ม แต่ต้องเลือกจุดที่ไม่ใกล้หินงอก หินย้อยในถ้ำ เพราะอาจสร้างความเสียหายได้ ในเบื้องต้นมีความเป็นไปได้สูงของจุดที่จะเจาะปล่องถ้ำในตำแหน่ง B แต่ต้องสำรวจเชิงพื้นที่ก่อน สำหรับเจ้าหน้าที่กู้ภัยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับ ตชด. เดินเท้าสำรวจปล่องโพรงถ้ำหลวงแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ลองลงไปสำรวจลึก 10 เมตร พบว่า ทางด้านล่างสามารถเดินไปต่อได้ เพราะพื้นเป็นทรายชื้น แต่ไม่ยืนยันว่าเส้นทางนี้จะทะลุไปถึงถ้ำที่คาดว่าผู้สูญหายติดอยู่ได้หรือไม่
ขณะที่ ผศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า ทีมงานพร้อมจะเข้าช่วยเหลือเจาะหินหรือเพดานถ้ำบริเวณโถงต่างๆ โดยใช้เสาเข็มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6-8 นิ้ว ซึ่งปกติใช้เพื่อสำรวจหาแร่ ดูลักษณะชั้นหิน ชั้นดิน มีสมรรถนะเจาะได้เร็ว 50 เมตร ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และระยะทาง 100 เมตร ใช้เวลาเจาะไม่ถึงครึ่งวันแน่นอน ขณะเดียวกัน จิสด้า ได้ทำแผนที่ความละเอียดสูงขึ้นส่งเข้าไปในพื้นที่แล้ว เมื่อมีแผนที่ความละเอียดสูงจะตรวจสอบพิกัดต่างๆแม่นยำมากขึ้น หากทราบตำแหน่งที่ชัดเจนสามารถเจาะได้ทันที ซึ่งใช้เส้นผ่าศูนย์กลางที่เล็กเจาะในแนวดิ่งเพื่อไม่ให้ถ้ำถล่มลงมา
ขอบคุณ : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย , สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
