- 03 ก.ค. 2561
หัวใจของแม่ !!! "โรงเรียน" โทรแจ้ง "ลูก" เกิดอุบัติเหตุสระว่ายน้ำ!? แต่หมอแจ้งมีแผลฉีกขาดที่อวัยวะเพศต้องเย็บ13เข็ม (รายละเอียด)
ความรักของพ่อและแม่ที่มีต่อลูกนับว่าเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่มากจนไม่สามารถหาอะไรมาเทียบได้ ทุกอย่างที่พ่อแม่มอบให้กับลูกก็ด้วยความรักความห่วงใยทุกอย่างที่พ่อและแม่ตัดสินใจเลือกให้กับลูก คิดว่าสิ่งที่เลือกให้กับลูกของตนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และสามารถทำให้ลูกมีความสุขและเติบโตมาเป็นคนที่ดีของสังคมได้ ถึงแม้ว่าสิ่งที่เลือกให้กับลูกนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาแต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าลูกของเราจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
อย่างเช่นเหตุการณ์ต่อไปนี้ที่นับว่าเป็นอุทาหรณ์ให้กับคุณพ่อคุณแม่อีกหลายคนที่มีลูกและส่งลูกให้ได้เรียนโรงเรียนที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับลูกของตน เมื่อทางเพจเฟซบุ๊ก บันทึกของคุณแม่ท่านหนึ่ง ได้แชร์ประสบการณ์ที่นับว่าเป็นอุทาหรณ์ จากหัวใจที่แตกสลายของแม่ที่คิดว่าการส่งลูกเรียนที่โรงเรียนที่แพงที่สุดใช้ว่าจะดีที่สุดเสมอไป
ซึ่งคุณแม่ท่านนี้ใช้เวลา 1 เดือนเต็มๆ ที่จะทำใจกับเหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้นกับลูกของตนเอง โดยทางคุณแม่ได้เล่าว่า ประมาณ 12.00 ทางโรงเรียนได้โทรมาบอกว่าเกิดอุบัติเหตุกับลูกของตน ที่สระว่ายน้ำ ในวิชาว่ายน้ำ โดยมีเลือดไหลจากช่องคลอดของน้องเป้นจำนวนมาก ให้คุณแม่ไปเจอกันที่โรงพยาบาล และตนได้ไปถึงก่อนที่ลูกของตนจะมา ในระหว่างรอครูประจำชั้นได้โทรมาบอกว่าใกล้ถึงแล้วไม่ต้องห่วง และให้ตนคุยกับลูก ซึ่งลูกของตนก็มีน้ำเสียงที่ดีขึ้น และบอกว่าตนเองโอเค เมื่อรถโรงเรียนมาถึง ครูได้อุ้มลูกของตนลงมาส่งเข้าห้องฉุกเฉิน โดยบอกกับตนว่าลูกของตน ได้กระโดดลงสระว่ายน้ำ แล้วพลาดประแทกกับขอบสระ ก่อนที่ครูประจำชั้นจะส่งบัตรประกันอุบัติเหตุให้ตนพร้อมรีบขอตัวกลับ ตอนนั้นตนยังไม่ติดใจอะไรเรื่องสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น เพราะห่วงลูกมากกว่า
หลังคุณหมอตรวจเสร็จทุกอย่างหมอได้บอกอาการลูกของตนพร้อมเรียกมาดูแผล ซึ่งคุณหมอได้บอกว่า น้องมีแผลฉีกขาดที่อวัยวะเพศ ใต้ช่องคลอดยาวลงมาเกือบถึงรูก้น ลึกลงไปครึ่งเซนติเมตร การรักษาต้องอดอาหารและน้ำ ดมยาสลบเพื่อเข้าห้องผ่าตัด ลูกของตนต้องเย็บอวัยวะเพศ ทั้งหมด 13 เข็ม ด้วยวัยเพียง 3.10 ขวบ แต่เมื่อรักษาอาการลูกของตนเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่คาใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด คือเมื่อครูใหญ่มาเยี่ยมวันรุ่งขึ้น บอกว่าประกันจะจ่ายแค่ 10,000 บาท ตามวงเงินที่ทำ และ โรงเรียนจะไม่รับผิดชอบเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นความผิดของเด็กที่กระโดดเอง
ซึ่งตนได้ทำการแจ้งความ เพื่อสอบสวนเรื่องราว แต่ที่สระว่ายน้ำของโรงเรียนไม่มีกล้องวงจรปิด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครเห็น เพราะเป็นช่วงเรียนว่ายน้ำเสร็จ และครูกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เด็กคนอื่น ปล่อยปะละเลยลูกของตจนเดินไปกระโดดน้ำเอง หรือกระโดดจริงไหมซึ่งก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ จากการวินิจฉัยของหมอบอกว่าโดนของแข็งไม่มีคมซึ่งอาจรวมไปถึงการคุกคามทางเพศด้วย แต่ตนไม่ได้ขอตรวจเพิ่มเติม เพราะคิดว่าลูกเจ็บแผลมากอยู่แล้ว ตนคิดว่าโรงเรียนเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขาดจรรยาบรรณในการดูแลนักเรียนของตัวเอง ซึ่งตนได้เสียเงินค่าแรกเข้าให้ลูกของตนได้เรียนโรงเรียนนี้และคิดว่าทางโรงเรียนจะสามารถดูแลลูกของตนได้เป็นอย่างดี หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวทางคุณแม่ได้ย้ายให้ลูกไปเรียนที่โรงเรียนอื่นแล้ว แต่ยังไม่สามรถเล่นกีฬาโลดโผนได้อีก 3 เดือน
ขอบคุณเพจเฟซบุ๊ก บันทึกของคุณแม่ท่านหนึ่ง
