- 04 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สังคมให้ความสนใจและให้กำลังใจเป็นอย่างมาก สำหรับกรณีมีเด็กนักฟุตบอล 12 คน และผู้ฝึกสอน 1 คน หายเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย โดยเด็กนักฟุตบอลและผู้ฝึกสอนได้จอดจักรยานและรองเท้าไว้ที่หน้าทางเข้าถ้ำ โดยคาดว่าระหว่างที่เข้าไปเกิดฝนตกน้ำ น้ำท่วมสูงภายในถ้ำ และคาดว่าเด็กนักฟุตบอล และผู้ฝึกสอนจะติดอยู่ในโพร่งถ้ำที่สูงกว่าระดับน้ำท่วมด้านใน ซึ่งได้มีการจัดเจ้าหน้าที่หน่วยซีล จาก อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหลายจังหวัด และเจ้าหน้าที่จากต่างประเทศ เพื่อช่วยค้นหาเด็กนักฟุตบอลและผู้ฝึกสอนจนได้พบตัวแล้ว
ต่อมาได้เกิดประเด็นที่หลายคนพูดถึง หลังมีชาวเน็ตบางส่วนตำหนิ "ทีมหมูป่า" ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่โต จนต้องได้รับการช่วยเหลือจากหลายฝ่าย โดยมองว่ามี "ป้ายห้ามเข้า" แต่ยังเข้าไป จนล่าสุด "ทนายเกิดผล แก้วเกิด" ได้ออกมาเคลื่อนไหวถึงประเด็นดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุข้อความว่า "อย่าไปค้นหาความผิดของเด็กๆมากเลยครับ แค่นี้ก็เป็นบทเรียนเขาได้ทั้งชีวิตแล้ว ผู้ใหญ่หลายคนก็โหนกระแส วิพากษ์วิจารณ์กันเกินความพอดี เหตุการณ์ครั้งนี้ เด็กๆเหล่านี้ มิใช่ Hero แต่ก็ไม่ได้เป็นอาชญากร ที่จะต้องถูกประนามมากมาย (แต่ก็สมควรถูกตำหนิ และดีดหูบ้าง)"
"ซุปเปอร์ฮีโร่ ที่แท้จริง คือทุกคน ทุกทีม ที่ร่วมกันค้นหา และช่วยเหลือเด็กๆ ซึ่งสมควรได้รับความชื่นชมและได้รับรางวัลตอบแทน ส่วนคนที่จะจับผิดและตำหนิเด็กๆ ก็ เพลาๆ อคติลงบ้าง เพิ่มเมตตามากๆ ชีวิตจะได้ไม่ทุกข์ เพราะความสุขของเพื่อนร่วมชาติ ขนาดเอารูปป้ายเตือน มาหาเหตุด่าเด็กๆ ทั้งๆที่ป้ายเตือนว่า เดือน กรกฎาคม -พฤศจิกายน ห้ามเข้า ลืมไปหรือเปล่าครับ ว่า เด็กๆเข้าไป เดือนมิถุนายน ให้อภัยมากขึ้น จับผิดน้อยลง โลกจะได้น่าอยู่ครับ"
ทั้งนี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ขอให้คุณพระคุ้มครองเด็กๆ และผู้ฝึกสอน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปค้นหาทั้ง 13 ชีวิตในถ้ำจนพบทุกคน
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก เกิดผล แก้วเกิด
