- 05 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ เด็กๆ เเละโค้ชทีมฟุตบอล จำนวน 13 ราย หายตัวเข้าไปในถ้ำหลวงนางนอน อ.เเม่สาย จ. เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ต่างระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ จนเมื่อเวลาประมาณ 22.25 น. ของคืนวันที่ 2 ก.ค. 61 ทางทีมดำน้ำจากอังกฤษก็ได้เจอ 13 ชีวิตที่ติดในถ้ำหลวง ทั้งหมดปลอดภัย ซึ่งเด็กๆ อยู่บนเนินนมสาว ห่างจากพัทยาบีชไปประมาณ 400 เมตรนั้น
โดยต่อมามีการเผยแพร่ภาพของเด็ก ๆ ทั้ง 12 คน และโค้ช ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งจะเห็นได้ว่าโค้ชมีสภาพร่างกายที่อ่อนแอที่สุด เนื่องจากเสียสละขนมที่มีอยู่ให้เด็กกิน โดยที่ตนเองไม่ยอมแตะแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งโค้ชยังดูแลเด็ก ๆ พร้อมกับสอนให้อยู่นิ่ง ๆ เพื่อประหยัดพลังงาน ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น ซึ่งในขณะนี้ ทางด้านนายธนศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงรายนั้น ก็ได้มีการระดมวางแผนอย่างต่อเนื่อง ว่าจะนำตัวเด็กๆ ออกมาจากถ้ำด้วยทางใดบ้าง เพื่อให้ทั้งหมดปลอดภัยที่สุด
ล่าสุด Mr.Ben Reymenants เบน เรย์เมนันต์ส ชาวเบลเยียม ครูและผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำในถ้ำ ที่บินด่วนจากภูเก็ตมาร่วมช่วยเหลือหน่วยซีลตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. 2561 และให้คำมั่นสัญญาจะอยู่ช่วยจนเจอตัวเด็กๆ นั้น ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น CNN ยอมรับว่าการดำน้ำในถ้ำหลวง จังหวัดเชียงรายไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฮีโร่ "Ben"ร่ำลาไปตปท.สะสางงานค้างแล้ว หลังตัดสินใจละทุกอย่าง บินด่วนจากภูเก็ตมาช่วยหน่วยซีลค้นหา 13 ชีวิต รู้ข่าวชัดทีมหมูป่าปลอดภัย!?
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้เริ่มการสนทนา สอบถามคุณเบนว่า : คุณเบน คุณคือคนที่อยู่หน้างาน และเห็นด้วยตาของตัวเองว่าสถานการณ์นั้นเป็นอย่างไร ช่วยบอกเราได้ไหมคะว่าเป็นอย่างไร
เบน เรย์เมนันต์ส : ตอนที่เราเข้าไปวันแรกๆ ในถ้ำ เราแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย เรามีเพียงความหวังอันน้อยนิดที่จะไปถึงหาดพัทยา หลังจากนั้นฝนก็หยุดตก ทุกอย่างก็ดีขึ้น และเราก็มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ระดับน้ำลดลง เราจึงไปกันได้ต่ออีกประมาณ 2.4 กิโลเมตร ซึ่งเป็นที่ๆ เด็กๆ อยู่
ผู้สื่อข่าว : แล้วใช้เวลานานเท่าไรคะกว่าที่จะไปถึงตัวเด็กๆ?
เบน เรย์เมนันต์ส : ประมาณ 4 ชั่วโมงครับ
ผู้สื่อข่าว : ดิฉันได้พูดคุยกับนักดำน้ำคนหนึ่ง และเขาบอกว่า การดำน้ำในถ้ำถือเป็นงานหิน แม้กระทั่งต่อตัวนักดำน้ำที่มีประสบการณ์มามาก ซึ่งผู้ที่ดำน้ำในถ้ำได้ ต้องใช้เวลาเป็นเดือน ๆ ในการฝึกซ้อม และจะเป็นเรื่องยากขนาดไหนคะ ที่จะสอนให้เด็ก ๆ ดำน้ำออกมา เพราะเด็กบางคนยังว่ายน้ำไม่เป็น?
เบน เรย์เมนันต์ส : ขอให้เปรียบเทียบ อย่างเราเองที่ดำน้ำในถ้ำกันทุกวัน เราออกสำรวจถ้ำกันมาเยอะ แต่เราเองจะไม่ดำน้ำกันในถ้ำนี้เลย ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะไหน เพราะในถ้ำไม่มีการวางเชือก (เพื่อเป็นเส้นทางในการดำน้ำ) ไว้เลย เราต้องเข้าไปวางเชือกตอนที่ถ้ำไม่มีน้ำและปลอดภัยเท่านั้น การดำน้ำในถ้ำนี้ เปรียบเสมือนยอดเขาเอเวอร์เรสต์แห่งการดำน้ำ เราเองต้องวางเชือกกันประมาณ 2.4 กิโลเมตร ในถ้ำ และถือเป็นงานที่ยากที่สุด เพื่อช่วยเหลือเด็กให้ออกมาให้ได้
ผู้สื่อข่าว : ในตอนนี้มีคุณหมอและพยาบาลเข้าไปในถ้ำ และไปอยู่กับเด็ก ๆ และโค้ช พวกเขาจะอยู่ในนั้นอีก 3-4 เดือนได้ไหมคะ เพื่อรอให้ระดับน้ำลดลง ? และนั่นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้หรือเปล่า?
เบน เรย์เมนันต์ส : พวกเขาเองไม่มีทางเลือกอื่นใด ก่อนหน้านี้สถานการณ์ค่อนข้างดี ปั๊มน้ำทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระดับน้ำก็ลดลงนิดหน่อยประมาณ 6 ฟุต และในวันสุดท้าย ก็หวังระดับน้ำจะลดลงจนสามารถพาเด็ก ๆ ออกมาได้ แต่เมื่อวาน ระดับน้ำได้ขึ้นมานิดหน่อย และคาดว่าจะมีฝนตกหนักและน้ำท่วมเข้าไปในถ้ำ อย่างที่คุณเห็นในภาพข่าว หากฝนตก น้ำก็จะท่วม และจะทำให้ระยะการเดินไปสู่ทางเข้าอุโมงค์ยาวขึ้นเป็น 2 เท่า และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปถึงตัวเด็กๆ ใช่ครับ เด็ก ๆ อาจจะต้องอยู่ในถ้ำประมาณ 3-4 เดือน จนกว่าฝนจะหยุดและระดับน้ำลดลง แต่หน่วยกู้ภัยจะเอาอาหารเข้าไป
ผู้สื่อข่าว : คุณเบน คุณบอกว่าคุณเซอร์ไพรส์มากๆ ที่เห็นทุกคนยังรอดปลอดภัยและร่างกายแข็งแรง คุณรู้ไหมคะว่าเด็ก ๆ อยู่กันอย่างไรในความมืดสนิทถึง 9 วัน ก่อนที่จะมีคนไปพบพวกเขา
เบน เรย์เมนันต์ส : คุณหมอเองได้พูดคุยกับผม ตอนนี้คุณหมอค่อนข้างเป็นห่วงเกี่ยวกับสภาพจิตใจของเด็กๆ พวกเขาอยู่ในนั้นเกือบ 10 วัน โดยที่ไม่ได้กินอะไรเลย ไม่มีแสง และอาจจะมีค้างคาวบินโฉบไปมา ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อจิตใจ แต่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดมาก ที่กลุ่มนักดำน้ำชาวอังกฤษไปเจอพวกเขาก่อน และเด็กๆ ก็ตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษ และถามว่าวันนี้วันอะไร ถามหาอาหาร และใช่ครับ พวกเขาทุกคนยังดูแข็งแรง แม้ว่าจะเห็นได้ชัดว่ากล้ามเนื้ออ่อนแรงและเดินแทบไม่ไหว ตอนนี้ที่ทำได้คือ คือ การเติมน้ำ เติมอาหาร และหวังว่าเด็กๆ จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม
นอกจากนี้สำนักข่าวญี่ปุ่นยังได้ทำแบบจำลอง สาธิตให้ชมว่า น้ำในถ้ำหลวงที่ทีมนักฟุตบล "หมูป่า อะคาเดมี" ทั้ง 13 ชีวิต ติดอยู่ข้างในนั้นเป็นแบบไหน และทำไมถึงได้เป็นอุปสรรคในการทำภารกิจนี้อย่างมาก โดยผู้สื่อได้นำตู้กระจกมาตั้งไว้ แล้วใส่น้ำจนเกือบเต็มถึงขอบ พร้อมติดโลโก้รายการไว้ทางฝั่งด้านขวามือ ในขณะที่น้ำใส การดำน้ำจะเป็นไปได้โดยง่าย ทัศนวิสัยชัดเจน มองเห็นในระยะไกล ตั้งแต่ 45-50 เซนติเมตร แต่เมื่อลองเติมดินเข้าไปในปริมาณนึง เพื่อจำลองว่ามันคือน้ำโคลนที่นักดำน้ำในถ้ำหลวงต้องเผชิญ คุณจะเจอแต่ความมืดตั้งแต่ระยะ 45-50 เซนติเมตร จะสามารถมองเห็นภาพได้บ้าง ก็ต่อเมื่ออยู่ในระยะเพียง 10 เซนติเมตรเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะมีไฟฉายกันน้ำช่วยส่องแสงสว่าง หากเป็นน้ำโคลนก็ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย นอกจากความมืด จึงถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำภารกิจช่วยทั้ง 13 ชีวิต
Cr. CNN
ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Ben Reymenants , ญี่ปุ่นเบาเบา
