- 05 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สังคมให้ความสนใจและให้กำลังใจเป็นอย่างมาก สำหรับกรณีมีเด็กนักฟุตบอล 12 คน และผู้ฝึกสอน 1 คน หายเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย โดยเด็กนักฟุตบอลและผู้ฝึกสอนได้จอดจักรยานและรองเท้าไว้ที่หน้าทางเข้าถ้ำ โดยคาดว่าระหว่างที่เข้าไปเกิดฝนตกน้ำ น้ำท่วมสูงภายในถ้ำ และคาดว่าเด็กนักฟุตบอล และผู้ฝึกสอนจะติดอยู่ในโพร่งถ้ำที่สูงกว่าระดับน้ำท่วมด้านใน ซึ่งได้มีการจัดเจ้าหน้าที่หน่วยซีล จาก อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหลายจังหวัด และเจ้าหน้าที่จากต่างประเทศ เพื่อช่วยค้นหาเด็กนักฟุตบอลและผู้ฝึกสอนจนได้พบตัวแล้ว
ล่าสุด "อันมาร์ เมอร์ซา" ผู้ประสานงานของคณะกรรมการกูภัยในถ้ำของสหรัฐฯ ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการกู้ภัยในถ้ำมากว่า 30 ปี ให้สัมภาษณ์กับสถานีข่าวซีเอ็นเอ็น โดยระบุว่าปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตในถ้ำหลวงของไทยนั้นคือเป็นปฏิบัติการที่ยากที่สุดงานหนึ่งเท่าที่เขาเคยพบเห็น
โดยเขาเทียบว่า สำหรับถ้ำของสหรัฐฯ นั้น น้ำมักจะระบายไปอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากถ้ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มักเผชิญฝนตกต่อเนื่องในฤดูมรสุม ทำให้มักน้ำท่วมไปอยู่หลายเดือน ซึ่งนักสำรวจถ้ำที่เชี่ยวชาญจะรู้ดีว่าควรเลี่ยงถ้ำที่น้ำท่วมง่าย และไม่เข้าถ้ำช่วงที่มีฝน นอกจากนี้ ก็จะไม่มีการปล่อยให้สาธารณชนเข้าถ้ำในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย แต่ในกรณีถ้ำหลวงนั้นเข้าใจว่าเป็นกรณีที่แตกต่าง
ในกรณีถ้ำหลวงนั้นมี 3 ทางเลือก แต่ทางเลือกที่อันตรายที่สุดคือการพยายามสอนเด็กดำน้ำออกมา เพราะสภาวะของน้ำในถ้ำนั้นถือว่ายากลำบาก แม้กระทั่งนักดำน้ำที่เชี่ยวชาญยังต้องฝึกหลายร้อยชั่วโมงด้วยซ้ำไป จึงจะดำน้ำในสถาวะเช่นนี้ได้ และหากเด็กมีอาการตื่นตระหนกจนสูญเสียการควบคุม ก็จะนำอันตรายมาสู่นักดำน้ำกู้ภัยที่ดูแลอยู่ตรงนั้นเช่นกัน
อีกทางเลือกคือการขุดเจาะทางเข้า ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์หนัก และถนนหนทางที่เอื้อให้อุปกรณ์เข้าพื้นที่ได้ นอกจากนี้ยังต้องมีการทำแผนที่อย่างละเอียดที่สุดด้วย ส่วนทางเลือกสุดท้ายคือ รอจนกว่าน้ำจะลด แต่นี่คือฤดูฝน ก็คงต้องรอนานหลายเดือน
หากประเมินว่าพื้นที่ที่เด็กๆพักอยู่นั้นเป็นพื้นที่ปลอดภัย และทีมกู้ภัยสามารถนำอาหารและการช่วยเหลิอเข้าไปดูแลได้ตลอด ก็ควรอยู่ในถ้ำจนกว่าน้ำจะลดในระดับที่ออกมาได้ แต่หากพื้นที่ดังกล่าวดูแล้ว ก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน ก็เหลือเพียงทางเลือกเดียวที่เสี่ยงที่สุด ก็คือ การให้เด็กดำน้ำออกมา เขาตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังตกที่นั่งลำบาก ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ปฏิบัติการไม่ประสบความสำเร็จ พวกเขาก็อาจถูกต่อว่าอยู่ดี
ทั้งนี้ เมอร์ซาระบุอีกว่ากรณีของไทยถือว่าโชคดีมาก เพราะพบทั้ง 13 ชีวิตปลอดภัย นอกจากนี้อุณหภูมิในถ้ำ แม้ว่าเย็นกว่าภายนอก แต่ถือว่าไม่อันตรายเท่าถ้ำในสหรัฐฯ หรือยุโรป ซึ่งอุณหภูมิที่ต่ำมากจะทำให้ผู้ที่ติดในถ้ำนานเกินไปมีภาวะตัวเย็นเกิน นำไปสู่การเสียชีวิตได้ ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ขอให้คุณพระคุ้มครองเด็กๆ และผู้ฝึกสอน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปค้นหาทั้ง 13 ชีวิตในถ้ำจนพบทุกคน
ขอบคุณข้อมูล : springnews
