เตือนภัยล่าสุด !! พายุดีเปรสชัน“เซินติญ”ฉบับที่ 11 เผย 16  จังหวัดโดนหนัก....ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด!

เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัย"พายุเซินติญ"ฉบับที่ 11 (ฉบับล่าสุด) ระบุหลายจังหวัดยังคงได้รับผลกระทบมีฝนตกหนักหลายพื้นที่

วันที่ 20 ก.ค. 2561 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 11 (ฉบับล่าสุด) เตือนภัยพายุ "เซินติญ" ระบุ

 เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (20 ก.ค. 61) หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังจากพายุดีเปรสชัน“เซินติญ” (SON-TINH) ปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน แต่ยังส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้

        ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2561

        ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และตาก

        ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู สกลนคร และนครพนม

        สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย และประชาชน

        ที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งจนถึงวันที่

        22 กรกฎาคม 2561

        จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

        ประกาศ ณ วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.

        กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.

        (ลงชื่อ) วันชัย ศักดิ์อุดมไชย           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

 

เตือนภัยล่าสุด !! พายุดีเปรสชัน“เซินติญ”ฉบับที่ 11 เผย 16  จังหวัดโดนหนัก....ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด!

 

สำหรับพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 20 กรกฏาคม 2561

ลักษณะอากาศทั่วไป     พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งจนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2561

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา     หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน“เซินติญ” (SON-TINH) ปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน แต่ยังส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ     มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย
พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ     มีเมฆมาก กับมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง     มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก     มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่
และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)     มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)     มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล     มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ด้านพยากรณ์อากาศระหว่างวันที่ 19 กรกฏาคม 2561 - 25 กรกฏาคม 2561

การคาดหมาย     ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 21-25 บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อเนื่อง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 22 ก.ค.

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา      ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ค. พายุดีเปรสชัน “เซินติญ” ( SON-TINH ) ที่อ่อนกำลังลงจากพายุโซนร้อน ปกคลุมบริเวณพรมแดนประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนบน คาดว่าจะอ่อนกำลังลงหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณประเทศลาว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง

ส่วนในช่วงวันที่ 21-25 ก.ค. ร่องมรสุมจะเคลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาว และประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง แต่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อเนื่อง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

ภาคเหนือ     ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 21-25 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-30 องศาเซลเซียส


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ     ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-90 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 20-25 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-31 องศาเซลเซียส


ภาคกลาง     ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 21-25 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส


ภาคตะวันออก     ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 21-25 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส


ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)     ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 21-25 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส


ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)     ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 21-25 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล     ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 21-25 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

 

 

 

ขอบคุณ กรมอุตุนิยมวิทยา