แท็กซี่ติดมิเตอร์เทอร์โบ ฝรั่งเรียกจากสุวรรณภูมิไปข้าวสาร 4,000 บาท

แท็กซี่ติดมิเตอร์เทอร์โบ ฝรั่งเรียกจากสุวรรณภูมิไปข้าวสาร 4,000 บาท

Publish 2019-06-21 08:19:13


จากกรณีเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ทท.1 (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ได้รับแจ้งจากสายด่วน 1155 ว่ามีนักท่องเที่ยวชื่อ MR. JAMES ALEXANDER LOAKES สัญชาติอังกฤษ ต้องการร้องเรียนคนขับแท็กซี่สาธารณะเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อกับนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวให้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบถาม ได้ความว่า นักท่องเที่ยวได้โดยสารแท็กซี่สาธารณะ จากสนามบินสุวรรณภูมิ  เพื่อเดินทางไปยังถนนรามบุตรี กรุงเทพมหานคร ไปยังถนนรามบุตรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งคนขับได้กดมิเตอร์โดยสารตามปกติแต่เมื่อถึงที่หมาย ค่าโดยสารปรากฏบนมิเตอร์ เป็นจำนวนเงินสูงถึง 3,985 บาท นักท่องเที่ยวเชื่อว่าถูกหลอก จึงมาร้องเรียน 

 

 




ต่อมาวันที่ 20 มิถุนา 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบกับศูนย์รถแท็กซี่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทราบว่าตามวันเวลาที่เกิดเหตุ ผู้ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าว คือ นาย เสวย พุฒิสาร อายุ 57 ปีขับขี่รถแท็กซี่สาธารณะ สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทษ 407 กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงติดตามผู้ขับขี่คันดังกล่าวมาพบที่ กก.3 บก.ทท.1 (อากาศยานสุวรรณภูมิ) จากการตรวจสอบภายในรถแท็กซี่ พบว่ามีการติดตั้งดัดแปลงมาตราวัดมิเตอร์และติดตั้งวงจรไฟฟ้า ทำสวิตซ์ลับบริเวณเกียร์รถยนต์ เพื่อเพิ่มราคาค่าโดยสารผิดกฏหมาย

 

 

 


 เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ดัดแปลงแก้ไข มาตราวัดมิเตอร์ เพื่อให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก และเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำส่งรถแท็กซี่คันดังกล่าว เพื่อทำการตรวจสอบที่กรมการขนส่งทางบก และ นาย สมชัย ราชแก้ว หัวหน้าฝ่ายตรวจการกรมการขนส่งทางบก , พ.ต.ท.อัครพัชร์ ทองศรีวาณิช สว.กก.3 บก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา ในข้อหา "แก้ไขดัดแปลงอุปกรณ์ส่วนควบ (ดัดแปลงมาตรมิเตอร์)" โดยจะมีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท 



 

และข้อหา "เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการเกินอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง" ซึ่งจะมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท ตาม พรบ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 เบื้องต้นทางกรมการขนส่งทางบก ได้ทำการพักการใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้ต้องหา เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้ ถือได้ว่า เป็นภัยต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวของประเทศไทย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน จะได้ ตรวจสอบขยายผล ผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก ตำรวจท่องเที่ยว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ Suvarnabhumi Airport Tourist Police


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

มนันยา ไตรแก้ว
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์