- 30 มิ.ย. 2562
อะตอม เผยวินาทีไส้ติ่งแตก แต่ยอมให้หมอไปรักษาเคสโคม่าก่อน
บนเฟซบุ๊ก Atom Samphanthaphap ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวของ อะตอม สัมพันธภาพ นักแสดงหนุ่ม ไดเเผยวินาทีเฉียดตายไส้ติ่งเเตก แต่เจ้าตัวยอมให้คุณหมอไปรักษาเคสโคม่ารถชนและม้ามแตกก่อน เพราะเป็นตายเท่ากัน ระบุรายละเอียดไว้ว่า สรุปเหตุการณ์นาทีชีวิตของผมในครั้งนี้) วันนี้เป็นวันที่สดใสวันแรกในรอบหลายวันที่ผ่านมาที่แสนทรมานและเจ็บปวดอีกครั้งนึงในชีวิตผมครับ อย่างที่ทุกท่านทราบจากการรายงานจากk.แนนแฟนผม ที่อาการปวดท้องอย่างรุนแรงและไส้ติ่งแตกก่อนผ่าตัดจนเกือบไม่มีชีวิตรอดหากถึงมือหมอช้าและผ่าตัดช้ากว่านี้ เพราะผมมีอาการตาพล่ามัว มือชา เท้าชา หนังศรีษะชา หนาวตัวสั่นหัวเปียกเหงื่อท่วมลมเริ่มออกหูความรู้สึกคล้ายธาตุกำลังจะแตก หายใจไม่ออกเป็นเวลานานกว่าชั่วโมง ผมรวมสติกัดฟันพยายามท่องพุทโธและอิติปิโสพร้อมสั่งเสียแฟนที่ให้กำลังใจจับมืออยู่ข้างๆเตียงคนไข้ว่า(เค้าจะไม่ไหวแล้วนะช่วยสานงานต่อให้เสร็จด้วยดูแลแม่ด้วยและครอบครัวผมด้วย)
และผมก็ฮึบมาอีกครั้งและตะโกนสุดเสียงอย่างดังในห้องฉุกเฉินว่า(ถ้าไม่ให้ยาอะไรกูตอนนี้พวกเมริงเอาปืนมายิงกูให้ตายเถอะกูมันทรมานเกินจะรับได้แล้ว)นาทีนั้นผมคิดเช่นนั้นจริงๆครับ แต่เนื่องด้วยช่วงนั้นเป็นเวลาเช้าและอยู่ในช่วงที่คุณหมอกำลังเปลี่ยนเวรพอดีครับ จนกระทั่งประมาณไม่ถึง10นาทีคุณหมอท่านนึงก็มาถึงเตียงหมอ ถามผมว่าเจ็บระดับไหนถ้า10เต็ม10ผมตอบแบบไม่ต้องคำนวณและเสียงที่รวยรินเลยครับว่าระดับ10 และผมบอกหมอว่า "ผมขอมอร์ฟีนระงับก่อนได้ไหมครับผมจะไม่ไหวแล้วจริงๆผมรู้ระดับตัวเองความทนของตัวเองดีครับ?" หมอตอบตกลงและฉีดให้ผมทันทีอาการค่อยผ่อนคลายทุเลาลง หมอแจ้งว่าจริงๆต้องเอกซเรย์ก่อนแต่อาจจะต้องรอผลนานและหมอคงเห็นว่าผมเจ็บมากแล้วอาการไม่สู้ดีเลยให้เข้าเครื่องCT Scan ทันทีตอน8.40 พอออกจากเครื่องมาก็มีอาการคลื่นไส้และอ้วกทันที เนื่องจากเค้่าฉีดสารทึบรังสีหรือ(Contrast Material)เข้าเส้นเลือด
และไม่เกิน10นาทีจึงรู้ผลจากหมอว่าไส้ติ่งอักเสบและโตบวมผิดปกติจากคนอื่นๆไปมาก และหมอแจ้งว่าต้องผ่าตัดทันทีแต่บังเอิญมีเคสคนไข้โคม่าฉุกเฉินจากอุบัติเหตุรถชนและม้ามแตกเป็นตายเท่ากัน คุณหมอถามว่ารออีกหน่อยไหวไหมหรือว่าคนไข้อยากย้ายไปผ่าที่โรงพยาบาลอื่นผมก็แย่เหมือนกันแต่ก็ยังแอบคิดถึงคนอื่นที่เค้ากำลังจะตายก่อนอีก เพราะเนื่องจากเราได้มอร์ฟีนจนอาการพอทุเลาลงแล้วพอเบลอๆและพอทนได้ก็เลยบอกหมอว่าไม่เป็นไรครับไม่ย้าย ผมรอผ่าตัดที่นี่ ให้หมอช่วยเคสที่โคม่าก่อน!!
หลังจากนั้นไม่นานเวลาประมาณ11โมง9นาที เค้าก็พาผมเข้าห้องผ่าตัดผมก็ตั้งสติและรู้ทุกอย่างไม่ตื่นเต้นกับอะไรถามเรียกได้ว่าถามแค่ชื่อผมๆตอบยันนามสกุล พ่อชื่อไรแม่ชื่อไรพี่ชื่อไรแฟนชื่อไรจนถามเค้าเอาเบอร์โทรด้วยไหมครับ?ตามความกวนตีนที่เป็นมาแต่เกิดเค้าบอกอ่อพอแล้วคะและก็ให้ผมดมยาสลบ...ผมหลับไม่รู้เรื่อง เวลาผ่าตัด1ชั่วโมงครึ่งและรวมพักฟื้นอีก2ชั่วโมงนิดๆผมจึงค่อยๆเริ่มตื่นลืมตามาพร้อมกับเห็นคุณป้าพยายาบาลใส่แว่นอยู่ข้างหน้าผม มีเครื่องช่วยหายใจอยู่ที่จมูกผมถามว่าเสร็จแล้วหรอครับ? พยาบาลท่านดังกล่าวบอกว่าเสร็จแล้วคะและถามผมเพื่อเช็คอาการว่าคุณชื่ออะไรคะ?ผมตอบอะตอมครับ!!พยาบาลเล่าต่อว่าแผลยาวมากเพราะต้องเปิดท้องเอาไส้ออกมาล้างหนองเนื่องจากไส้ติ่งแตกก่อนผ่าและตอนที่ผ่าท้องตอนแรกบริเวณไส้ติ่งมีหนองพุ่งออกมาจึงรู้ว่าแตกก่อนซะแล้ว!!
และก็มีสายDrainเลือดเจาะอยู่ที่ท้องกับสวนปัสาวะและมีสายยัดเข้าทางจมูกลงไปที่กระเพาะเพื่อระบายเลือดและน้ำย่อยในกระเพาะ ในขณะที่พักตั้งแต่วันแรกถึงวันที่4มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับที่จะผ่านแต่ละนาทีไปได้ เพราะลมในท้องดันแผลเจ็บจนหายใจไม่ออกและลำไส้ผมไม่ทำงานเนื่องจากแผลผ่าตัดค่อนข้างใหญ่อยู่วันนึึง อาการแย่มากครับ จนทำให้ผมต้องกลืนสายที่เพิ่งดึงจากกระเพาะช่วงบ่ายวันนั้นใส่ลงไปอีกครั้งช่วงหัวคำ่มันเจ็บไปหมดในขณะที่กลืนอาการไม่ต่างอะไรกับตอนที่มาโรงพยาบาลในวันแรกเลยครับ น้ำตามันไหลออกมาเองอย่างทรมานทำให้แฟนผมร้องไห้ตามไปด้วยและพี่ผม2คนที่อยู่ด้วยก็ต่างใจคอไม่ดีไปกันหมด เวลานั้นเชื่อไหมครับ"ภาพในอดีต"ที่ผมได้เคยทำร้ายคนอื่นแบบสาหัสจนปางตายและมองเป็นเรื่องเล่นไม่รู้สึกอะไรในหลายต่อหลายเหตุการณ์ในอดีตสมัยวัยรุ่นมันกลับสะท้อนมาในจิตใต้สำนึกผมทันทีอีกครั้งและผมหลับตาตั้งจิตอธิฐานว่า(ถ้าผมทำอะไรไม่ดีกับใครไหวหรือเคยทำร้ายใครไหวทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจผมขอขมาและอโหสิกรรมด้วยผมยังเป็นอะไรในตอนนี้ยังไม่ได้)
"เวรกรรมมีจริง"และเล่นงานผมจากผลการกระทำของผมเองเป็นครั้งที่2ในชีวิต ทั้งที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผมตั้งใจอุทิศตนเองเพื่อสังคมประเทศชาติและศาสนาเท่าที่มีโอกาสจะทำได้ไม่ว่าจะพร้อมหรือไม่พร้อมในด้านใดผมก็จะทำ แต่กรรมไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้จริงๆครับ!ผมเลยมีความตั้งใจและตั้งสัจจะวาจากับตนเองที่แน่วแน่ว่า*ผมจะเลิกดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดตลอดชีวิตและเลิกกินสัตว์ใหญ่ตลอดชีวิต*ด้วยเช่นกันเพื่ออุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวรและถือเสียว่าเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับชีวิตตัวเองและคิดว่าถ้าร่างกายเราดีใจเราดีเราคงมีความสามารถทำเรื่องดีๆได้มากกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอนครับ!
สุดท้ายนี้ผมอยากขอบคุณทุกท่านสำหรับความห่วงใยและความมีเมตตาจิตที่ปรารถนาดีจากทุกท่านที่ส่งข้อความเข้ามาให้กำลังใจผมนะครับผมได้อ่านทุกๆข้อความครับ ขอบคุณเพื่อน พี่ ป้า น้า อาทุกวงการนะครับ ไม่ว่าจะเป็นวงการกีฬา วงการบันเทิง นักข่าว พี่ๆทหาร ตำรวจและพี่ข้าราชการระดับบริหารทุกกระทรวงและหลายกรม และผู้ใหญ่สายการเมืองทุกท่านน่ะครับที่ส่งข้อความทั้งไลน์ส่วนตัวและในเฟสบุ๊คที่คุณแนนลงครับผมขอให้พรดีๆจงกับไปหาท่านทุกๆคนและขออนุญาติอวยพรให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงอย่าให้เจ็บป่วย อย่าประมาทกับชีวิต อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง อย่าเห็นเงินสำคัญมากไปกว่าสุขภาพตัวเองนะครับ เพื่อจะได้มีแรงมีกำลังขับเคลื่อนการงานตัวเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความยอดเยี่ยมที่สุดครับ
29/06/2562
ขอบคุณเฟซบุ๊ก Atom Samphanthaphap
