ฟังความจริงอีกด้าน น้องเดียว นายหนังตะลุงคนดัง เล่าหมดเปลือก เหตุสะบั้นรัก น้องจิ๊บ

Publish 2019-12-15 10:59:08


จากกรณี นายบัญญัติ สุวรรณแว่นทอง หรือ "หนังน้องเดียว" นายหนังตะลุงชื่อดังภาคใต้ แจ้งความกับตำรวจ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ว่า นางสุนิสา สุวรรณแว่นทอง หรือ น้องจิ๊บ ซึ่งเป็นภรรยา ขโมยรถไป 2 คัน รวมถึงสมุดคิวงานด้วย จนเกิดมีปากเสียงกันถึงขั้นลงไม้ลงมือ และต่อมาน้องจิ๊บก็ได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อเล่าข้อเท็จจริงดังกล่าว
 




ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก คนใต้ใจเต็ม ได้โพสต์คลิปของนายหนังน้องเดียว พร้อมระบุข้อความว่า "#นายหนังเปิดใจ หนังน้องเดียวแถลงข่าวโรงแรมแกรนทุ่งสง 14 ธ.ค.62" ซึ่งในคลิปน้องเดียวได้เปิดใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า 

 

ตนไปแจ้งให้สายตรวจสกัดรถเพื่อเอาคิวงานของตนกลับมา ซึ่งภรรยาหนีไปชั่วขณะ ตนไม่ได้แจ้งให้จับหรือขโมยรถ ทั้งนี้ เรื่องของตนนั้นเป็นปัญหากันมานานแล้ว โดยเรื่องที่ทำให้เสียความรู้สึกมาก ๆ ก็คือ เรื่องที่ตนเพิ่งรู้ว่าบัญชีเงินฝากไม่ได้เป็นชื่อตน แต่เป็นชื่อของภรรยาตนทั้งหมด ที่ทราบเพราะตนจะเบิกเงินไปซื้อเครื่องเสียงแต่ไม่สามารถเบิกได้ เมื่อไปตรวจสอบจึงรู้ และที่ผ่านมาภรรยาจะมีปัญหาเรื่องนี้มานาน เพราะไม่พอใจที่ตนต้องใช้เงินไปดูแลพ่อแม่และครูอาจารย์ที่เลี้ยงดูตนมา แต่ภรรยามักจะไม่ให้เพราะไม่เข้าใจว่าตนต้องดูแลคนที่ดูแลเรามาก่อนจะมีชื่อเสียง

 


อย่างเมื่อปี 2557 ตนมีเงินในบัญชี 4 ล้าน และแม่ของตนขอมา 2 ล้าน เพื่อจะเอาไปซื้อที่ดิน แต่ภรรยาไม่ยอมจึงทะเลาะกันหนักมาก ตนเลยให้ภรรยาไปถอนเงินทั้งหมดมาและแบ่งให้แม่ 2 ล้าน ภรรยาเอาไป 2 ล้าน เพื่อตัดความรำคาญ และหลังจากนั้นตนก็จะให้ภรรยาเอาเงินไปเข้าธนาคารและเวลาเบิกถอนก็จะมีการพิมพ์ลายนิ้วมือและบัตรประชาชนทุกครั้งตนก็ไว้ใจ และเพิ่งมารู้ตอนจะเอาเงินไปซื้อเครื่องเสียงใหม่ว่าบัญชีไม่ใช่ชื่อตน และตนก็ไม่ได้ทำบัตรเอทีเอ็ม แต่กลับมีการทำบัตรเอทีเอ็มเบิกถอนเงินได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ตนเสียความรู้สึกมากกับคนที่เรารักที่สุดไว้ใจที่สุด กลับทำกับเราแบบนี้ได้นี่คือสิ่งที่ไม่อยากจะกลับบ้าน

 


 



และสิ่งที่ภรรยาทำให้ตนน้ำตาตกก็คือ มีอยู่คืนหนึ่งตนกลับมาจากเล่นหนังและให้ภรรยาช่วยทำข้าวให้กิน ภรรยาก็ไม่ทำให้บอกว่าง่วงนอน ตนก็เสียใจมาก และวันที่ตนไปแจ้งตำรวจวันนั้น ก็ไม่ได้ไปแจ้งจับภรรยาตามที่ข่าวลง แต่เป็นการไปแจ้งให้ตำรวจช่วยสกัดรถภรรยาเพื่อขอสมุดคิวงาน เพราะตนมีปัญหาเรื่องคิวงาน ยืนยันว่าจะไม่กลับไปอยู่กับภรรยาอีก เพราะขาดความไว้ใจ

 


เมื่อถามว่ากรณีภรรยาบอกว่าไม่เลิกแต่หนังน้องเดียวบอกว่าเลิก น้องเดียว กล่าวว่า ทางกฎหมายเราไม่ได้เลิกกันเพราะยังไม่ได้หย่า แต่ทางหัวใจ(หยุดคิด)ถามว่ายังปกติมั้ย ซึ่งยังโทรฯหาปกติ โทรฯหาลูก ยังกลับบ้านได้ เอาโน่นเอานี่ได้ แต่ว่าเขาจะมีใครตนก็ไม่ว่าแล้ว แต่จะให้ตนกลับไปอยู่บ้านก็ไม่กลับแล้ว เพราะคือเงินทองไม่ได้เกี่ยวกับตัวเลขจะมากหรือไม่ แต่ถ้าไม่ซื่อสัตย์ตนก็เคืองหากเป็นคนนอกก็ไม่เป็นอะไร แต่นี่คนที่เรานอนกอดทุกคืน ไว้ใจที่สุด ซึ่งตนมีหลักฐานไม่ได้ปรักปรำ หรือใส่ร้าย จริงๆแล้วไม่อยากให้ข่าวออกไป เพราะเกรงว่าเขาจะลำบาก เพราะเขารังแกคนพิการ คนที่มองไม่เห็นปั้มมือลงไปในอะไร แต่เอาเงินไปใส่ในบัญชีเขาโดยที่ตนไม่ทราบ ตนทราบว่าเขาฝากในบัญชีตนเองเหมือนเดิม แต่ดูตามสเตรทเม้นได้เลย แล้วเขาเอาเงินที่ไหนมาฝาก และเขาทำได้เนียนทำเป็นขบวนการ

 


"ส่วนที่มีนักข่าวถามผมเรื่องมีกิ๊กหรือไม่นั้น ผมตอบว่าไม่มีกิ๊ก เพราะคนที่ผมคบอยู่คือภรรยาเหมือนกัน ผมได้ใครแล้วก็รักและคือเมีย ผมยอมรับว่ามีเมียอีกคน เนื่องจากช่วงก่อนหน้านี้ผมมีปัญหากับภรรยาและก็คิดว่าจะไม่กลับมาคืนดีแล้ว จึงต้องหาคนใหม่เพื่อให้มาดูแลผม เพราะผมตาบอดกินข้าวเปลี่ยนเสื้อผ้าทำเองไม่ได้ต้องมีคนดูแล และเมื่อผมมีคนใหม่ ภรรยาก็ได้โทร.ไปหาและขอให้ผมกลับมา โดยบอกว่าอยู่ไม่ได้หากไม่มีผม ซึ่งภรรยาก็ไม่รู้ว่าผมไปมีคนใหม่ ตรงนี้ผมก็ผิดที่กลับมาหาภรรยาโดยไม่ได้บอกว่ามีคนใหม่ แต่หลังจากนี้ผมจะมีใครก็เป็นเรื่องของผม จะไม่กลับไปหาภรรยาแล้ว เพราะไม่มีความเชื่อใจในเรื่องเงินทอง"นายหนังน้องเดียวกล่าวปิดท้าย

 


ขอบคุณคลิปจาก คนใต้ใจเต็ม




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;