ตำรวจ ออกหมายเรียก คุมตัวแอ๋ม พิษณุพร

ตำรวจ ออกหมายเรียก คุมตัวแอ๋ม พิษณุพร

จากกรณี ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือน้องชมพู่ อายุ 3 ปี สูญหายจากบ้านพัก หมู่ 2 บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.63 ที่ผ่านมา ซึ่งครอบครัวเร่งออกค้นหาจนมึดค่ำ จนกระทั่งพบน้องอยู่กลางป่าบนภูเขา ห่างจากบ้านราว 5 กม. ซึ่งตอนนี้เป็นเวลา 43 วันแล้ว แต่ยังไม่สามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้สักที

 

ล่าสุด ที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร โดยในเวลาประมาณ 16.30 น. ทางจนท.ตำรวจ สภ.กกตูม ได้เดินทางมาหานายพิษณุพร ชัยมะโย (แอ๋ม) ชาวบ้านที่บ้านอยู่ข้างบ้านน้องชมพู่ หลังจากที่นายพิษณุพร ให้ข่าวว่าถูกจนท.ตำรวจทำโทรศัพท์มือถือแตก และลบข้อมูลมือถือในวันที่ 11 พฤษภาคม 63 และขณะสอบสวนตำรวจในช่วงแรกๆ ตำรวจใช้เท้าเตะขา ตบหลังข่มขู่ในทำนองให้ตนรับสารภาพความผิดเรื่องน้องชมพู่

 

ทั้งนี้ จนท.ตำรวจ สภ.กกตูม ได้นำหมายเรียกให้นายพิษณุพร เพื่อจะรับตัวนายพิษณุพร เดินทางไปพูดคุยกับพนักงานสอบสวนที่สภ.กกตูม จะได้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาบ้านนายพิษณุพร ไปทำนาอยู่ จึงได้ให้นายพูนศรี ชัยมะโย พ่อของนายพิษณุพร ไปรับนายพิษณุพรกลับมาที่บ้าน โดยตอนนั้นพ่อของนายพิษณุพร ก็เปิดใจกับสื่อด้วยสีหน้าสีหน้าไม่ตกใจอะไร

 

ตำรวจ ออกหมายเรียก คุมตัวแอ๋ม พิษณุพร

 

เมื่อนายพิษณุพร กลับมาถึงบ้านได้เดินไปหา ตำรวจ โดยมีสื่อรุมล้อมซึ่งตำรวจได้ให้นายพิษณุพร เซ็นรับหมายเรียกและเดินทางไปพร้อมกับตำรวจ โดยก่อนไปกับตำรวจ นายพิษณุพรได้เปิดใจกับสื่อว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นความจริง เพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ตนไม่ทราบชื่อหรือสังกัด สอบสวนตนในช่วงแรกๆที่โรงเรียนบ้านกกตูม

 

ซึ่งตนจำวันที่ไม่ได้แล้ว โดยตำรวจได้ใช้เท้าเตะที่ขาของตนไม่ได้แรงมาก แต่ตนรับรู้ได้ว่าเป็นการข่มขู่ เพราะตำรวจได้บอกให้ตนรับสารภาพและรับผิดคดีชมพู่ ซึ่งตนเองไม่ได้เป็นคนทำ ตนไม่สามารถรับผิดได้ และการทำแบบนี้ตนก็รู้สึกไม่ดี ในช่วงแรก ๆ ตนยอมรับเครียดมากเหมือนกัน

 

ตำรวจ ออกหมายเรียก คุมตัวแอ๋ม พิษณุพร

 

นอกจากนี้ ยังมีตำรวจ นำโทรศัพท์มือถือของตนไป พร้อมกับทำหน้าจอมือถือแตก เมื่อตำรวจนำมาส่งคืนตนถามว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ยอมบอก อีกทั้งคนที่นำมาคืนก็เป็นตำรวจคนละคน ซึ่งตำรวจยังมีการลบข้อมูลโทรศัพท์ในวันที่ 11 พฤษภาคม 63 ของตนออกไปด้วย

 

จากกรณีนี้ตนไม่ได้ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชดใช้ แต่เพียงอยากรู้ว่าใครเป็นคนทำโทรศัพท์ตนแตก เพราะตำรวจไม่บอกตน โดยตนก็เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง อยากได้รับความเป็นธรรม เพราะการที่ตนไม่ได้ผิดแต่มาถูกข่มขู่ ตนก็รู้สึกไม่ดี

 

ตำรวจ ออกหมายเรียก คุมตัวแอ๋ม พิษณุพร

 

จากนั้น นายพิษณุพร ได้เดินทางไปกับตำรวจ เพื่อไป สภ.กกตูม โดยนายพูนศรี ชัยมะโย พ่อของนายพิษณุพร เปิดเผยว่า ตนเองไม่ได้รู้สึกเครียดที่ลูกชายถูกเชิญไปสอบปากคำ เพราะตนเครียดแค่เรื่องที่พระทำนายว่า น้องชมพู่ถูกไฟช็อต ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งตนโมโหพระมากกว่า ตนก็ทราบมาบ้างว่าช่วงแรกๆที่ลูกชายถูกคุมตัวไปสอบปากคำ ก็ถูกเหมือนตำรวจบางคนที่ตบหลังและเตะ ซึ่งที่ผ่านมาลูกชายตนก็ให้ความร่วมมือ ไม่เคยขัดขืนหากตำรวจต้องการข้อมูลในโทรศัพท์ แต่เมื่อนำกลับมาพบว่าหน้าจอโทรศัพท์แตกเสียหาย ข้อมูลบางอย่างถูกลบหายออกไป ลูกชายของตนก็อาจจะเสียความรู้สึก

 

นายพูนศรี กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีพระที่ทำนายว่าน้องชมพู่เหยียบสายไฟที่บ้านของตนและถูกไฟช็อตเสียชีวิตและกล่าวหาว่านายพิษณุพร เอาศพไปทิ้งนั้น ตนคิดว่าพระคงจะดูผ่านโซเชียล ในมุมมองแคบๆและทำนายเอา ซึ่งตนก็ไม่เคยมีความกังวลใด ๆ เพราะในวันเกิดเหตุนั้นน้องสะดิ้ง ก็ยังมาถามหาน้องชมพู่ที่บ้านของตน และตนเชื่อว่านายพิษณุพร ไม่ได้ทำความผิด ตนกล้าเอาผืนนาเป็นประกันเลย ถ้าลูกชายตนเป็นคนร้าย ก็ให้เอาผืนนาตนไปเลย ตนจะยอมไปเก็บขยะกิน

 

 

ตำรวจ ออกหมายเรียก คุมตัวแอ๋ม พิษณุพร

 

แต่ถ้าวันหนึ่ง มีการออกหมายจับลูกชายของตนจริงๆตนก็คิดอยู่อย่างหนึ่งเพราะตนไม่มีความรู้ อ่านหนังสือไม่ออก แต่ถ้าถามเรื่องผิดหรือถูกมาถามตนได้ ถ้าเกิดลูกต้องตกเป็นแพะ ตนก็ต้องยอมเพราะตนไม่มีความรู้ จะไปต่อสู้ เพราะตนเป็นแค่ประชาชนตาดำ ๆ อย่างไรก็ตาม ตนไม่เครียดที่ลูกชายถูกนำตัวไปสอบปากคำ แต่เป็นห่วงตอนที่สื่อไปสัมภาษณ์เพราะเขาอาจจะตื่นเต้นตอบผิดตอบถูก และตนมองว่าลูกอาจจะมีความเครียด เพราะถูกสอบปากคำและไม่ได้ทำงาน