ย้อนคำทำนาย "โหรวสุ" เคยผ่าดวงเมืองไทยปี 64 จะเกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่

ย้อนคำทำนาย "โหรวสุ" เคยผ่าดวงเมืองไทยปี 64 จะเกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่

จากกรณี เวลาประมาณ 03.30 น. ที่บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจการประกอบเม็ดโฟมและพลาสติกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในซอยกิ่งแก้ว 21 ม.15 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เกิดเหตุถังเคมีระเบิดภายในบริษัท แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้เป็นวงกว้าง ทำให้ต้องนำรถดับเพลิงกว่า 30 คันรุดเข้าดับเพลิงในพื้นที่ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง เพลิงกำลังลุกไหม้ตัวอาคารโรงงานอย่างรุนแรงและมีเสียงระเบิดดังเป็นระยะ ๆ

 

โรงงานระเบิด


ลาซาด้า ดีลดี
 

ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คำทำนายดวงเมืองประเทศปี 2564 ของโหรวสุ ที่ได้โพสต์ลงเพจเฟซบุ๊ก Wasu โหรวสุ เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2564 ที่ผ่านมา ซึ่งคำทำนายของโหรวสุเคยสร้างความฮือฮามาแล้วเมื่อปีก่อน หลังจากพบว่าคำทำนายดวงเมืองประเทศปี 2563 ทั้งเรื่องสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ออกมาตรงกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

 

ดวงเมืองช่วง เม.ย. - ก.ย. 64

ด้านการเมือง

จะเป็นช่วงที่การเมืองเริ่มมีความดุเดือด และมีความขัดแย้งมากขึ้น ม็อบสารพัดอาชีพจะเริ่มออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย และกฎหมายที่ส่งผลกระทบ รวมไปถึงม็อบคนจน และเจ้าของธุรกิจที่ปิดกิจการไปในช่วงปี 2563 ถึงต้นปี 2564 ก็จะออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ หรือลาออก อีกทั้งจะมีม็อบขนาดเล็ก ชุมนุมประท้วงกันในหลายจังหวัดเนื่องจากไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล และถ้าม็อบทั้งหมดนี้ และถ้ารัฐบาลยังเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องของประชาชนเหล่านี้ ม็อบทั้งหมดจะรวมตัวกันมาเป็นม็อบใหญ่เข้ามาในกรุงเทพฯ จะทำให้เกิดเหตุการณ์นำไปสู่ความรุนแรง มีการนองเลือด มีคนเสียชีวิตเหมือนช่วง เมษาปี 2552 และ พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ซึ่งถ้ามีประชาชนเสียชีวิตในช่วงนี้ ปลายปีจะส่งผลทำให้รัฐบาลมีปัญหาด้านเสถียรภาพ ขาดความน่าเชื่อในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง และรัฐบาลชุดเดิมจะไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งต่อได้ ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนตัวนายก หรือจับขั้วทางการเมืองใหม่

 

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบนี้ก็จะทำให้พรรคฝ่ายค้านเกิดความแตกแยก ไม่มีเอกภาพด้วยเช่นกัน ส่งผลทำให้ช่วงครึ่งปีหลัง รัฐบาลนอกจากไม่มีเสถียรภาพในการทำงาน และไม่มีความน่าเชื่อถือแล้ว ฝ่ายค้านก็แตกแยกกันจนไม่มีการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล และล้มเหลวในการผลักดันการแก้ไขรธน. ส่งผลทำให้ ช่วงเดือนตุลาคม การแก้ไขรธน. ที่ผลักดันกันมาในปี 2563 จะล้มเหลว กลับไปเริ่มต้นนับศูนย์ใหม่ ไม่มีการแก้ไขรธน.เกิดขึ้น

 

เศรษฐกิจ - สังคม

ช่วงเดือนเมษายน การระบาดของไวรัสโควิด 19 จะลดลง และเริ่มมีการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเสี่ยง และจะมีรพ. เอกชนนำเข้าวัคซีนมาขายให้กับคนที่มีฐานะฉีด ส่งผลทำให้การท่องเที่ยว และการเดินทางติดต่อต่างประเทศเริ่มกลับมา ซึ่งเป็นไปตามการโคจรของดาวพฤหัส ดาวศุกร์ และราหู ที่เริ่มโคจรรวดเร็ว แปลว่าธุรกิจด้านการท่องเที่ยว นำเข้าส่งออก และงานอีเวนท์ต่างๆ ที่ถูกยกเลิก หรือไม่ได้จัดมาตั้งแต่ปี 2563 กลับมาจัดได้ในช่วงนี้เป็นต้นไป ส่งผลทำให้การท่องเที่ยว และค้าขายกลับมาดีขึ้น แต่พอเกิดปัญหาทางการเมืองก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจสะดุดเป็นพักๆ

อย่างไรก็ตาม พอเข้าช่วงเดือนกันยายน เศรษฐกิจก็จะกลับมามีปัญหาต่อ เพราะเงินหมุมเวียนในระบบเศรษฐกิจมีปัญหา รวมถึงค่าเงินบาทที่ไม่แน่นอน หุ้นตก และปัญหาหนี้สินของภาครัฐ ที่อาจจะส่งผลทำให้มีการตัดงบประมาณในหน่วยงานต่างๆ และตัดเงินสวัสดิการช่วยเหลือประชาชน ส่งผลทำให้เกิดวิกฤตเงินฝืดอย่างรุนแรง

ช่วง เมษายน นอกจากปัญหาความรุนแรงทางการเมืองจะทำให้มีคนเสียชีวิตเยอะแล้ว ก็ยังจะมีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และอุบัติเหตุในสถานที่ก่อสร้างมากกว่าปี 2563  อีกทั้งตั้งแต่เดือนเมษาย จนถึง มิถุนายนจะเป็นช่วงที่เกิดวิกฤตภัยแล้งอย่างรุนแรง และจะมีปัญหาไฟป่าในแถบ ภาคเหนือ และภาคตะวันตก ส่งผลทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และอาจจะมีคนเสียชีวิตจากไฟไห้มป่า

ส่วนในเขตกทม. ช่วงเดือน พฤษภาคม - กันยายน ให้ระวังจะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารขนาดใหญ่ในเมือง หรือเกิดอุบัติเหตุแก๊สระเบิด ที่ส่งผลทำให้มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตพอๆ กับเหตุการณ์รถแก๊สระเบิดในปี 2534

นอกจากนี้ ปัญหาอาชญากรรมในกทม. จะพุ่งขึ้นสูงมาก จะมีการก่ออาชญกรรมที่เล็กน้อยๆ ไปจนถึงอาชญกรรมสะเทือนขวัญที่ทำให้มีคนเสียชีวิตจากอาชญากรรมในแต่ละเดือนมากกว่าช่วงปี 2563

 

โรงงานระเบิด

 

 



  ลาซาด้า ดีลดี โปร 7.7