ทนายอั๋น บุก กกต. ยื่นผู้ตรวจการฯ ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

ทนายอั๋นแถลงหน้าสำนักงาน กกต. ตั้งข้อสังเกต QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจกระทบหลักการลงคะแนนโดยลับ พร้อมรอคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทนายอั๋น บุรีรัมย์” นายภัทรพงศ์ ศุภักษร แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่บริเวณด้านหน้าสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารบี โดยเปิดเผยว่า วันนี้ตนเตรียมจะไปยื่นหนังสือต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดินในประเด็นเรื่องของ QR Code และบาร์โค้ดที่ปรากฏในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจสามารถระบุถึงต้นขั้วและอาจจะระบุถึงตัวของผู้มาลงคะแนนเลือกตั้งได้

 

ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 85 และ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 อันจะทำให้การลงคะแนนเสียงการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นความลับ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้แล้วว่า หากการลงคะแนนเสียงไม่เป็นความลับ ก็จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

โดยปัญหาที่เกิดขึ้นคือ บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต หรือบัตรสีเขียวนั้น พบ QR Code อยู่ในบัตร ส่วนบัตรเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อ หรือบัตรสีชมพูนั้น พบบาร์โค้ดอยู่ในบัตร ซึ่งสามารถสแกนระบุถึงตัวต้นขั้วและระบุถึงตัวผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้

 

พฤติกรรมดังกล่าวส่อเจตนาถึงการออกแบบกลโกงโดยกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันที่ออกแบบการเลือก สว. ที่พบว่า ตัวบัตรเลือก สว. มี QR Code เช่นเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีกระบวนการคิดกลโกงเพื่อเอื้อทั้งการเลือก สว. และ สส. อันส่งผลทำให้การเลือก สว. ไม่เป็นความลับเช่นเดียวกัน ซึ่งตนเคยร้องเรียนแล้วว่าการเลือก สว. ก็มีการฮั้วและโกงเช่นเดียวกัน

 

ภาพ วันชัย ไกรศรขจิต (Wanchai Kraisornkhajit)

ภาพ วันชัย ไกรศรขจิต (Wanchai Kraisornkhajit)

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น ตนมองว่าอาจจะมีการไล่เช็กตรวจสอบผู้ลงคะแนนผ่านต้นขั้วได้ เช่น หากหน่วยเลือกตั้งในเขตทหาร ก็อาจจะนำมาตรวจสอบต้นขั้วได้ว่า ทหารนายใดไปเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้ หรือ อาจมีการแจกบาร์โค้ดหรือ QR Code ให้พรรคการเมืองไปตรวจสอบต้นขั้วเพื่อไล่เช็กบิลกลับหัวคะแนนในแต่ละท้องที่ได้

 

ทั้งนี้ ตนรู้สึกดีใจที่พรรคเพื่อไทยก็จะนำเรื่องบัตรเลือกตั้งไปส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน มองว่าถ้าบาร์โค้ดหรือ QR Code บนบัตรเลือกตั้งไม่สามารถระบุถึงต้นขั้วและตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เรื่องนี้ก็จะจบไป แต่ถ้าสามารถไล่ย้อนหลังถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ก็สมควรที่จะให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ

 

โดยตนหวังว่า ทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาส่งเรื่องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันตามกรอบของกฎหมาย เนื่องจากตนเองไม่มีอำนาจหน้าที่ในการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง เพราะไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียและอาจจะถูกกล่าวหาว่ามีพรรคอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเกรงว่าศาลรัฐธรรมนูญจะปัดตกและจะไม่มีใครกล้ายื่นร้องเรียนในลักษณะแบบนี้อีก ตนจึงต้องเข้าตามตรอกออกตามประตูทำตามข้อกฎหมาย แต่ถ้าหากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน ตนจะไปยื่นเรื่องนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง ซึ่งตนต้องทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะให้ได้

 

ภาพ วันชัย ไกรศรขจิต (Wanchai Kraisornkhajit)

ภาพ วันชัย ไกรศรขจิต (Wanchai Kraisornkhajit)

 

ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยังได้เปิดเผยข้อมูลจากผู้ร้องเรียนที่ไม่ประสงค์ออกนามเกี่ยวกับ การฮั้วประมูลพิมพ์เอกสารแนะนำผู้สมัคร สส. และประชาสัมพันธ์การลงประชามติว่า มีการล็อกเป้าให้โรงพิมพ์ที่ฮั้วกัน รับงานพิมพ์เอกสารดังกล่าว โดยไม่มีการเปิดประมูลผ่านระบบ e-bidding และไม่มีการประกวดราคาอย่างเป็นธรรม รวมทั้งยังพบว่ามีการจัดพิมพ์เอกสารโดยที่ยังไม่มีการเบิกงบจาก กกต. ออกมาก่อน จึงน่าเชื่อว่าอาจจะมีการฮั้วทุจริตเรื่องผู้พิมพ์เอกสารดังกล่าว

 

ซึ่งขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างโรงพิมพ์เอกสารดังกล่าว ผู้ร้องเรียนอ้างว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นผู้รับผิดชอบ ตนไม่ได้กล่าวหานายแสวงว่าเป็นผู้ทุจริต แต่อยากให้ กกต. ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะหากฮั้วกันจริง จะถือว่า กกต. ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เนื่องจากได้ทั้งส่วนต่างและควบคุมการพิมพ์เอกสารในจำนวนเท่าที่ต้องการกับข้อมูลในเอกสาร

 

ตนจึงขอตำหนินายแสวงไป เงินเดือนจากภาษีประชาชนที่ได้เดือนละแสนกว่าบาท รวมทั้งได้รถประจำตำแหน่งและคนขับ ยังไม่เพียงพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองอีกเหรอ ข้าวแดงแกงร้อนที่ประชาชนเสียภาษีไปยังไม่พอเลี้ยงตนเองใช่ไหม

 

ภาพ วันชัย ไกรศรขจิต (Wanchai Kraisornkhajit)

 

ซึ่งหากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะเมื่อไหร่ ตนจะเปิดประเด็นดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมทั้งจะดำเนินการเล่นงาน 4 เสือระดับท้องถิ่นที่ควบคุมการเลือกตั้ง ตั้งแต่ อสม. ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และ อบต. โดยทนายอั๋นยังพูดเพิ่มเติมอีกว่า จากกรณีที่กล่าวอ้างว่าทาง กกต. ได้ประสานให้นายอำเภอและฝ่ายปกครองเข้ามาเป็นประธาน กปน. กว่า 400 เขตนั้น ถือว่าเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้งโดยฝ่ายปกครอง มองว่าตอนนี้บ้านเมืองยังฉิบหายไม่พอใช่ไหมและหากประสานฝ่ายปกครองมาดูการเลือกตั้งจริง แล้วเราจะมี กกต. ไปทำไม

 

ทนายอั๋นยังฝากไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ขอให้ทางตำรวจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ไม่ใช่รับใช้องค์กรอิสระ เพราะเมื่อวานนี้ตนก็ถูกกีดกันไม่ให้เข้าฟังแถลงของ กกต. ซึ่งตนเกรงว่า เสมือนกับการที่ตำรวจลงเรือลำเดียวกันกับ กกต.

 

ขณะเดียวกัน ยืนยันว่าตนไม่ใช่ผู้แพ้แล้วพาลหรือไม่ยอมรับการเลือกตั้ง แต่เพียงแค่รับไม่ได้กับการที่มีการโกงกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะตนไม่อยากวิ่งแก้ผ้าให้กับผลการเลือกตั้งตามที่ตนเคยโพสต์เฟซบุ๊กเอาไว้

 

ภาพ วันชัย ไกรศรขจิต (Wanchai Kraisornkhajit)

ภาพ วันชัย ไกรศรขจิต (Wanchai Kraisornkhajit)