- 06 ต.ค. 2569
พีกยิ่งกว่า เปิดจำนวน ผู้สูงอายุ ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุดังกาญจนบุรี อึ้งหนักเจ้าของเคยเป็นราชการมียศร้อยเอก
จากกรณีผู้เสียหายรายหนึ่งออกมาร้องเรียนผ่านรายการโหนกระแส อ้างว่าถูกลูกชายยึดกิจการมูลค่าพันล้านบาท ก่อนส่งตัวไปอยู่ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี พร้อมกล่าวอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยว จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจนั้น
ล่าสุด ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม (กก.5 บก.ป.) ได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ 2 กก.5 บก.ป. เดินทางไปตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุดังกล่าว และสอบถามข้อมูลจาก “ป้าแมว” เจ้าของศูนย์
ป้าแมวให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า เดิมตนเองจบหลักสูตรพยาบาลทหารอากาศ และรับราชการจนมียศร้อยเอก ก่อนลาออกมาทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนใน จ.กาญจนบุรี ต่อมาประมาณปี 2549 ได้เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (เวชกรรมชั้น 1) ในสถานที่ดังกล่าว
กระทั่งปี 2564 ได้เปลี่ยนรูปแบบเป็นสถานรับดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยพึ่งพิง (จิตเวชและฟื้นฟู) โดยรับดูแลทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยจิตเวช และผู้ป่วยพักฟื้น ซึ่งสถานประกอบการจะต้องได้รับอนุญาตจากศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 (สบส.5) กระทรวงสาธารณสุข และมีการตรวจสอบรวมถึงต่ออายุใบอนุญาตเป็นประจำทุกปี โดยล่าสุดเพิ่งต่ออายุเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบภายในศูนย์ พบว่าปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยทั้งหมด 19 คน แบ่งเป็นชาย 3 คน และหญิง 16 คน ส่วนผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลมีทั้งหมด 92 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยชาย 75 คน ประกอบด้วยผู้ป่วยจิตเวช 68 คน ผู้สูงอายุ 5 คน และผู้ป่วยฟื้นฟู 2 คน ขณะที่ผู้ป่วยหญิงมีทั้งหมด 17 คน เป็นผู้ป่วยจิตเวช 13 คน ผู้สูงอายุ 3 คน และผู้ป่วยฟื้นฟู 1 คน
ภายในอาคารมีการแบ่งพื้นที่พักอาศัยชายและหญิงออกจากกัน โดยมีทั้งห้องพักเดี่ยวติดเครื่องปรับอากาศ ห้องพักรวมติดเครื่องปรับอากาศ และห้องพักเดี่ยวพัดลม ซึ่งจัดแยกตามอาการและประเภทของผู้ป่วย
ส่วนห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก ทางศูนย์ชี้แจงว่าใช้สำหรับผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรง เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจมีพฤติกรรมทำลายข้าวของหรือเดินไปมา จึงจำเป็นต้องใช้พื้นที่ที่มีความแข็งแรงและสามารถล็อกกุญแจจากด้านนอกได้ โดยเจ้าของศูนย์ยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายผู้ป่วย พร้อมให้เหตุผลว่าหากผู้ป่วยจิตเวชถูกทำร้าย อาจเกิดการตอบโต้ที่รุนแรงได้
สำหรับกรณีหญิงที่ออกมาร้องเรียนผ่านรายการ “โหนกระแส” คุณแมวให้ข้อมูลว่า ลูกชายของหญิงรายดังกล่าวเป็นผู้ติดต่อมายังศูนย์เพื่อขอส่งตัวแม่เข้ามาพักอาศัย โดยแจ้งว่าแม่มักเข้าไปก่อความวุ่นวายกับพนักงานภายในบริษัทของลูกชาย
ทางศูนย์ระบุว่า ลูกชายเป็นผู้ติดต่อและนำตัวแม่มาส่งด้วยตัวเอง ไม่ได้ให้ทางศูนย์จัดรถไปรับ จึงไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าหญิงรายดังกล่าวถูกใส่กุญแจมือขณะนำตัวมาที่ศูนย์
หลังจากนำตัวมาส่ง ทางศูนย์ได้รับหญิงรายดังกล่าวไว้ดูแล โดยระหว่างพักอาศัย หญิงรายนี้เคยตัดพ้อว่าถูกลูกชายทอดทิ้ง อย่างไรก็ตาม ลูกชายได้เช่าห้องพักเดี่ยวติดเครื่องปรับอากาศให้แม่พักอาศัย พร้อมให้ทางศูนย์ดูแลมาโดยตลอด
ต่อมาทางศูนย์เห็นว่าหญิงรายดังกล่าวมีอาการปกติและแสดงความต้องการกลับไปอยู่กับลูกชาย จึงติดต่อให้ลูกชายมารับกลับไปดูแล กระทั่งวันที่ 8 ส.ค. ลูกชายเดินทางมารับตัวกลับไป
หลังจากนั้นจึงเกิดกรณีหญิงรายดังกล่าวออกมาร้องเรียนผ่านรายการ “โหนกระแส” โดยกล่าวอ้างถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการพักอาศัยในศูนย์ ซึ่งขณะนี้ตำรวจ กก.5 บก.ป. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อไป
