สะดุ้ง "แม่ภัทร" ฝากถึง "กุ้งฝอย" หลังไม่ยอมเปิดโรงงานตามสัญญา

สะดุ้งแรง “แม่ภัทร” ฝากข้อความถึง “กุ้งฝอย” หลังเดินทางไปตรวจสอบโรงงาน แต่ประตูยังปิดเงียบ ไม่มีใครออกมาเปิด

(วันที่ 9 ต.ค.69)ภายหลัง “แม่ภัทร” เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง พร้อมชี้จุดเกิดเหตุบริเวณบ้านและโรงงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง กรณีถูกจับตัวไปกักขังไว้ภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุฯ จ.กาญจนบุรี ตามที่มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้

ล่าสุด แม่ภัทรให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางกลับ โดยระบุว่า ขณะนี้ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว หากผลการสืบสวนสอบสวนพบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับทุกคนอย่างถึงที่สุด โดยย้ำว่าต้องแยกเรื่องการให้อภัยออกจากการดำเนินคดี เพราะเป็นคนละส่วนกัน พร้อมยอมรับว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อพูดคุยกับลูกได้

นอกจากนี้ แม่ภัทรยังฝากข้อความถึงลูกสะใภ้ โดยขอให้เปิดโรงงานและส่งคืนให้ พร้อมเรียกร้องให้กลับมาพูดคุยกันก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายไปมากกว่านี้ โดยกล่าวว่า “เปิดโรงงานให้แม่เหอะ คืนให้แม่เหอะ แล้วก็มาคุยกัน ก่อนที่เรื่องมันจะเดิน หรืออะไรไปมากกว่านี้”

 

ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้เดินทางไปตรวจสอบโรงงาน แม่ภัทรเปิดเผยว่า ประตูถูกปิดทึบ แม้ตนจะพยายามเรียกและกดกริ่งร่วมกับผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตู ทำให้ยังไม่ทราบว่าภายในโรงงานมีสภาพเป็นอย่างไร

สำหรับเรื่องตู้เซฟ แม่ภัทรระบุว่า เตรียมประสานงานเพื่อนัดหมายเปิดตู้เซฟและเข้าตรวจสอบภายในโรงงานอีกครั้ง โดยต้องกำหนดวันเวลาให้ชัดเจน เนื่องจากต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมเดินทางไปด้วย ขณะนี้ตู้เซฟถูกนำไปฝากไว้กับนิติบุคคลของหมู่บ้าน โดยยอมรับว่าต้องการเปิดตู้เซฟเพื่อตรวจสอบสิ่งของภายในเป็นอย่างมาก ซึ่งรายละเอียดของสิ่งสำคัญที่อยู่ในตู้นั้นเป็นไปตามที่เคยให้ข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน แม่ภัทรยังฝากข้อความถึงน้องชายของลูกสะใภ้ โดยตั้งคำถามถึงอำนาจในการบริหารงานภายในโรงงาน พร้อมเตือนว่าหากยังดำเนินการในลักษณะดังกล่าว อาจส่งผลกระทบไปถึงพี่สาวของอีกฝ่ายได้ พร้อมเรียกร้องให้นำความจริงออกมาเปิดเผย และคืนทรัพย์สินที่แม่ภัทรอ้างว่าถูกนำไป โดยกล่าวย้ำว่า หากไม่ต้องการสิ่งของเหล่านั้นแล้ว ก็ควรส่งคืนให้เจ้าของตามเดิม