- 04 พ.ย. 2569
เช็กก่อนตระหนก! โซเชียลถกสนั่นกระแสแห่กักตุนสินค้าจากข่าวการเมืองและเศรษฐกิจ ผู้เชี่ยวชาญชี้ ไม่ใช่ของขาดตลาด ยืนยันประเทศไทยเป็น "ครัวของโลก"
แห่ตุนของตามต่างชาติ! จำเป็นไหม? เปิดเหตุผลที่ไม่ต้องตื่นตระหนก ชี้ไทย "ครัวของโลก" ไม่อดตาย
ช่วงนี้หากใครเปิดโซเชียลมีเดีย ทั้ง TikTok, Facebook หรือ X (Twitter) แล้วเห็นคลิปข่าวจากต่างประเทศเกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ หรือสงคราม ที่ภาพประชาชนในหลายประเทศกำลัง "แห่กว้านซื้อและกักตุนอาหาร" จนชั้นวางของว่างเปล่า จนเริ่มรู้สึกจิตตก ลังเล และอยากพุ่งตัวออกไปเหมาซื้อของตามกระแสต่างชาติ... หยุดสแกนจ่ายแป๊บนึง แล้วลองฟังทางนี้ก่อน!
ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความแตกตื่นในไทยรอบนี้ ส่วนหนึ่งมาจาก "ภาพและคลิปไวรัลจากต่างประเทศ" ที่ถูกส่งต่อกันอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ จนสร้างภาวะความกลัว (FOMO) ให้แก่คนในสังคม อย่างไรก็ตาม บริบทของประเทศไทยแตกต่างจากต่างประเทศอย่างสิ้นเชิง และการตื่นตระหนกออกไปกว้านซื้อของตามกระแสรังแต่จะสร้างปัญหามากกว่า solution
3 เหตุผลที่ไม่ควร "แห่กักตุนสินค้า" ตามกระแส
การกว้านซื้อสินค้าจำนวนมากในเวลาอันสั้น ส่งผลกระทบเชิงลบมากกว่าที่คิด ดังนี้:
สร้างภาพจำที่น่ากลัวเกินจริง: เมื่อคนแห่ซื้อพร้อมกัน สินค้าหมดชั้นชั่วคราว ทำให้เกิดภาพความแตกตื่นส่งต่อในโซเชียล ทั้งที่ภาคการผลิตยังคงทำงานเป็นปกติ
ดันราคาสินค้าให้แพงขึ้นโดยไม่จำเป็น: กลไกตลาดเมื่อมีความต้องการ (Demand) พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจเปิดโอกาสให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา หรือเกิดการแข่งขันแย่งชิงสินค้าจนราคาสูงขึ้น
กระทบกลุ่มผู้มีรายได้น้อย: กลุ่มหาเช้ากินค่ำที่ไม่สามารถเจียดเงินก้อนมาเหมาซื้อสินค้าเก็บไว้ได้ จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดเมื่อสินค้าขาดตลาดหรือราคาแพงขึ้น
ทำไมประเทศไทยถึงไม่อดตายง่ายๆ?
ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของโลก" มีความมั่นคงทางอาหารสูงมาก สามารถปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ และผลิตอุปโภคบริโภคได้เองภายในประเทศ ต่างจากบางประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเกือบ 100% หรือประเทศในเขตหนาวที่ต้องกักตุนเสบียงเพื่อรับมือกับหิมะ
4 วิธีปรับตัวรับมืออย่างชาญฉลาด
หากต้องการเตรียมความพร้อมเพื่อความสบายใจ สามารถทำได้ด้วยแนวทางง่ายๆ ดังนี้:
เปลี่ยนจาก "เหมาหมด" เป็น "ทยอยซื้อ" ซื้อเพิ่มจากปริมาณปกติเล็กน้อย เช่น เพิ่มน้ำดื่มหรือข้าวสารอีก 1–2 แพ็ก เพื่อสะสมให้มีสำรองสำหรับ 2–4 สัปดาห์ ก็เพียงพอแล้ว
เลือกสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น: เน้นของแห้ง อาหารกระป๋อง น้ำดื่มสะอาด และที่สำคัญที่สุดคือ ยาสามัญประจำบ้านและยาประจำตัว
รักษา liquidity (สภาพคล่องทางการเงิน): สำรองเงินสดและเงินในบัญชีพร้อมใช้ หลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ก้อนใหญ่ หรือการลงทุนในภาวะที่มีความเสี่ยงสูง
กรองข่าวสารก่อนเชื่อ: เมื่อเห็นภาพชั้นวางของว่างเปล่าบนโซเชียล ควรเช็กข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ก่อนตัดสินใจรีบพุ่งตัวออกไปซื้อของ
สรุป: การเตรียมพร้อมเป็นเรื่องดี แต่ควรทำด้วยความตระหนักไม่ใช่ตื่นตระหนก ประชาชนไทยยังมีเสบียงอุดมสมบูรณ์ เพียงแค่ทยอยสำรองไว้ตามความเหมาะสม ก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่นและสบายใจ
แหล่งที่มาอ้างอิง
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์: รายงานสถานการณ์ปริมาณสินค้าอุปโภคบริโภคและการบริหารจัดการสต็อกสินค้าภายในประเทศ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์: ข้อมูลศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศไทย (Kitchen of the World)
ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT): คำแนะนำด้านการบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินและการวางแผนทางการเงินในภาวะฉุกเฉิน
