พบสารปนเปื้อนในไอติมยี่ห้อดัง บริษัทไทยที่นำเข้ายอมทำลายทิ้งกว่า 12 ล้าน

พบสารปนเปื้อนในไอติมยี่ห้อดัง บริษัทไทยที่นำเข้ายอมทำลายทิ้งกว่า 12 ล้าน แม้ไม่ใช่รุ่นการผลิตที่มีปัญหาถูกเรียกคืน

พบสารปนเปื้อนในไอติมยี่ห้อดัง บริษัทไทยที่นำเข้ายอมทำลายทิ้งกว่า 12 ล้าน จากที่ก่อนหน้านี้ หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารของหลายประเทศในยุโรป ได้เรียกคืน ไอศกรีมฮาเก้น-ดาส (Häagen-Dazs) ที่ระบุวันที่ควรบริโภคก่อนระหว่าง 16/03/2023 ถึง 23/04/2023 เนื่องจากพบสาร 2-คลอโรเอทานอลปนเปื้อน โดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ( อย. ) ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์รุ่นการผลิตดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย

 

พบสารปนเปื้อนในไอติมยี่ห้อดัง บริษัทไทยที่นำเข้ายอมทำลายทิ้งกว่า 12 ล้าน แม้ไม่ใช่รุ่นการผลิตที่มีปัญหาถูกเรียกคืน

ถึงอย่างไรก็ตาม ด้าน บริษัท จาโกต้า บราเดอร์ส เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้า ไอศกรีมฮาเก้น-ดาส ได้เรียกคืนสินค้ารุ่นการผลิตอื่นที่นำเข้ามาจำหน่ายโดยสมัครใจ และนำมาเผาทำลาย ในวันที่ 10 ตุลาคม 2565 ที่ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด จ.สมุทรปราการ จำนวน 27,645 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท โดยมี อย. และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมเป็นสักขีพยาน

พบสารปนเปื้อนในไอติมยี่ห้อดัง บริษัทไทยที่นำเข้ายอมทำลายทิ้งกว่า 12 ล้าน แม้ไม่ใช่รุ่นการผลิตที่มีปัญหาถูกเรียกคืน


สำหรับ สาร 2-คลอโรเอทานอล เป็นสารเคมีที่มีสูตร HOCH 2 CH 2 Cl และง่าย chlorohydrin ของเหลวไม่มีสีนี้มีกลิ่นคล้ายอีเธอร์ที่น่าพึงพอใจ มันผสมกับน้ำ โมเลกุลที่เป็น bifunctional ประกอบด้วยทั้งอัลคิลคลอไรด์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การทำงานเป็นกลุ่ม ซึ่งสารปนเปื้อนในไอติมนี้ 2-คลอโรเอทานอล ถ้าเผลอกินไปแล้ว อันตราย มีอาการไอ เวียนหัว

พบสารปนเปื้อนในไอติมยี่ห้อดัง บริษัทไทยที่นำเข้ายอมทำลายทิ้งกว่า 12 ล้าน แม้ไม่ใช่รุ่นการผลิตที่มีปัญหาถูกเรียกคืน

อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคมีข้อสงสัยเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถสอบถามหรือแจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Line @FDAThai, Facebook: FDAThai หรือ E-mail:[email protected] ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

พบสารปนเปื้อนในไอติมยี่ห้อดัง บริษัทไทยที่นำเข้ายอมทำลายทิ้งกว่า 12 ล้าน แม้ไม่ใช่รุ่นการผลิตที่มีปัญหาถูกเรียกคืน

ภาพจาก FDA Thai 
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thainewsonline