ป๋าเทพ ยื่นคำขาดถึง ลุงตู่ ขู่ไม่มีอะไรจะรักแล้ว เอ่ยเปรียบเทียบยุคทักษิณ

ป๋าเทพ โพธิ์งาม ยื่นคำขาดถึง พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ขู่ไม่มีอะไรจะรักแล้ว เอ่ยเปรียบเทียบยุคทักษิณ อดีตนายกฯ

ป๋าเทพ ยื่นคำขาดถึง ลุงตู่ ขู่ไม่มีอะไรจะรักแล้ว เอ่ยเปรียบเทียบยุคทักษิณ กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากกับกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี กรณีร่างกฎกระทรวงฯ อนุญาตให้คนต่างชาติซื้อที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่ แลกกับนำเงินมาลงทุนในไทย 40 ล้านบาท ที่มีกระแสคัดค้านจากหลายฝ่ายว่า เป็นเรื่องที่กฤษฎีกากำลังพิจารณาอยู่ ขั้นตอนยังอยู่ที่กฤษฎีกา ต้องรับฟังความเห็นจากทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง

 

ป๋าเทพ ยื่นคำขาดถึง พล.อ.ประยุทธ์ ขู่ไม่มีอะไรจะรักแล้ว อดไม่ได้เอ่ยเปรียบเทียบยุคทักษิณ

ขายที่ดินให้ต่างชาติ อีกทั้งเมื่อถามย้ำว่า มีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมต่อสังคมกรณีนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่มีอะไร ชี้แจงได้ทั้งหมด"


เกี่ยวกับเรื่องนี้ ป๋าเทพ โพธิ์งาม หรือ นายสุเทพ โพธิ์งาม ได้ไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กขนมเปี๊ยะขั้นเทพ ในช่วง Thep Talk พูดจาภาษาเทพ พูดถึงกรณีครม.อนุมัติหลักการกฎกระทรวงฯ กำหนดเงื่อนไขให้ต่างชาติซื้อที่ดินในไทยได้ 1 ไร่เพื่ออยู่อาศัย ซึ่งมีการฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ ว่า อยากให้หยุดและทำเป็นโมฆะไว้ก่อน ไม่อยากให้มาเสียตอนหลัง 

ป๋าเทพ ยื่นคำขาดถึง พล.อ.ประยุทธ์ ขู่ไม่มีอะไรจะรักแล้ว อดไม่ได้เอ่ยเปรียบเทียบยุคทักษิณ

"ไหนๆ ก็รักและสนับสนุนมานานแล้ว มาผิดตรงนี้แหละ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถ้าทำผิดแล้วให้อภัยยาก ประเด็นนี้ไม่ขอเอาใจช่วย ถึงจะบอกว่ามีกฎหมายกีดกันอย่างดีแล้ว ไม่ต้องกลัว แต่คำพวกนี้ฟังมาจนชินแล้ว หลายยุค หลายสมัยที่พูดแบบนี้ ผ่านไปแล้วก็เอากลับคืนมาไม่ได้" ป๋าเทพ ระบุในช่วงตอนหนึ่งของไลฟ์ดังกล่าว 


นอกจากนี้ ป๋าเทพ ยังกล่าวว่า เรื่องที่ดิน เป็นของชาติและเป็นของทุกคน หากท่านมาตัดสินจากแค่คนกลุ่มเดียวไม่กี่ร้อยคน มันไม่ยุติธรรม เรื่องแบบนี้ต้องทำประชามติ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เราต้องเสียดินแดนโดยที่ไม่ได้ตั้งใจกัน ทีมงานของท่านคิดอะไรแปลกๆ ท่านจะเสียตรงทีมงาน และบางพรรคที่ต้องการให้เป็นแบบนี้ 

ป๋าเทพ ยื่นคำขาดถึง พล.อ.ประยุทธ์ ขู่ไม่มีอะไรจะรักแล้ว อดไม่ได้เอ่ยเปรียบเทียบยุคทักษิณ

"หรือท่านอาจจะคิดว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของท่านแล้วก็ไม่รู้ คิดว่าเป็นการทำอะไรสักอย่างแล้วก็ทิ้งไปเลย มันไม่ถูก เพราะถ้าทำไว้ เขาต้องกล่าวขานถึงตลอดว่า ท่านเป็นคนทำให้บ้านเมืองมีจุดด่างพร้อย มีอย่างเดียวคือต้องโมฆะไปก่อน แล้วมาคิดกันใหม่ มาปรับกันใหม่ มาฟังเสียงของประชาชน" 


ป๋าเทพ ยังขอร้องอีกว่า "ให้หยุดเถอะเรื่องขายแผ่นดิน ถ้าท่านไม่หยุดผมก็ไม่รู้จะพูดยังไง ถ้าท่านคิดว่าจะสู้ประชาชนได้ก็แล้วแต่ท่าน ซึ่งผมยังเป็นห่วงและยังรักอยู่ แต่ว่าท่านทำตรงนี้ ผมไม่มีอะไรจะรักแล้ว สิ่งที่รัฐบาลทำ เป็นการเอื้อและส่งเสริมคนที่มีเงิน เพื่อให้อสังหาริมทรัพย์ขายได้ แต่รัฐบาลไม่ได้ส่งเสริมให้ประชาชนมีอาชีพ มันเป็นสิ่งที่ย้อนแย้ง เป็นสิ่งที่คับแค้นใจ ผมไม่เข้าใจตรงนี้"


ป๋าเทพ ระบุต่อไปอีกว่า รัฐบาลมีเงื่อนไข ต่างชาติสามารถซื้อบ้านและถือครองที่ดินไม่เกิน 1 ไร่ แลกการลงทุนในไทยขั้นต่ำ 40 ล้านบาท แบบนี้เป็นการเปิด 2 ทาง ต่างชาติได้ทั้งบ้านและธุรกิจ พร้อมถามกลับว่า แล้วคนไทยที่ไปอยู่ที่นู่น ได้ทำอะไรง่ายๆ แบบนี้หรือไม่ ไปเปิดร้านข้าวแกง เปิดผับ มันไม่ใช่ง่ายๆ เลย 

ป๋าเทพ ยื่นคำขาดถึง พล.อ.ประยุทธ์ ขู่ไม่มีอะไรจะรักแล้ว อดไม่ได้เอ่ยเปรียบเทียบยุคทักษิณ


"นี่ส่งเสริมให้เขามาทำด้วย ถ้าคนนึงทำธุรกิจ 4-5 อย่าง แล้วทำยังไง แล้วรู้เหรอว่าเงินแค่ 40 ล้าน เขาอาจจะเอามา 4,000-5,000 ล้าน ก็ได้ เพื่อจะยึดประเทศไทยเนี่ย คุณไม่คิดตรงนี้เหรอ" 


"เดี๋ยวเราก็ไม่อยู่กันแล้ว แล้วคนที่ออกกฎหมาย จะอยู่อีกเท่าไหร่ เดี๋ยวก็ไปแล้วใช่หรือไม่ แล้วเป็นไง ลูกหลานต้องมาเจอทุกอย่าง ที่วางระเบิดเวลาเอาไว้ ซึ่งผมเป็นห่วงตรงนี้ เพราะลูกหลานต้องอยู่ต่อไป ไม่ใช่มาสร้างเรื่องให้ลูกหลานคอยแก้" 

ป๋าเทพ ยื่นคำขาดถึง พล.อ.ประยุทธ์ ขู่ไม่มีอะไรจะรักแล้ว อดไม่ได้เอ่ยเปรียบเทียบยุคทักษิณ
อีกทั้งช่วงตอนหนึ่ง ป๋าเทพ ยังฝากถึงนักการเมืองที่เห็นด้วย บอกดีนะ ให้ระวังไว้ เดี๋ยวไม่มีใครเลือก ฝากประชาชนคนไทยว่า ให้พิจารณาว่าสมควรมองคนแบบนี้ในรูปลักษณะแบบไหน จะเป็นนักการเมืองได้หรือไม่ เพราะคนเราตอนนี้มองกันลำบาก บางครั้งหลงภูมิใจไปซะนาน แต่พอถึงตอนท้ายเหมือนกับดูหนังไม่รู้ว่าคนไหนพระเอก คนไหนผู้ร้าย สุดท้ายกลับตาลปัตร ครั้งแรกกลับดูเป็นผู้ร้ายกลับกลายเป็นพระเอก


อย่างไรก็ตาม ป๋าเทพ ยังได้ตอบคำถามเปรียบเทียบไปถึงยุคทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอีกว่า มีบางส่วนบอกว่ายุคของนายทักษิณไม่โกง ไม่ขายแผ่นดินเหมือนยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ ถามกลับว่า "คุณคิดได้ยังไงว่ายุคของทักษิณไม่ได้ขาย เขาไม่ได้ขายแต่เขายกให้เลย เขาพระวิหารทั้งลูก ไม่เห็นเหรอยกให้เขมร"

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thainewsonline