หนุ่มน้อย จมน้ำโคม่า หลังเก็บเงินในกระทง บุญใหญ่สุดท้ายเตรียมบริจาคอวัยวะ

หนุ่มน้อย 11 ขวบจมน้ำโคม่า หลังเก็บเงินในกระทง น่าเสียดายพ่อเล่านิสัยลูก ครอบครัวทำบุญสุดท้ายเตรียมบริจาคอวัยวะ

หนุ่มน้อย จมน้ำโคม่า หลังเก็บเงินในกระทง บุญใหญ่สุดท้ายเตรียมบริจาคอวัยวะ อีกหนึ่งอุทาหรณ์ในวันลอยกระทงเมื่อค่ำคืนวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา เมื่อมีรายงานว่า หนุ่มน้อยวัย 11 ขวบจมน้ำหลังจากที่น้องตั้งใจจะลงไปเก็บเงินในกระทงที่ผู้ที่มาเที่ยวงานใส่ลงไปในพื้นที่ ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี แม้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารจะช่วยก่อนงมหาและช่วยปั๊มหัวใจให้กลับมามีชีพจรได้ แต่ล่าสุดอาการน้องยังโคม่า 

 

หนุ่มน้อย 11 ขวบจมน้ำโคม่า หลังเก็บเงินในกระทง น่าเสียดายพ่อเล่านิสัยลูก บุญสุดท้ายเตรียมบริจาคอวัยวะ

ด้าน เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลโนนสูง-น้ำคำรายหนึ่งเล่าว่า จุดเกิดเหตุเด็กจมน้ำวันลอยกระทงดังกล่าว อยู่ภายในเกาะกลางหนองน้ำ มีทางเดินคอนกรีตรอบเกาะกลางกว้างประมาณ 1.5 เมตร และมีขั้นบันไดอยู่ในน้ำ 1 ขั้น บริเวณที่เด็กจมน้ำอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 2-3 เมตร และมีเรือเจ้าหน้าที่ ปภ.ลอยอยู่ห่างจากฝั่ง 5-6 เมตร


เจ้าหน้าที่กู้ชีพเล่าต่อไปว่า วันงานมีชาวบ้านมาร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งประกาศห้ามเด็กลงไปเก็บเงินในกระทง เพราะสระลึกประมาณ 4-5 เมตร แต่เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ดูแลไม่ทั่วถึง ส่วนเด็กที่ตกน้ำได้มาเที่ยวกับพ่อแม่และพี่ เด็กจะลงมายืนตรงบริเวณขั้นบันไดในน้ำ เพื่อเก็บเงินในกระทง ไม่นานมีคนมาบอกทหารว่ามีเด็กตกน้ำและชี้จุดบริเวณที่ตกลงไป 


ด้าน พ่อและแม่ของเด็กที่จมน้ำ ระบุว่า ครอบครัวมีลูก 3 คน คนที่จมน้ำคือคนสุดท้องเรียนอยู่ป.5 เป็นเด็กร่าเริง ขยัน เรียนเก่ง ช่วยเหลืองานบ้านดี ออมเงินไว้ใช้ ซึ่งทางพ่อเป็นพนักงานปั๊มน้ำมัน ส่วนแม่เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกถ้าอยากได้อะไรก็จะหารายได้เก็บของเก่า และเก็บเงินโปรยทานงานกฐิน งานบุญ งานศพ ตอนนี้น้องตะวันอยากได้โทรศัพท์มือถือ จึงหารายได้เพื่อเก็บเงิน ตอนนี้สะสมเงินได้ 500 บาทแล้ว

 

หนุ่มน้อย 11 ขวบจมน้ำโคม่า หลังเก็บเงินในกระทง น่าเสียดายพ่อเล่านิสัยลูก บุญสุดท้ายเตรียมบริจาคอวัยวะ

พ่อของเด็กจมน้ำเล่าต่อไปว่า ตนพาครอบครัวไปลอยกระทงและเที่ยวงานดังกล่าว ส่วนลูกชายที่จมน้ำได้เมื่อเห็นเงิน ในกระทง 10 หรือ 20 บาท ก็อยากได้ตามประสาเด็ก จึงยืนอยู่ริมน้ำรอเก็บเงินในกระทง ตนก็นั่งกินซูชิมองดูลูกอยู่ใกล้ๆ ซึ่งลูกยังได้เดินขึ้นมากินซูชิกับตน ก่อนจะเดินกลับไปเก็บเงินต่อ ระยะเวลาไม่นานพี่ชายไปหาน้องไม่เจอ จึงมาบอกแม่และบอกทหารให้งม พบว่าน้องจมน้ำหมดสติ ปั๊มหัวใจแล้วนำส่งโรงพยาบาล

 

สำหรับอาการของน้องนั้น คุณหมอระบุว่า สมองตาย ไตวาย ตับไม่ทำงาน และมีเลือดออกในปอด เนื่องจากน้ำเข้าปอดจำนวนมาก ถ้าถอดเครื่องช่วยหายใจน้องไปได้เลย หมอให้ยากระตุ้น 3 ตัวแล้ว แต่น้องไม่ตอบสนองการรักษา นอนนิ่งอยู่ในอาการโคม่า 

 

ทั้งนี้ทางครอบครัวกำลังคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก ระหว่างกระโดดลงไปเอง หรือมีคนผลัก เดินชน เพราะเป็นคนกลัวตาย กลัวจมน้ำ ถ้าต้องลงจะเลือกลงที่ตื้นที่สุดที่ทำได้ แต่จมน้ำแบบไหน เดินลงไปหรือกระโดดลงไปตอนไหน อยู่กับลูกตลอด พี่ชายไปหาน้องไม่เห็น เห็นรองเท้าลอยข้างเดียว จึงวิ่งมาบอกแม่ว่าไม่เห็นน้อง ก่อนวิ่งไปบอกทหารว่าน่าจะจมตรงนี้ เพราะมีฟองอากาศลอยขึ้นมา ทหารกระโดดลงไปช่วย และดึงขึ้นมา

 


อย่างไรก็ตาม ทางพ่อของเด็กชายคนดังกล่าวยังระบุอีกด้วยว่า ตนอยู่กับลูกประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนกลับบ้าน ได้ขึ้นไปสะพานยืนมองดูลูกยืนแช่น้ำไม่ลึกและเก็บเงินในกระทง ดูอยู่ว่าแม่ดูแลลูกอย่างไร พอแน่ใจว่าจะปลอดภัยจึงกลับบ้าน ก่อนจะมารู้ว่าลูกจมน้ำ ซึ่งหมอแนะนำว่า ลูกมีบุญกับเราแค่นี้ ร่างกายน้องยังเด็ก อวัยวะบางส่วนยังใช้ได้ ทำบุญครั้งสุดท้ายให้กับลูกก่อนจะหมดลมหายใจ จึงปรึกษากับภรรยา และตกลงกันว่าจะบริจาคอวัยวะของลูก ซึ่งหมอได้นำเลือดน้องตะวันส่งไปตรวจ ต้องรออีก 2-3 วัน พอให้ครอบครัวของตนได้ทำใจ

หนุ่มน้อย 11 ขวบจมน้ำโคม่า หลังเก็บเงินในกระทง น่าเสียดายพ่อเล่านิสัยลูก บุญสุดท้ายเตรียมบริจาคอวัยวะ
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thainewsonline