ชาวบ้านสะเทือนใจ ลุงขายขนมน่าสงสาร สุดท้ายโดนแฉยับ กลายเป็นหนังคนละม้วน

ชาวบ้านสะเทือนใจ ลุงขายขนมน่าสงสาร สุดท้ายโดนแฉยับ กลายเป็นหนังคนละม้วน ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์สนั่น พูดเป็นเสียงเดียวกัน!

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ถกเถียงกันบนโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวสุดสะเทือนใจ เผยให้เห็นคุณลุงคนหนึ่งที่นำขนมมาตั้งขนมบริเวณรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีเพชรบุรี พร้อมกับปาดน้ำตาร้องไห้และก้มกราบขอให้ผู้คนที่สัญจรผ่านไปผ่านมาช่วยแวะซื้ออุดหนุนขนม เป็นภาพที่เห็นแล้วบีบหัวใจอย่างมาก

 

 

โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “ขณะติดไฟแดง มองเห็นคุณลุงนั่งขายขนม ท่านใดผ่านไป ผ่านมา ช่วยอุดหนุนขนมคุณลุงได้นะคะ พิกัด : ริมทางเดินเท้า รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีเพชรบุรี สังเกตุขนมเหมือนมีรูปภาพถ่าย 2 รูป ด้วยนะคะ #คุณลุงกำลังร้องไห้”

 

ชาวบ้านสะเทือนใจ ลุงขายขนมน่าสงสาร สุดท้ายโดนแฉยับ กลายเป็นหนังคนละม้วน

 

ชาวบ้านสะเทือนใจ ลุงขายขนมน่าสงสาร สุดท้ายโดนแฉยับ กลายเป็นหนังคนละม้วน

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ได้มีชาวเน็ตเข้ามาให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก บางคนเห็นแล้วรู้สึกเห็นใจและสงสารคนลุง พร้อมกับบอกว่า อยากไปช่วยอุดหนุนคุณลุงท่านนี้

 

ชาวบ้านสะเทือนใจ ลุงขายขนมน่าสงสาร สุดท้ายโดนแฉยับ กลายเป็นหนังคนละม้วน

 

อย่างไรก็ตาม ได้มีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยออกมาแฉวีรกรรมขอลคุณลุงคนนี้ โดยบอกว่า คุณลุงใช้ความสงสารเรียกร้องความเห็นใจ โดยนำรูปแม่มาอ้างว่าป่วยมะเร็ง แต่พอมีลูกค้าไปซื้อนั้นจะไม่บอกราคาขนม บอกว่าแล้วแต่จะให้ แต่หากให้เงินแบงก์ 20 ก็จะไม่พอใจและด่ากลับ ส่วนใครจ่ายแบงก์ 100 ไป ก็จะไม่ทอนเงินให้

 

ชาวบ้านสะเทือนใจ ลุงขายขนมน่าสงสาร สุดท้ายโดนแฉยับ กลายเป็นหนังคนละม้วน

 

นอกจากนี้ ยังมีคนออกมาแฉอีกว่า บางคนเห็นในกระเป๋าลุงนั้นมีเงินเพียบทั้งแบงก์ 20 แบงก์ 100 รวมถึงแบงก์ 1,000 แต่พอขายของกลับโกหกว่าไม่มีเงินทอน ซึ่งลุงทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว แกล้งทำเป็นว่าร้องไห้และก้มกราบเรียกความสงสาร เมื่อเวลาผ่านไปหลายคนเริ่มจับได้ ลุงก็จะย้ายไปขายที่อื่น

 

ชาวบ้านสะเทือนใจ ลุงขายขนมน่าสงสาร สุดท้ายโดนแฉยับ กลายเป็นหนังคนละม้วน

 

ชาวบ้านสะเทือนใจ ลุงขายขนมน่าสงสาร สุดท้ายโดนแฉยับ กลายเป็นหนังคนละม้วน

 

ชาวบ้านสะเทือนใจ ลุงขายขนมน่าสงสาร สุดท้ายโดนแฉยับ กลายเป็นหนังคนละม้วน

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thainews