ลูกเรือเล่านาทีชีวิต เรือหลวงสุโขทัยอับปาง พบเสื้อชูชีพมีไม่พอ

ลูกเรือหนึ่งในผู้รอดชีวิต จากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง หลังเจอคลื่นถล่มในทะเลอ่าวไทย เล่านาทีชีวิตพบเสื้อชูชีพไม่พอจำนวนคน

จากเหตุการณ์ เรือหลวงสุโขทัยอับปาง หลังประสบอุบัติเหตุเจอคลื่นถล่มในทะเลอ่าวไทย พื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากชายฝั่ง 16 ไมล์ทะเล ทำให้สภาพเรือเอียงจมทะเล 80% ก่อนที่จะอับปางจมทะเลในที่สุดในคืนวันที่ 18 ธ.ค. 2565 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันกำลังพล 33 นาย ถูกคลื่นซัดกระจัดกระจายไปคนละทิศละทางกลางทะเล ต้องปฏิบัติภารกิจค้นหาอย่างเร่งด่วน

 

ลูกเรือเล่านาทีชีวิต เรือหลวงสุโขทัยอับปาง พบเสื้อชูชีพมีไม่พอ

ล่าสุด หนึ่งในผู้รอดชีวิต ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ตรวจการในเรือ ได้เล่าเหตุการณ์ผ่านรายการทุบโต๊ะข่าว โดยระบุว่า เรือหลวงสุโขทัย เริ่มออกเดินทางจากท่าเรือสัตหีบเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. เวลาประมาณ 17.00 น. เพื่อไปร่วมงาน 100 ปีกรมมาหลวงชุมพรที่ จ.ชุมพร จนกระทั่งวันที่ 18 ธ.ค. เวลาประมาณ 08.00 น. ได้เดินทางไปถึงปลายทางเพื่อร่วมงาน แต่หลังจากนั้นเรือไม่สามารถเทียบจอดบริเวณจุดดังกล่าวได้ จึงได้มีการเคลื่อนเรือหลวงสุโขทัย เพื่อที่จะมาเทียบจอดบริเวณท่าเรือบางสะพาน


แต่ทันทีที่มาถึงไม่สามารถเข้าเทียบได้ ผู้การเรือจึงได้มีการประเมินสถานการณ์และนำเรือกลับไปยังท่าเรือสัตหีบ ระหว่างที่เดินทางกลับนั้นปรากฏว่าเกิดคลื่นลมทะเลสูง ทำให้เรือได้รับอุบัติเหตุ มีน้ำไหลทะลักเข้าเรือ แต่ด้วยระบบของเรือหากระบบสูบน้ำใช้การไม่ได้ จะมีระบบประตูลิ้นกันกลับ ทำหน้าที่ในการปิดประตูเหมือนวาล์วน้ำ เมื่อมีการหมุนปิดประตูดังกล่าวแล้วจะเป็นการเสริมให้ตัวกลับเรือมีความแข็งแรงมากขึ้น เชื่อว่าแรงดันน้ำที่เข้ามาอย่างรวดเร็วจึงทำให้ปิดประตูไม่ทัน น้ำจึงทะลักเข้าในส่วนของรูต่างๆของเรือ

 

ลูกเรือเล่านาทีชีวิต เรือหลวงสุโขทัยอับปาง พบเสื้อชูชีพมีไม่พอ

และในวันดังกล่าวได้มีจำนวนกำลังพลเพิ่มขึ้นในเรือ เนื่องจากมีทหารนาวิกขอขึ้นเรือเพื่อเดินทางกลับไปด้วย จึงทำให้จำนวนชูชีพไม่เพียงพอ ดังนั้นจำนวนชูชีพเดิมประมาณ 70 ชิ้น จึงพอสำหรับบุคลากรหรือลูกเรือหลัก เมื่อตัดสินใจที่จะทิ้งเรือ จึงทำให้บางคนมีชูชีพบางคนไม่มีชูชีพ 


แต่ในกลุ่มของตนเองพยายามที่จะจับกลุ่มเป็นกลุ่มใหญ่ และจับมือกันเป็นวงกลม อย่างน้อยก็ไปไหนไปด้วยกัน และเวลาที่เรือที่มาช่วยเหลือรวมถึงเฮลิคอปเตอร์ที่บินสำรวจจะได้มองเห็นชัด แต่ในบรรดาคนที่จับมือกันเป็นวงกลม 12 คนในกลุ่มของตนเอง พบว่าในขณะนั้นมีน้องคนที่ไม่ได้สวมใส่ชูชีพ ทุกคนพยายามจับมือกันเอาไว้ แต่เจ้าตัวก็หมดแรงจนกระทั่งหลุดลอยหายออกไปจากกลุ่ม ประกอบกับอุปสรรคเรื่องของคลื่นแรงที่จะทำให้พัดไป และทุกคนต้องพยายามดีดตัวให้ออกห่างจากเรือให้มากที่สุด แต่อุปสรรคคือความมืด ที่แทบจะมองไม่เห็นอะไร นอกจากแสงไฟจากชูชีพ

 

ลูกเรือเล่านาทีชีวิต เรือหลวงสุโขทัยอับปาง พบเสื้อชูชีพมีไม่พอ


ทั้งนี้ เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย พกช้ำจากการถูกกระแทกจากคลื่นสูง ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เพราะปกติเรือวิ่งออกทะเล เจอคลื่นสูงคลื่นแรงก็ไม่เคยเกิดเหตุ และสภาพเรือก็พร้อมสำหรับทางการทหารทะเล และที่สำคัญการที่เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้สูญเสีย ก็ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้นเหมือนกัน

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thainewsonline