"จตุพร" เผย แจกเงินดิจิทัลเข้า ครม.วันไหน รัฐบาลแตกหักทันที่

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เผยผ่านไลฟ์สด เชื่อแจกเงินดิจิทัลเข้า ครม.วันไหน รัฐบาลแตกหักทันที่

เมื่อ 10 ต.ค. 2566 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ว่า การแจกเงินจะเป็นจุดแตกหักของพรรคร่วมรัฐบาลและทำลายระบบการเงิน การคลังของประเทศ จึงทำให้เกิดเสียงต่อต้านอย่างหนัก ถึงขั้นอดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เชื่อว่า จะมี รมต.ติดคุกกับการแจกงินดิจิทัล

"จตุพร" เผย แจกเงินดิจิทัลเข้า ครม.วันไหน รัฐบาลแตกหักทันที่

 

"จตุพร" เผย แจกเงินดิจิทัลเข้า ครม.วันไหน รัฐบาลแตกหักทันที่

นายจตุพร เชื่อว่า พรรคร่วมรัฐบาลเกรงจะถูกลากไปร่วมรับผิดชอบกับการแจกเงินดิจิทัลด้วย แต่ที่ไม่สำแดงอะไรออกมา เพราะรอเวลา และถึงที่สุดจะเห็นจุดแตกหักเกิดขึ้น ดังนั้น ในช่วงนี้จึงต้องรอการแสดงจุดยืนของพรรคร่วม ซึ่งไม่ต้องการมาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายด้วยกับเรื่องนี้

อีกทั้งกล่าวว่า จุดแตกหักของรัฐบาล ส่วนหนึ่งอยู่ที่องค์ประกอบจำนวนเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลชุดนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ พรรคเพื่อไทยแกนนำรัฐบาลมีเสียงเพียงเล็กน้อย จึงแตกต่างจากอดีตรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เพื่อไทยเป็นแกนนำที่มีเสียงจำนวนมาก จึงทำให้พรรคร่วมค้านโครงการรับจำนำข้าวไม่มีความหมายในการทำลายเสถียรภาพ

"ในกรณีพรรคเพื่อไทยขณะนี้ เป็นพรรคหลักมีเสียง 141 เสียง จึงทำให้พรรคร่วมแต่ละพรรคมีฤทธิ์มากขึ้น มีความรู้ทั้งนรกและสวรรค์เป็นอย่างไร รู้ข่้อเท็จจริงว่าจะตัดสินแบบไหน แล้วจะมีผลลัพธ์กันแบบใด ซึ่งมีตัวอย่างมากมายแล้ว"

นายจตุพร ยกตัวอย่างความผิดพลาดของรัฐบาลว่า กรณีการแต่งตั้งกรรมการศึกษาร่าง รธน.นั้น ฝ่ายบริหารจะแต่งตั้งฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ เพราะโครงสร้างได้แยกอำนาจออกจากกันชัดเจน โดยมีบทเรียนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้ศึกษามาแล้ว รัฐบาลชุดนี้ แต่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์ ยังพลาดจนได้ แล้วต้องรีบเปลี่ยนกันใหม่ โดยถอด สส. ออกจากกรรมการ ก่อนจะตายน้ำตื้น

อีกทั้ง เชื่อว่า การแจกเงินดิจิทัล คงไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลอื่นจะกล้าเข้าไปมีส่วนร่วมเสี่ยงติดคุกด้วย ดังนั้นจึงต้องรอพรรคร่วมให้แสดงจุดยืนในเรื่องนี้ โดยเฉพาะการแจกเงินบาทก็เป็นปัญหาอยู่แล้ว เมื่อเป็นเงินดิจิทัลวอลเล็ต ยิ่งมากปัญหาทับถม และรัฐบาลเพื่อไทยไม่เคยชี้แจงอะไรได้เลย

 

นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลเพื่อไทยยังไม่ตอบคำถามของอดีตผู้ว่า ธปท.ได้สักข้อ แต่ยังปากกล้าใช้อารมณ์ความรู้สึกที่จะเดินหน้าแจกต่อไป จนถึงขั้นประชุม สส.เพื่อไทยและชี้แจงแนวทางการแจกดิจิทัล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงไม่ความเข้าใจ ซึ่งไร้แนวทางทำงาน แล้วแกนนำพรรคกล้าใช้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2566 ได้อย่างไรกัน

ส่วนการลงทะเบียนร้านค้านั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นการแสดงถึงการล็อคปริมาณสินค้าที่ผลิตจากโรงงานเจ้าสัว ซึ่งปกติการผลิตจะมีต้นทุนประมาณ 35% ถ้ารัฐบาลมีออเดอร์สั่งซื้อในจำนวน 5.6 แสนล้านบาท เจ้าสัวล้วนดีใจที่ได้กำไรส่วนแบ่งอย่างมากไปแบ่งสรรกัน

"เพียงแต่ว่า นำเงินบาทไปซื้อคงไม่ช่ำใจใช่หรือไม่ จึงเป็นคูปองหรือดิจิทัล สิ่งนี้ย่อมสะท้อนเจตนาไม่ต้องการใช้เงินดิจิทัลใน 6 เดือน จึงเกิดสงสัยกันมากมายว่า แจกดิจิทัลวอลเล็ตเพื่ออะไร ไปกระตุ้นอะไร แล้วจะเอาเงิน 5.6 แสนล้านบาทมาจากไหน จะควบคุมกันอย่างไร"

นายจตุพร กล่าวว่า การลงทุนแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 5.6 แสนล้านบาทจะคุ้มกับการลงทุนหรือไม่ที่ใช้ในเวลาเพียง 6 เดือน ดังนั้น จึงมีข้อสงสัยว่า คงไม่ใช้ในเวลาแค่ 6 เดือนเท่านั้น ซึ่งคนที่อยู่ในแวดวงการเงิน การคลังย่อมรู้ทัน และคนที่คิดนโยบายนี้เท่ากับประมาท แล้วยังดูถูกภูมิรู้ของผู้ว่า ธปท. จึงพยายามตบตาด้วยการแจกเงินดิจิทัล อย่างไรก็ตามชาวบ้านย่อมต้องการเงินหมื่นกันแน่นอน

"แล้วทำไมไม่แจกเงินบาทกันละ ทำไมต้องแปลงเป็นเงินดิจิทัล ยังต้องจ้างคนทำบล็อกเชนอีก แล้วยังมีความสงสัยที่จะเก็บไว้เป็นข้อมูลทางการเมืองในอนาคตหรือเปล่า หรือจะผ่อนส่งเงินกับเจ้าสัวที่ผลิตสินค้าให้ชาวบ้านมาซื้อ แล้วนำเงินดิจิทัลวอลเล็ตไปแปลงอีกทอดหนึ่งเมื่อเลยเวลา 6 เดือนแล้ว"

นายจตุพร ย้ำว่า หากต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจควรให้รอบแรกไปซื้อสินค้าของชุมชนเท่านั้น ไม่ใช่แจกมาซื้อสินคต้าเจ้าสัวในรอบเดียวแล้วจบเลย ดังนั้น การใช้เงินดิจิทัลจึงมีข้อสงสัยถึงคนที่ต้องการจะกินรวบทั้งเงินอนาล็อตจากงบประมาณรัฐ และเงินดิจิทัลอีกด้วย

"วันนี้ นายกฯ ไม่กล้าตอบอะไรให้ชัดเจนสักเรื่อง เพราะกลัวถล่ำเข้าข้อกฎหมาย จึงต้องทำใจแข็งยืนยันแจกดิจิทัลตามเดิม ดังนั้น ถ้ากล้าก็ทำเลย นำเข้า ครม.หามติเลย ใครเห็นชอบด้วยก็บันทึกไว้ จะได้ดำเนินคดีกันถูก"

นายจตุพร เตือนว่า การจะทำอะไร ถ้าไม่คิดให้ดีแล้ว จะทำลายดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลงทุกฤดูกาล โดยในเรื่องการแจกดิจิทัล ผู้รู้มองเห็นว่า เงินบาทจะอยู่ตรงไหน การเงิน การคลังของประเทศจะอยู่อย่างไร มันจะพังพาบทั้งหมด จึงจะเป็นการทำลายดินฟ้าอากาศนั่นเอง

"การต่อสู้กับความอยากของคน หากทุคนรู้ว่า เป็นน้ำผึ้งอาบยาพิษ แม้ต้องใช้หนี้ในเวลากี่ปีก็ตาม แต่เป็นเรื่องที่คนไทยต้องรับผิดชอบ ถ้าการแจกเงินครั้งนี้ทำได้ ครั้งหน้าก็ทำอีก เพิ่มเงินแจกเป็นสองหมื่นหรือสามหมื่น แล้วเกิดความฉิบหายของประเทศ ดังนั้น ผมจึงเชื่ออยู่ทุกวันนี้ว่า สุดท้ายแล้วไม่ได้ทำหรอก ยิ่งทักษิณ ชินวัตร ด่าการแจกเงินเป็นวิธีการปัญญาอ่อน ซึ่งเจ็บแสบมาก"

"จตุพร" เผย แจกเงินดิจิทัลเข้า ครม.วันไหน รัฐบาลแตกหักทันที่