เจ้าของไซเกือบหลงกล เด็กตีหน้าเศร้าบอกไม่ตั้งใจ กล้องวงจรปิดฟ้องความจริง

เจ้าของไซบีเรียนเจ็บใจ เจอเด็กโกหก ตีหน้าเศร้า อ้างลูกบอลเข้าบ้าน ก่อนเผลอปล่อยน้องหมาหลุดออกถนนจนโดนรถชนตาย 2 ตัว

เจ้าของไซเกือบหลงกล เด็กตีหน้าเศร้าบอกไม่ตั้งใจ กล้องวงจรปิดฟ้องความจริง : ยังเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Maneewan Sandee ได้ออกมาโพสต์ว่า เธอต้องมาสูญเสียลูกรักไปถึง 2 ตัวโดยที่มีเด็กในระแวกบ้านแอบปีนเข้ามาแอบปล่อย ไซบีเรียน ที่เธอเลี้ยงไว้จนลูกรักของเธอหลุดออกถนน กระทั่งมี 2 ตัวที่โดนรถชนตายคือ จัสมินและอันนา ส่วนเอลซ่านั่งเฝ้าศพไม่ห่าง 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เจ้าของใจสลาย เด็กแอบปีนเข้าบ้าน ปล่อยหมาหลุด จนถูกรถชนตาย 2 ตัว เศร้าอีกตัวยืนเฝ้าศพไม่ห่าง

 

เจ้าของไซเกือบหลงกล เด็กตีหน้าเศร้าบอกไม่ตั้งใจ กล้องวงจรปิดฟ้องความจริง

ล่าสุดเธอได้เล่าเบื้องลึกอีกมุม หลังจากที่ได้ตามหาจนทราบถึงผู้กระทำ ว่าคือเด็กวัยประถม อายุประมาณ 8 - 9 ขวบ ซึ่งตอนแรกที่คุยกัน เด็กๆ พยายามขอโทษพร้อมทั้งทำสีหน้าสลด เสียใจเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำให้เธอเกือบใจอ่อน แต่แล้วความจริงก็มาปรากฏ หลังจากที่เธอได้เปิดกล้องวงจรปิดดู 

 


เธอจึงได้ทราบว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่เด็กพูดกับเธอนั้นคือคำโกหกทั้งหมด และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือเคสของเธอไม่ใช่เคสแรกที่เธอแบบนี้ ซึ่งพฤติการณ์ของเด็กก็คือ แอบไปแหย่สุนัขของบ้านอื่นเล่น บ้างก็เข้าไปในบ้าน บ้างก็ขโมยของบ้าน แต่เพราะได้ไปแบบเล็กๆ น้อยๆ จึงทำให้บ้างบ้านไม่ติดใจเอาความ แต่เคสของ เจ้าของน้องไซคือหนักสุดเนื่องจากน้องหมาเสียชีวิต 

 

เจ้าของไซเกือบหลงกล เด็กตีหน้าเศร้าบอกไม่ตั้งใจ กล้องวงจรปิดฟ้องความจริง

 

โดยเธอระบุว่า "ก่อนดูกล้องวงจรปิด คุณลุงเพื่อนบ้านแจ้งว่าเห็นเด็กมาเปิดรั้ว เด็กรับสารภาพว่าเปิดจริงเพราะจะเข้ามาเก็บลูกบอลในบ้าน นั่งร้องไห้หน้าบ้านเราเสียใจทำหมาหลุดไป 'ถ้ากลับบ้านไปพ่อแม่ต้องตีผมแน่ๆ' คุณลุงก็ปลอบใจว่า 'ไม่ได้ตั้งใจไม่ต้องเสียใจนะ' แล้วบอกให้กลับบ้านไปก่อน พอเรารับศพน้องหมาเข้ามาถึงที่บ้าน คุณลุงก็บอกให้เราไปตามผู้ปกครองเด็กทั้ง 2 คนมาคุยกัน 

 


เราไปถึงบ้านเด็กยกมือไหว้บอก 'ขอโทษไม่ได้ตั้งใจครับ' ร้องไห้เสียใจ ทำสีหน้าสำนึกผิด เราก็ใจอ่อน ก็เรียกผู้ปกครองเด็กมาคุยรับรู้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ตักเตือน และแจ้งว่าเราต้องซ่อมรถให้กับคนที่หมาตัดหน้ารถเขาด้วย แล้วเราก็ขอตัวไปทำศพหมาก่อน แยกย้ายกลับบ้าน 

เจ้าของไซเกือบหลงกล เด็กตีหน้าเศร้าบอกไม่ตั้งใจ กล้องวงจรปิดฟ้องความจริง


พอตกดึกเรามาดูรายละเอียดกล้องวงจรปิด ถึงรู้ว่า เด็กมาแกล้งหมา มาแหย่หมา เอาไม้แบดมาตี แล้วปากุญแจเข้าในบ้าน เปิดรั้วบ้านวิ่งหนีล่อหมาให้วิ่งตาม สนุกสนานเสียงดังใหญ่ พอเช้าวันจันทร์ 27/11/2566 เพื่อนบ้านคนอื่นๆ ที่เคยเจอเด็กพวกนี้บุกรุกบ้านก็ทักมาบอก ทั้งมาคุยถึงหน้าบ้าน บอกว่าบ้านเขาก็โดน เด็กแอบเข้าบ้านไปหยิบของบ้าง ปีนเข้าบ้านบ้าง ปล่อยหมา แหย่หมา บลาๆ คือไม่ใช่บ้านเราบ้านแรกที่เจอ 

 

แต่บ้านคนอื่นก็เจอเหมือนกันแต่ไม่มีการสูญเสียถึงชีวิต แค่ทรัพย์สินเสียหาย เด็กก็ใช้มุขเดิมๆ บอกว่าเข้าไปเก็บบอลและขอโทษ จบ คนอื่นก็ไม่ได้ให้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไร มีมากกว่า 5 หลังที่โดนแบบนี้ เด็กโกหกจนเคยตัว แก้ตัวแล้วพ้นผิดจนติดเป็นนิสัย ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ ไม่เคยได้บทเรียน ไม่จำ ไม่ได้สำนึกผิดจริงๆ ทำแล้วทำอีก 

เจ้าของไซเกือบหลงกล เด็กตีหน้าเศร้าบอกไม่ตั้งใจ กล้องวงจรปิดฟ้องความจริง


เด็กอายุแปดเก้าขวบ ไม่คิดว่าจะร้ายได้ขนาดนี้ ทั้งปั้นสีหน้า ทั้งคำพูด หลอกให้เราใจอ่อน เด็กสมัยนี้มันร้ายกาจกว่าที่เราคิด เรียนโรงเรียนดี พ่อแม่ทำงานฐานะมั่นคง อยู่บ้านหลังใหญ่ ไม่ได้แปลว่าเด็กจะนิสัยดี มันเกินเด็ก มันคือภัยสังคม นี่ยังเด็กไม่อยากนึกถึงตอนมันโตเลย เลือกซื้อหมู่บ้านนี้หวังว่าจะได้เจอสภาพแวดล้อม สังคม ผู้คนที่ดี ไม่คิดเลยจะเจอเรื่องเลวร้ายและเด็กร้ายๆ แบบนี้"
 

เจ้าของไซเกือบหลงกล เด็กตีหน้าเศร้าบอกไม่ตั้งใจ กล้องวงจรปิดฟ้องความจริง

 

เจ้าของไซเกือบหลงกล เด็กตีหน้าเศร้าบอกไม่ตั้งใจ กล้องวงจรปิดฟ้องความจริง

 

เจ้าของไซเกือบหลงกล เด็กตีหน้าเศร้าบอกไม่ตั้งใจ กล้องวงจรปิดฟ้องความจริง

เจ้าของไซเกือบหลงกล เด็กตีหน้าเศร้าบอกไม่ตั้งใจ กล้องวงจรปิดฟ้องความจริง

เจ้าของไซเกือบหลงกล เด็กตีหน้าเศร้าบอกไม่ตั้งใจ กล้องวงจรปิดฟ้องความจริง