- 06 ม.ค. 2569
ชูวิทย์ ฟาดตรง! ตั้งคำถาม พรรคส้มควรแก้รัฐธรรมนูญหรือแก้ปากท้อง ชี้เสียงชาวบ้านต้องอิ่มก่อน เรื่องใหญ่ยังไกลตัวประชาชน
"ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" ได้ออกมาโพสต์ข้อความล่าสุดผ่านเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เผยว่า
แก้รัฐธรรมนูญ หรือแก้ปากท้อง
.
พรรคส้มเป็นพรรคที่ขยันขันแข็ง มีพลังเหลือเฟือในการหาเสียง ไม่ว่าเวทีปราศรัย หรือเดินเท้าตามตลาด
.
พรรคอื่นขยันสู้ไม่ได้ บางพรรคหายไปด้วยซ้ำ
.
แต่ความขยันลงพื้นที่ ทำให้ต้องไปเจอชาวบ้านไถ่ถามมาก ถึงสิ่งที่คนหนุ่มสาวของพรรคส้มจะทำ
.
เมื่อไหม (ศิริกัญญา ตันสกุล) เดินหาเสียงตามตลาด จึงเจอคำถามซื่อๆ ง่ายๆ ของลุงร้านกรอบพระที่ถามว่า
.
“ทำไมไม่แก้ปัญหาปากท้อง มัวแต่จะแก้รัฐธรรมนูญ?”
.
ไหมได้พยายามยืนชี้แจงให้ลุงฟัง แต่คำพูดของไหมเหมือนหินที่ถูกโยนลงน้ำ ได้ยินครั้งเดียวแล้วหาย
.
แม้จะอธิบายหลักการว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาต่างๆ นานา
.
แต่ลุงไม่รับฟัง ยังย้อนถามแค่สั้นๆ แต่โดนใจ “แก้ปัญหาปากท้องประชาชนก่อนไม่ดีกว่าหรือ?“
.
ไหมยังพยายามอธิบายชี้แจงให้ฟัง เหมือนลุงเป็น ”ฝ่ายค้าน“ และไหมเป็น ”รัฐบาล“ ที่กำลังตอบโต้กันให้เข้าใจ
.
แท้จริงแล้วเสียงของลุงชาวบ้าน คือเสียงสะท้อนอย่างแท้จริงของประชาชนคนเดินดินทั่วไป ที่นักการเมืองจะต้องรับฟังเท่านั้น
.
ไม่มีหน้าที่ไปโต้เถียง เสนอความเชื่อของตัวเองให้ชาวบ้านไปเชื่อตามด้วย
.
หลายงานผิดคิวที่พรรคส้มพยายามตามตื๊อชี้แจงให้ชาวบ้านฟังด้วยระยะเวลาสั้นๆ
.
ต้องยอมรับว่ายังไกลเกินกว่าที่ประชาชนทั่วไปจะตามทัน
.
แต่ความเชื่อความศรัทธาในการเมืองใหม่ อย่างที่บรรดาอาจารย์ นักวิชาการ พยายามนำเสนอให้ธนาธร ผ่านนักการเมืองใหม่พรรคส้ม คือ
.
“ทำเรื่องใหญ่ไปหาเรื่องเล็ก ทำเรื่องไกลไปหาเรื่องใกล้”
.
การแก้รัฐธรรมนูญอยู่ห่างไกลจากความรู้สึกของชาวบ้านร้านตลาดมากกว่าปัญหาปากท้อง
.
สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือท้องอิ่มก่อน อันถือเป็นเรื่องใกล้ตัวสุด
.
ธนาธร ไหม เท้ง เอาแต่ทำเรื่องใหญ่ๆ อย่างลดขนาดกองทัพ แก้รัฐธรรมนูญ จนเลยไปถึงการแก้ ม.112 ที่กลายเป็นเรื่องตั้งแต่คราวที่แล้ว
.
แม้ครั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญห้ามใช้เรื่อง ม.112 เป็นนโยบายหาเสียง แต่ไม่ได้ห้ามไปถึงการแก้ไขในสภา
.
พรรคส้มก็ยังไม่ได้พูดอย่างชัดเจนว่าหากได้เป็นเสียงส่วนมาก เป็นรัฐบาลในรอบหน้า จะมีการผลักดันให้แก้ไข ม.112 ในสภา หรือไม่?
.
นี่ก็ยังไม่ทำให้ประชาชนไว้วางใจได้
.
หาเสียงรอบนี้ก็มุ่งแต่เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเพิ่งถูกพรรคน้ำเงินหักหลังมา แต่เรื่องปากท้องกลับกลายเป็นเรื่องเล็กตามหลัง
.
ตามสไตล์ธนาธร “เรื่องใหญ่ๆ เราทำ เรื่องเล็กๆ เราไม่นำเสนอ“
.
ลุงประชาชนคนเดินดินจึงมองเห็นว่า “ควรแก้จากเรื่องเล็กไปเรื่องใหญ่”
.
เอาเรื่องใกล้ตัวประชาชนที่เดือดร้อนก่อน อย่างเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ การค้าขาย
.
นี่คือความไม่เข้าใจ แต่ไม่ใช่ลุงไม่เข้าใจที่ไหมชี้แจงให้ลุงเปลี่ยนความคิด
.
มันเป็นไหมเองต่างหากที่ไม่เข้าใจถึงก้นบึ้งของหัวใจชาวบ้านธรรมดา
.
เมื่อนักการเมืองลงพื้นที่ คำพูดที่สะท้อนออกมาจากชาวบ้านมันซื่อๆ ตรงๆ ชัดเจนที่สุดแล้ว
.
หากไม่เข้าใจหัวอกชาวบ้าน เมื่อไหมและพรรคส้มได้เป็น ส.ส. หรือเป็นรัฐบาล จะไปทำงานเข้าใจประชาชนได้หรือ?
.
มันเป็นโจทย์สำคัญที่พรรคส้มต้องมองให้ออก ว่าจะครองใจคนส่วนมากได้อย่างไร หากคิดอยากให้ประชาชนโหวตเสียงให้เป็นพรรคเดียวจัดตั้งรัฐบาล
.
เที่ยวนี้มันยากนะครับ ไม่ได้หาเสียงง่ายเหมือนครั้งก่อนๆ
.
พรรคส้มไม่ได้เป็น ”ของใหม่“ ในสายตาของคนไทยที่จะลองให้โอกาส
.
แต่กลายเป็น “ของแสลง” ที่สังคมเคลือบแคลงใจไปเสียแล้ว






