"สว.อังคณา" ตัดสินใจโพสต์ถึง "มุนินทร์ พงศาปาน" แล้ว แบบ ตรง ๆ

อังคณา นีละไพจิตร แสดงความเห็น หลังพรรคประชาชนเปิดตัว “มุนินทร์ พงศาปาน” ยอมรับยังไม่ค่อยเข้าใจในนโยบายในการแก้ปัญหาที่นำเสนอ

จากกรณี พรรคประชาชน เปิดตัว "มุนินทร์ พงศาปาน" อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็น ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ล่าสุด "อังคณา นีละไพจิตร" สมาชิกวุฒิสภา ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ระบุว่า 

ชื่นชมในความรู้ความสามารถและความมุ่งมั่นตั้งใจของอาจารย์มุนินทร์ ส่วนตัวไม่มีปัญหากับความเป็นเทคโนแครตหากมีความจำเป็นจริง ๆ แต่ก็ยังอยากเห็นผู้บริหารประเทศที่เป็นตัวแทนของประชาชนที่มีประสบการณ์คลุกคลีกับประชาชนมากกว่า

ส่วนตัวยอมรับว่ายังไม่ค่อยเข้าใจในนโยบายในการแก้ปัญหาที่อาจารย์นำเสนอ โดยเฉพาะการนำปัญหาการบริหารงานยุติธรรมไปผูกโยงกับปัญหาองค์กรอิสระ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ปปช. ซึ่งต้องรอให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะแก้ แล้วจะแก้เสร็จเมื่อไหร่ และหากแก้แล้วจะสามารถแก้ปัญหาการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนได้จริงหรือไม่ อีกอย่างเรื่องการปฏิรูปตำรวจแม้จะมีการกล่าวถึงการปฏิรูปแล้วในรัฐธรรมนูญ 60 แต่คนทำงานด้านยุติธรรมคงทราบดีว่า ปัญหาจริง ๆ ของความล้มเหลวในการปฏิรูปตำรวจ คือปัญหา #รัฐพันลึก หรือ Deep State ในองค์กรตำรวจเอง ซึ่งเรื่องนี้ในกระทรวงยุติธรรมเองก็มีปัญหาเช่นกัน เพราะใช่ว่ารัฐมนตรีจะสามารถสั่งการเจ้าหน้าที่ หรือข้าราชการได้ในทุกเรื่อง อันที่จริง นโยบายและการปรับปรุงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่สามารถทำได้อย่างเร็ว ๆ และมีการริเริ่มมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้สำเร็จลุล่วงยังมีอีกหลายประการ เช่น การแก้ปัญหานักโทษล้นคุก ทั้งการแก้กฎหมายที่ปรับโทษที่มีฐานความผิดไม่ร้ายแรง เป็นการให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจให้ทำงานบริการสังคม หรือ การเพิ่มเรือนจำ หรือ #ศูนย์ที่ใช้ควบคุมตัวผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี หรือ Remand Center ขึ้นทั่วประเทศเพื่อให้เป็นไปตามตามหลักการ Presumption of Innocent หรือทำอย่างไรเพื่อจะให้การปรับปรุงพฤตินิสัยของนักโทษให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลดปัญหาการกระทำผิดซ้ำ ซึ่งก็รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของเรือนจำ ทั้งการขาดแคลนบุคคลากที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดสรรประมาณที่เพียงพอ

.

งานของกระทรวงยุติธรรมยังมีความท้าทายอีกมากทั้งเรื่องการปรับปรุงระบบยุติธรรมชุมชน เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาทของประชาชน และเป็นการลดจำนวนคดีที่จะฟ้องร้องกันในศาล ปัญหาการเข้าถึงกองทุนยุติธรรม การปรับปรุง พ.ร.บ. และการปรับเปลี่ยนทัศนคติของคณะกรรการกองทุนให้เข้าใจสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากขึ้นเป็นอีกเรื่องที่ท้าทาย นอกจากนั้นการปรับปรุงระบบยุติธรรมของเด็ก (Juvenile Justice) รวมถึงการพิจารณาการปรับเพิ่มอายุในการรับโทษของเด็ก ตามที่สหประชาชาติมีข้อเสนอแนะต่อประเทศไทย ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรพิจารณา

.

ปัญหาธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนเป็นอีกเรื่องที่แม้ประเทศไทยจะมีแผนปฏิบัติการชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP on BHR) แต่คดีการฟ้องกลั่นแกล้ง หรือฟ้องปิดปากนักปกป้องสิทธิมนุษยชน หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดนโดยเฉพาะเรื่องการกดปราบข้ามพรมแดน (Transnational Repression) ยังเป็นปัญหาใหญ่ที่ท้าทายกระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้รับผิดชอบแผน นี่ยังไม่รวมปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ. ทรมานอุ้มหาย ที่กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รับผิดชอบ และรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายตาม พ.ร.บ. มาตรา 14 ที่จนวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการติดตามชะตากรรมของผู้สูญหาย และนำคนผิดมาลงโทษตามที่ระบุไว้ในกฎหมายแม้แต่คนเดียว รวมถึงปัญหาการผลักดันบุคคลสู่อันตราย (principe de non-refoulement) มาตรา 13) ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิง และอีกประการสำคัญ คือความท้าทายในการยุติวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิดในประเทศไทย

ด้วยความเป็นกัลยาณมิตรค่ะ

สว.อังคณา ตัดสินใจโพสต์ถึง มุนินทร์ พงศาปาน แล้ว แบบ ตรง ๆ