สู้ต่อ! "บิ๊กโจ๊ก"พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล สวนกลับทันควัน ส่งทนายแจ้งเอาผิด ม.157 ตำรวจชุดทำคดี "บิ๊กโจ๊กแจกทอง"

6 ม.ค.68 ที่ สน.พหลโยธิน นายสัญญาพัชระ สามารถ ทนายความของ "บิ๊กโจ๊ก"พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.เข้าแจ้งความ เพื่อให้ดำเนินคดีกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน 2 ชุด 

 

โดยชุดแรกคือคณะตามคำสั่ง ตร. 580/2568 ซึ่งมี พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นหัวหน้า และ พ.ต.อ.เอกชัย วิเชียร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 9 รักษาราชการแทนผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

ฮึดสู้ "บิ๊กโจ๊ก" ส่งทนายลุยเอาผิด ม.157 ตำรวจยกชุดทำคดีสินบนทอง

ชุดที่ 2 คือ คณะตามคำสั่ง บช.ก. 343/2568 นำโดย พล.ต.ต. สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นหัวหน้า และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นรองหัวหน้าคณะ ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากการไม่แจ้งข้อหากับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ลูกน้องเก่าของ "บิ๊กโจ๊ก" ในคดีสินบนทองคำน้ำหนัก 246 บาท  ทั้งที่เจ้าตัวยอมรับและมีหลักฐานกระทำความผิดชัดเจน แต่กลับมีความพยายามจะกันไว้เป็นพยาน

ฮึดสู้ "บิ๊กโจ๊ก" ส่งทนายลุยเอาผิด ม.157 ตำรวจยกชุดทำคดีสินบนทอง

ทนายความ บอกว่า จากที่ได้ร่วมฟังการสอบสวน "บิ๊กโจ๊ก" เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.68 พบว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว แจ้งข้อหากับ บิ๊กโจ๊ก โดยอ้างอิงตามคำกล่าวอ้างของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ว่าได้ไปรับทองคำและนำไปมอบให้กับกรรมการ ป.ป.ช. ท่านหนึ่ง ก็คือรับในข้อเท็จจริงส่วนของตัวเอง และยังมีการกล่าวพาดพิงไปยังบุคคลอื่นอีก 6 คน ทั้งที่ยังไม่มีการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานข้อเท็จจริงใด ๆ ว่ากระทำความผิดจริงหรือไม่ ซึ่ง "บิ๊กโจ๊ก" ก็เป็นหนึ่งในนั้น

สิ่งที่เป็นพิรุธและตนเองตั้งข้อสงสัยคือ ทั้งที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมรับแล้ว แต่คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนทั้ง 2 ชุดก็ยังไม่มีการแจ้งข้อหากับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ทั้งที่ตามขั้นตอนแล้ว แม้จะกันไว้เป็นพยาน ก็ต้องแจ้งข้อหาให้เป็นผู้ต้องหาก่อน อีกทั้งการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับอำนวยการขึ้นไป ในคดีที่มีอัตราโทษสูง ก็ควรจะเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ดำเนินการ ไม่ใช่อำนาจของพนักงานสอบสวน

 

และหากกรณีที่ ป.ป.ช. ส่งคืนสำนวนกลับมาให้พนักงานสอบสวน ชุดที่ทำคดีนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบัน แต่ละท่านก็ล้วนเป็นคู่กรณีของ "บิ๊กโจ๊ก" ทั้งสิ้น หาก ป.ป.ช. ส่งคืนสำนวนมา ก็กลัวว่า บิ๊กโจ๊ก จะไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้นตนเองก็จะไปยื่นคัดค้านกับ ป.ป.ช. เรื่องการส่งคืนสำนวนด้วย

 

ส่วนประเด็นที่กำลังเป็นกระแสอย่างคลิปหลักฐานที่ตำรวจสอบสวนกลางนำมาเปิดเผยวันนี้ ส่วนตัวไม่หนักใจ เพราะในคลิปก็ไม่ได้ปรากฎภาพ และเนื้อหาก็ไม่เห็นมีส่วนใดที่เกี่ยวกับ "บิ๊กโจ๊ก"สิ่งที่ต้องพิจารณาคือคลิปดังกล่าวไม่ต่อเนื่อง อาจมีการตัดต่อ หรือบิดเบือนข้อมูล ไม่อาจการันตีได้ว่ามีการส่งมอบทองจริงหรือไม่ ซึ่ง บิ๊กโจ๊ก ยืนยันปฏิเสธทุกประเด็น แต่รายละเอียดต่าง ๆ จะขอไปให้การในชั้น ป.ป.ช.

 

ทนายความ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า กรณีคนขับรถของกรรมการ ป.ป.ช. ที่ไปแจ้งความว่าถูกอุ้มเพื่อไปให้การ จะเข้าข่าย พ.ร.บ.อุ้มหายหรือไม่ เพราะหากเป็นการกระทำโดยมิชอบ แล้วคำให้การที่เกิดจากการถูกบังคับ ไม่ยินยอม จะนำมาใช้ปรักปรำ บิ๊กโจ๊ก ได้หรือไม่

ฮึดสู้ "บิ๊กโจ๊ก" ส่งทนายลุยเอาผิด ม.157 ตำรวจยกชุดทำคดีสินบนทอง

"ซึ่งหลังจากนี้จะเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการแจ้งความกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ แต่ขอไปดูรายละเอียดและรูปสำนวนให้ชัดเจนก่อน หากมีการพาดพิงถึงเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ก็ต้องดำเนินการแจ้งความตามขั้นตอนของกฏหมาย ต่อไป