- 07 ม.ค. 2569
ครม. อนุมัติมอเตอร์เวย์ M9 บางบัวทอง–บางปะอิน วงเงินกว่า 1.5 หมื่นล้าน อัพเกรดวงแหวนตะวันตกเป็นมอเตอร์เวย์สมบูรณ์ เชื่อมเศรษฐกิจทุกภูมิภาค ตั้งเป้าเปิดใช้ปี 2573
วันที่ 6 มกราคม 2569 – นาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้กรมทางหลวงดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (M9) สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน ในส่วนของงานโยธา วงเงินรวมทั้งสิ้น 15,862 ล้านบาท เพื่ออัพเกรดโครงข่ายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครให้เป็นระบบมอเตอร์เวย์อย่างสมบูรณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งของประเทศในระยะยาว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมทางหลวงเร่งรัดขับเคลื่อนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองตามแผนแม่บทฯ ให้นำไปสู่ขั้นตอนการก่อสร้างอย่างเป็นรูปธรรม
โดย โครงการมอเตอร์เวย์ M9 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลดความแออัดของโครงข่ายถนนสายหลัก และยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
นายพิพัฒน์ ย้ำว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถเชื่อมโยงกับมอเตอร์เวย์ M9 ด้านตะวันออก (บางปะอิน–บางพลี) และมอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน–นครราชสีมา) ได้อย่างเป็นระบบ โดยผลการวิเคราะห์พบว่าโครงการมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) ร้อยละ 15.96 คาดว่าปริมาณการจราจรในปีแรกประมาณ 20,000 คันต่อวัน และมีรายได้ค่าธรรมเนียมผ่านทางประมาณ 308 ล้านบาท
ด้าน นาย ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า โครงการมอเตอร์เวย์ M9 ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน จะช่วยเติมเต็มโครงข่ายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (Missing Link) ให้เป็นระบบมอเตอร์เวย์อย่างสมบูรณ์ ลดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภูมิภาค
โครงการมีรูปแบบเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองระดับพื้นราบ ขนาด 6 ช่องจราจร (ทิศทางละ 3 ช่องจราจร) ใช้ผิวทางคอนกรีตที่มีความคงทนแข็งแรง พร้อมระบบควบคุมการเข้า–ออกอย่างสมบูรณ์ (Fully Controlled Access) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยมีแนวเส้นทางเริ่มจากทางแยกต่างระดับบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ผ่านจังหวัดปทุมธานี และสิ้นสุดที่ทางแยกต่างระดับบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร
สำหรับจุดเชื่อมต่อสำคัญ โครงการประกอบด้วยทางเข้า–ออก 4 แห่ง ได้แก่ บางบัวทอง ลาดหลุมแก้ว สามโคก และบางไทร พร้อมปรับปรุงทางแยกต่างระดับเดิม 2 แห่ง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจราจร โดยจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในระบบปิด (Closed System) คิดอัตราค่าผ่านทางตามระยะทางจริง และใช้ระบบจัดเก็บแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่าน
อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมทางหลวงได้วางแผนดำเนินโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3901 และ 3902 ซึ่งเป็นทางคู่ขนานขนาด 3 ช่องจราจรต่อทิศทาง ตั้งแต่ปี 2562 และได้เปิดใช้งานแล้วเกือบทั้งหมด เหลือเพียงช่วงสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่เริ่มก่อสร้างในปี 2566 คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานได้ในช่วงปลายปี 2569
ในส่วนของทางหลัก จะดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงเป็นมอเตอร์เวย์ขนาด 6 ช่องจราจร โดยเบี่ยงการจราจรไปใช้ทางคู่ขนานทั้งหมด เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจรและเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง แบ่งการก่อสร้างงานโยธาออกเป็น 2 เฟส ได้แก่ เฟส 1 ช่วงบางบัวทอง–ลาดหลุมแก้ว และเฟส 2 ช่วงลาดหลุมแก้ว–บางปะอิน
ทั้งนี้ กรมทางหลวงมีแผนเริ่มสัญญาการก่อสร้างงานโยธาทั้ง 2 เฟส ภายในปี 2569 ใช้เวลาก่อสร้างในช่วงปี 2569–2572 และติดตั้งงานระบบในช่วงปี 2570–2573 คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการแก่ประชาชนได้ภายในปี 2573






