- 13 ม.ค. 2569
คดีแรงงานเมียนมารุมทำร้ายไรเดอร์ไทยในสมุทรปราการ ล่าสุดผู้ต้องหาทั้ง 6 รายเข้าพบตำรวจ ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ตำรวจแจ้งข้อหาทั้ง 2 ฝ่าย
คืบหน้าเหตุแรงงานเมียนมากร่างรุมทำร้ายไรเดอร์ชาวไทยในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ยังคงเป็นที่จับตาของสังคม โดยเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เต้ อาชีวะ พร้อมทีมงานได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดี และเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางบ่อ เพื่อกดดันให้เร่งนำตัวผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมย้ำให้ผู้ก่อเหตุรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
เต้ อาชีวะ ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า แม้กลุ่มผู้ก่อเหตุจะถูกนายจ้างเลิกจ้างแล้ว แต่ยังไม่ใช่บทสรุปของความรับผิด พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ลดทอนน้ำหนักของคดี และต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายซึ่งเป็นคนไทย โดยย้ำว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะมีความชัดเจน
ต่อมา วันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น. กลุ่มแรงงานเมียนมาผู้ก่อเหตุทั้ง 6 คน นำโดยนายเฮง อายุ 32 ปี ผู้ใช้ไม้ฟาดรถไรเดอร์ ได้พร้อมคนงานและหญิงผู้ดูแลร้าน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางบ่อ เพื่อแสดงตัวและให้ปากคำเพิ่มเติม ท่ามกลางท่าทีสำนึกผิดของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
นายเฮงได้ยกมือไหว้ขอโทษไรเดอร์และประชาชนชาวไทย พร้อมยอมรับว่าก่อเหตุจากอารมณ์ชั่ววูบ และให้คำมั่นว่าจะไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะนี้ซ้ำอีก
ด้านคดีความ พนักงานสอบสวนแจ้งว่า ได้ดำเนินคดีทั้งสองฝ่ายในข้อหา “สมัครใจกันทะเลาะวิวาท” และเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายแล้ว ขณะเดียวกัน ในส่วนความเสียหายต่อทรัพย์สิน ผู้ก่อเหตุยินยอมชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 10,000 บาท เพื่อชดเชยความเสียหายให้แก่ไรเดอร์ผู้เสียหาย
สำหรับประเด็นใบอนุญาตประกอบกิจการ หญิงผู้ดูแลร้านยืนยันว่า เจ้าของกิจการเป็นคนไทย และมีเอกสารขออนุญาตถูกต้อง อยู่ระหว่างนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ โดยตำรวจจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ต่อมา เต้ อาชีวะ ได้ออกมาโพสต์ตั้งคำถามถึงสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเคยมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันมาก่อนเมื่อเดือนกันยายน 2568 และกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้งในเดือนมกราคม 2569 พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงบทลงโทษและค่าปรับที่เกิดขึ้น ว่าจะเพียงพอต่อการสร้างความปลอดภัยให้กับคนไทยในพื้นที่หรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้านต่อไป






