- 13 ม.ค. 2569
ผู้ประกันตน รับเงินบำนาญ 8,050 บาทต่อเดือน จะได้ในกรณีไหน ใครเข้าเกณฑ์บ้าง เช็กเงื่อนไขเลย หลังปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบ
เชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้ว่าเงินบำนาญประกันสังคมสูงสุด 8,050 บาทต่อเดือน จะได้ในกรณีใดบ้าง หลังสำนักงานประกันสังคมเตรียมปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตน มาตรา 33 จากเดิมสูงสุด 750 บาทต่อเดือน เป็น 1,150 บาทต่อเดือน ภายในปี 2575 เพื่อให้สอดคล้องกับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น
การปรับอัตราเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ดังนี้
ช่วงที่ 1 ปี 2569–2571
ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบสูงสุด 875 บาทต่อเดือน (ฐานค่าจ้าง 17,500 บาท)
สิทธิประโยชน์สำคัญที่ได้รับ ได้แก่
- เจ็บป่วย: สูงสุด 8,750 บาทต่อเดือน
- คลอดบุตร: 26,250 บาทต่อครั้ง
- ว่างงาน: 8,750 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งครบ 15 ปี: 3,500 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งครบ 25 ปี: 6,125 บาทต่อเดือน
วงที่ 2 ปี 2572–2574
ส่งเงินสมทบสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน (ฐานค่าจ้าง 20,000 บาท)
สิทธิประโยชน์สำคัญ ได้แก่
- เจ็บป่วย: 10,000 บาทต่อเดือน
- คลอดบุตร: 30,000 บาทต่อครั้ง
- ว่างงาน: 10,000 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งครบ 15 ปี: 4,000 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งครบ 25 ปี: 7,000 บาทต่อเดือน
ช่วงที่ 3 ปี 2575 เป็นต้นไป
ส่งเงินสมทบสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือน (ฐานค่าจ้าง 23,000 บาท)
สิทธิประโยชน์สำคัญ ได้แก่
- เจ็บป่วย: 11,500 บาทต่อเดือน
- คลอดบุตร: 34,500 บาทต่อครั้ง
- ว่างงาน: 11,500 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งครบ 15 ปี: 4,600 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งครบ 25 ปี: 8,050 บาทต่อเดือน
เงินบำนาญประกันสังคม 8,050 บาทต่อเดือน ได้กรณีไหน?
เงินบำนาญสูงสุด 8,050 บาทต่อเดือน จะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขใหม่ของประกันสังคม ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไป สำหรับผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่เข้าเงื่อนไขครบถ้วน ดังนี้
เงื่อนไขหลัก
- อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
- ส่งเงินสมทบครบ 25 ปี (300 เดือน)
- มีฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณในระดับสูง เช่น 23,000 บาทต่อเดือน
- การคำนวณบำนาญปรับเพิ่มตามอัตราเงินสมทบใหม่ ทำให้ได้รับบำนาญประมาณ 8,050 บาทต่อเดือน จากเดิมที่ประมาณ 5,250 บาทต่อเดือน
ถือเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่ผู้ประกันตนควรรู้ เพื่อวางแผนการทำงานและการเกษียณให้มั่นคงในอนาคต






