- 15 ม.ค. 2569
เมาได้ยังไง ทั้งที่ไม่ดื่ม? เพจดัง เปิดเคส หายาก ชายวัย 46 ปี ถูกจับ "เมาแล้วขับ" ก่อนพบร่างกายหมักแอลกอฮอล์เอง
เพจเฟซบุ๊ก Tensia เพจนำเสนอวิทยาศาสตร์การแพทย์ เน้นความเข้าใจเชิงกลไก ไปพร้อมกับตัวการ์ตูนของเพจ ที่เล่าเรื่องราวหลากหลายอารมณ์ ทั้งสาระบ้างและบันเทิงบ้าง ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ระบุ
ชาย 46 ปี มีอาการเหมือนคนเมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดื่ม ตรวจได้ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดด้วย สุดท้ายถึงรู้ว่า อ้าว มีเชื้อช่วยผลิตให้เค้าโดยตรง
.
หลายคงคนรู้ว่าแอลกอฮอล์สร้างมาจากพวกจุลชีพ
แต่ใครจะคิดล่ะว่า มันมาอยู่ในตัวมนุษย์ระดับที่เยอะพอ
ที่จะสร้างและส่งออกในระดับผู้ผลิต
⸻
ย้อนไปเมื่อ 8 ปีก่อน
ชาย 46 ปี ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ
จู่ๆ เริ่มมีอาการ
ความจำแย่ลง ลืมเรื่องที่เพิ่งคุย
สมาธิสั้น คิดช้าลง
มีอารมณ์เศร้า ดิ่ง
บางครั้งมีอาการโวยวายรุนแรง
อาการเริ่มเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ
จน 3 ปีถัดมา
เขาพบจิตแพทย์ และรักษาแบบโรคซึมเศร้า
ได้รับยา Fluoxetine + Lorazepam
.
อยู่มาวันหนึ่ง
เขาถูกจับด้วยข้อหาเมาแล้วขับ เพราะอาการแก
เริ่มเหมือนคนเมา มึนๆ ตอบสนองช้า บางครั้งโวยวาย
ซึ่งแกก็ปฏิเสธการเป่าแอลฯ
สุดท้ายตำรวจก็พาไปถึง รพ.
เจาะระดับแอลกอฮอล์เลเวลปรากฎว่าอยู่ในระดับสูงเลย
ซึ่งแกก็ปฏิเสธหัวชนฝาว่า ไม่เคยดื่มสุราเลยแบบว่าทุกชนิดเลย
แน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะตำรวจ
.
สุดท้ายแกก็รักษาและออกจาก รพ. แน่นอนว่ารับโทษไป
ญาติใกล้ชิดเขา เชื่อผู้ป่วยแบบหมดใจ
และค้นเจอเองว่า เอ้ย มีเคสที่ รพ. โอไฮโอ แบบเดียวกัน
ญาติเลยไปซื้อเครื่องเป่าวัดแอลฯ มาแล้วเก็บข้อมูลเองเลย
ก็พบว่าขึ้นจริงๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดื่มเลย
จึงมา รพ. โอไฮโอ (เจ้าของ case report นี้)
.
.
ที่ รพ. แพทย์ก็ซักประวัติ-ตรวจละเอียดเลย
ตรวจเม็ดเลือด, ตรวจอุจจาระ, ตรวจทางภูมิคุ้มวิทยา
ซึ่งผลก็ไม่เจออะไรเลย ยกเว้น
พบเชื้อ Saccharomyces cerevisiae และ S. boulardii
จากอุจจาระ ซึ่งตัวแรกนี่แหละ เป็นยีสต์หมักแอลกอฮอล์
แต่ปัญหาคือ บางทีเราก็เจอเชื้อตัวนี้อยู่แล้ว
ในลำไส้ แต่ไม่ได้เยอะ และไม่ได้หมักถึงขั้นเมาแบบนี้
.
แพทย์จึงตรวจพิเศษโดยการให้ผู้ป่วยกินคาร์บเข้าไป
ถ้ายีสต์ตัวนี้เป็นคนร้ายจริง เดี๋ยวผลแอลฯ ในเลือด
ก่อน กับหลังกิน 8 ชั่วโมง มันต้องต่างมากๆ ค่ะ
แล้วก็ผลเป็นไปตามคาดค่ะ
แอลฯ พุ่งขึ้นในเลือดจริงๆ ซึ่งเขาไม่ได้ดื่มแน่นอนใน รพ.
.
แพทย์จึงวินิจฉัยว่าเป็น
ภาวะร่างกายหมักแอลกอฮอล์เอง
(Auto-brewery syndrome: ABS)
และรักษาด้วยยาฆ่ๅเชื้อรา ซึ่งปรับยา
เปลี่ยนยาอยู่นานพอควร กว่าอาการจะเริ่มดีขึ้น
แล้วก็กลับบ้านไป พร้อมกับแนะนำให้กินอาหารที่
คาร์บน้อย-จนถึงไม่มีเลยเป็นหลัก
.
หลังจากนั้นแกก็หายไปเลย
ซึ่งอยู่บ้านอาการ กลับมาเป็นซ้ำ
หลายครั้ง
เหตุการณ์รุนแรงที่สุด:
ล้ม
เลือดออกในสมอง
ต้องส่งต่อศูนย์ประสาทศัลยกรรม
BAC เคยสูงถึง 400 mg/dL
แล้วก็เหมือนเดิม ไม่มีใครเชื่อแกอีก
ว่าไม่ได้ดื่มแอลฯ (รพ. อื่น)
.
สุดท้ายกลับมารักษาอีกครั้ง
คราวนี้หมอส่องกล้องทั้งผ่านปาก
และผ่านก้นเลย แล้วก็เก็บตัวอย่างเชื้อมาด้วย
ซึ่งก็พบเชื้อราตัวอื่น
Candida albicans และ C. parapsilosis
ซึ่งสองตัวนี้สามารถหมักแอลฯ ได้
แถมช่วยได้อย่างดีด้วย
ซึ่งน่าจะเป็นผู้ร้ายจริงๆ ไม่น่าใช่ตัวแรก
จึงรักษาชุดใหญ่จนสุดท้าย
ก็ไม่กลับมีอาการอีก
ตรวจติดตามมาแล้วปีครึ่งก็ไม่มีอาการแล้ว
จบซักที
.
แล้วเคสนี้จู่ๆ เป็นจากอะไร?
ก่อนหน้าที่เขาจะมีอาการ เขามีกินยาปฏิชีวนะค่ะ
ซึ่งคาดว่ายาไปทำลายเชื้อแบคทีเรียตัวอื่นๆ
ทำให้พวกเชื้อรา/ยีสต์พวกนี้อยู่รอดและเพิ่มจำนวนมากขึ้น
ผู้ป่วยคงจะมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เฉพาะตัวอีก
ที่ส่งเสริมให้มันเจริญ ทำให้คนอื่นก็ไม่ได้เป็นภาวะนี้
⸻
บทสรุปของเคสนี้
นี่ไม่ใช่เคส คนเมาแล้วโกหก
แต่เป็นภาวะหายากที่ยีตส์ในตัวเขา
หมักแอลกฮอล์จนเมาเลย
และแสดงให้เห็นว่า ยาปฏิชีวนะ
มีผลข้างเคียงแปลกๆ แบบนี้ด้วย
ดังนั้นใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้นนะคะ






