- 15 ม.ค. 2569
ผู้ประกันตนมาตรา 33 เช็กสิทธิเงินบำนาญประกันสังคม 8,050 บาทต่อเดือน ต้องส่งเงินสมทบกี่ปี ตรวจสอบเงื่อนไขใครมีสิทธิได้บ้าง
จากกรณี ประกันสังคม ประกาศแผนปรับอัตราเงินสมทบของ ผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมสูงสุด 750 บาทต่อเดือน เป็น 875 ต่อเดือน และจะเพิ่มเป็น 1,150 บาทต่อเดือน ภายในปี 2575 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ และเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตน ทั้งกรณี เจ็บป่วย ว่างงาน คลอดบุตร ทุพพลภาพ ชราภาพ และเสียชีวิต
การปรับอัตราการนำส่งเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ จะแบ่งเป็น 3 ช่วงหลักดังนี้
- ระยะแรก นับตั้งแต่ปี 2569-2571 ผู้ประกันตนจะส่งเงินสมทบประกันสังคมสูงสุด 875 บาทต่อเดือน จากฐานค่าจ้าง 17,500 บาท
- ระยะที่ 2 นับตั้งแต่ปี 2572-2574 อัตราจ่ายเงินสมทบสูงสุดขยับเป็น ไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน จากฐานค่าจ้าง 20,000 บาท
- ระยะที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไป อัตราจ่ายเงินสมทบสูงสุด เพิ่มเป็น 1,150 บาทต่อเดือน จากฐานค่าจ้าง 23,000 บาท
สิทธิประโยชน์จากการปรับเพดานค่าจ้าง
ปี 2569-2571 ส่งเงินประกันสังคมสูงสุด 875 บาทต่อเดือน (ฐานค่าจ้าง 17,500 บาทต่อเดือน) จะได้สิทธิประโยชน์สำคัญ ดังนี้
- เจ็บป่วย 8,750 บาทต่อเดือน
- คลอดบุตร 26,250 บาทต่อครั้ง
- ว่างงาน 8,750 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งเงินมา 15 ปี 3,500 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งเงินมา 25 ปี 6,125 บาทต่อเดือน
ปี 2572-2574 ส่งเงินประกันสังคมสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน (ฐานค่าจ้าง 20,000 บาทต่อเดือน) จะได้สิทธิประโยชน์สำคัญ ดังนี้
- เจ็บป่วย 10,000 บาทต่อเดือน
- คลอดบุตร 30,000 บาทต่อครั้ง
- ว่างงาน 10,000 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งเงินมา 15 ปี 4,000 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งเงินมา 25 ปี 7,000 บาทต่อเดือน
- ปี 2575 เป็นต้นไป ส่งเงินสมทบประกันสังคมสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือน (ฐานค่าจ้าง 23,000 บาทต่อเดือน) จะได้สิทธิประโยชน์สำคัญ ดังนี้
- เจ็บป่วย 11,500 บาทต่อเดือน
- คลอดบุตร 34,500 บาทต่อครั้ง
- ว่างงาน 11,500 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งเงินมา 15 ปี 4,600 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งเงินมา 25 ปี 8,050 บาทต่อเดือน
เงินบำนาญ 8,050 บาท ได้ในกรณีไหน
- อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดสถานะผู้ประกันตน
- ส่งเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 25 ปี หรือ 300 เดือน
- มีฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณในระดับสูง (23,000 บาท) ตามโครงสร้างใหม่
- การคำนวณ หากส่งเงินสมทบครบ 25 ปี จะได้รับบำนาญประมาณ 8,050 บาทต่อเดือน (จากอัตราเดิมที่ 5,250 บาท สำหรับฐานเดิม)






