"วิโรจน์" ถึงขั้นรับไม่ได้ ล่าสุด ซัดถาม "ชูวิทย์" กลับ แบบตรง ๆ

"วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" รับไม่ได้ถึงการกระทำของ "ชูวิทย์" ล่าสุด โพสต์ข้อความ ถามกลับแบบตรง ๆ ทำเอาชาวเน็ตเมนต์สนั่น

"วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" โพสต์ข้อความ ล่าสุด ระบุ ผ่านเฟซบุ๊ก Wiroj Lakkhanaadisorn - วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ใจความว่า 
.
หลังจากที่พรรคประชาชนได้เดินหน้ามาเกือบจะถึงโค้งสุดท้ายของแคมเปญการเลือกตั้ง 2569 แล้ว จริงๆ แล้ว ทุกท่านที่เคยทำงานร่วมกันกับผมย่อมทราบดีว่า ผมเป็นคนที่เคารพสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน และพร้อมน้อมรับคำติชมเพื่อนำมาปรับปรุงอยู่เสมอ เพราะในหลายกรณีที่พรรคถูกวิพากษ์วิจารณ์ ก็เป็นข้อบกพร่องที่พรรคสมควรจะต้องรับฟัง และที่ผ่านมา พรรคก็ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเหมาะสมมาโดยตลอด

วิโรจน์ ถึงขั้นรับไม่ได้ ล่าสุด ซัดถาม ชูวิทย์ กลับ แบบตรง ๆ
.
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนตลอดระยะเวลาของการหาเสียง และนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ก็คือ ปฏิบัติการของขบวนการใส่ร้ายป้ายสี ที่มีทั้งบัญชี IO บัญชีบอต และแอ็กเคานต์หลุมที่ไม่มีตัวตน ตลอดจนมีการฟาร์มเพจขึ้นมา ผสมผสานกับการใช้ Influencer ในการผลิตซ้ำและเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจพรรคประชาชนผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 (5) อย่างชัดเจน
.
และเมื่อมีการเก็บรวบรวม Comment ต่างๆ ของบัญชี IO และแอ็คหลุม ตามโพสต์ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อใส่ร้ายพรรคในเพจต่างๆ ที่ถูกฟาร์มขึ้นมา ก็จะพบรูปแบบ Comment ที่เป็นข้อความซ้ำๆ ปรากฏอยู่ในทุกข่าวที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาชน หรือแม้แต่การแถลงของผมในวันนี้ ก็จะมี Comment ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ทีมงานกำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เพื่อนำไปจัดทำผังความเชื่อมโยงให้ครบถ้วน โดยเราเชื่อว่า Comment ในลักษณะนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเชื่อมโยง และแกะรอย Digital Footprint ไปถึงกลุ่มการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง และฝ่ายกฎหมายของพรรคจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดส่งให้ กกต. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ผมขอย้ำอีกครั้งว่า พรรคประชาชนพร้อมน้อมรับทุกเสียงวิจารณ์ ไม่ว่าจะเป็นคำตำหนิ คำตักเตือน หรือแม้แต่คำด่าทอจากประชาชนตามธรรมชาติ เราก็พร้อมรับฟังเสมอ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ตามธรรมชาติ หากแต่เป็นขบวนการที่มีการจัดตั้งขึ้นเพื่อใส่ร้ายพรรคด้วยความเท็จโดยเจตนา

.
ตัวอย่างเช่น การผลิตซ้ำข้อมูลเท็จในประเด็นด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการใส่ร้ายว่าคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จะรื้อรั้วชายแดนออกทั้งหมดหากได้เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่คุณณัฐพงษ์ไม่เคยมีแนวคิดเช่นนี้ และไม่เคยให้สัมภาษณ์ในลักษณะดังกล่าวเลย รวมถึงการนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ มาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมือง โดยใส่ร้ายว่าพรรคประชาชนมีนโยบายจะแก้ไข ทั้งที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า ไม่สามารถนำมาเป็นนโยบายของพรรคการเมืองได้ ที่เลวร้ายที่สุดคือ การพยายามทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” เท่ากับ “การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112”
หรืออีกกรณีหนึ่ง เมื่อคุณณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคของเรา ได้รับจดหมายจากทหารชั้นผู้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามและปัญหาความเป็นอยู่ ขบวนการเหล่านี้ก็ออกมาสร้างเรื่องบิดเบือน กล่าวหาว่าเป็นการจัดฉาก และมีเพจเครือข่ายจำนวนมากช่วยกันรับลูกปั่นกระแสต่อ
.
เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นกับผู้สมัคร สส. คนอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นการกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย โดยไม่สนใจข้อเท็จจริง เช่น กรณีของอดีต สส. ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ที่ถูกอดีตผู้ช่วยใส่ความ ทั้งที่คดีมีคำพิพากษาชัดเจนแล้วว่าคุณภัทรพงษ์เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เมื่อมีการนำคำพิพากษาศาลมาชี้แจง กลับไม่มีการขอโทษ และไม่มีการลบข้อความใดๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ขบวนการเหล่านี้มีเจตนาจงใจจะกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย
.
นอกจากนี้ ยังมีอดีต สส. อีกหลายท่านที่ถูกใส่ร้ายในลักษณะเดียวกัน เช่น คุณสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ที่ถูกกล่าวหาว่าเชิญชวนให้ประชาชนเล่นพนันออนไลน์ ทั้งที่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
.
ขณะนี้ พรรคประชาชนได้รวบรวมรายชื่อเพจและบัญชีผู้ใช้งานของขบวนการเหล่านี้ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น จักรวาลด้อมส้ม, MalaengtaD, หมออนามัยขี้ Mount รวมถึงเครือข่ายบัญชีที่คอย Comment และแชร์ต่อ ซึ่งมีข้อมูลเชื่อมโยงถึงกัน เพื่อร้องเรียนต่อ กกต. และดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ต่อไป
.
ตั้งแต่ที่คุณชูวิทย์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความผิดพลาดของการโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมเองยังได้โพสต์ขอบคุณข้อติติงของคุณชูวิทย์ด้วยซ้ำไป 
.
ต่อมาคุณชูวิทย์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมก็ได้ติดตามและให้ความสำคัญกับสาระที่คุณชูวิทย์วิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพรรคเทพ พรรคมาร หรือในกรณี ที่คุณชูวิทย์ได้วิพากษ์วิจารณ์ผ่านบทความ “เทส้ม” ผมเองก็ยังไม่ได้ติดใจอะไร เพราะผมเองก็เคารพการตัดสินใจในการใช้สิทธิเลือกตั้งของคุณชูวิทย์ 
.
แต่พอมาถึงบทความ “มีทหารไว้ทำไม” ที่ข้อความปรากฏว่า “มีเทาไม่เหลือใคร” โดยคุณชูวิทย์ได้อ้างอิงถึงโพสต์ของเจ้ากรมการข่าวทหารบก ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ พรรคประชาชนเองก็ได้ชี้แจงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำให้ผมสงสัยเป็นอย่างมากว่า เหตุใดคุณชูวิทย์ยังคงออกมากระจายข่าวในเรื่องนี้ไม่หยุด อย่างไรก็ตาม การที่คุณชูวิทย์จะมีอคติกับพรรค ผมเองก็ยอมรับได้นะครับ เพราะอคติก็เป็นเรื่องที่ปุถุชนทั่วไปมีกันได้อยู่แล้ว เราคงไม่สามารถไปบังคับให้คุณชูวิทย์มาชอบ หรือไม่ชอบเหมือนกับเรา หรือเหมือนกับใครไม่ได้
.
แต่สิ่งที่ทำให้ผมไม่สามารถยอมรับกับการกระทำของคุณชูวิทย์ ได้อีกต่อไป และไม่เชื่อว่าคุณชูวิทย์กระทำลงไปด้วยอคติส่วนตัว แต่เป็นการไตร่ตรอง และเล็งเห็นผล ก็คือ การพยายามจะตีฟูวาทกรรม “พรรคส้มผสมน้ำเงิน” โดยพยายามที่จะจับคู่พรรคประชาชนกับอีกพรรคหนึ่งให้ได้ ทั้งๆ ที่คุณณัฐพงษ์ ได้พูดเอาไว้อย่างชัดเจนในทุกรายการดีเบต และทุกโอกาสที่มีการสัมภาษณ์ว่า พรรคประชาชนจะไม่มีการโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีอีกเป็นอันขาด ทั้งๆ ที่คุณชูวิทย์ ก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ยังโหมกระพือข่าวจับคู่อยู่เรื่อยไป เพื่อมุ่งหมายจะสร้างผลกระทบเชิงลบให้กับพรรคประชาชนให้ได้
.
ลามมาถึงบทความ “สงครามสั่งสอน” เป็นสิ่งที่ผมไม่อาจยอมรับในการกระทำของคุณชูวิทย์ได้เลย เพราะสิ่งที่คุณชูวิทย์นำมาเผยแพร่ เป็นการนำเอาข้อมูลมาจับแพะชนแกะ ปะติดปะต่อ แล้วก็ใช้จินตนาการส่วนตัวในการกล่าวหา ใส่ร้ายพรรคประชาชนดื้อๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีกล่าวหากว่าพรรคประชาชนมีดีลกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่จะให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เหลวไหล ไม่มีข้อเท็จจริงแต่อย่างใดเลย
.
ทำให้ผมต้องตั้งคำถามกับคุณชูวิทย์กลับบ้างว่า ท่าทีในระยะหลังของคุณชูวิทย์ที่พยายามโจมตีพรรคประชาชน นั้นเกี่ยวข้องกับกรณีที่นายทหารคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนรักของคุณชูวิทย์ มีภาพถ่ายกอดคอกับชาวต่างชาติ ที่ปรึกษาฮุน เซน ที่ถูกสันนิษฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ หรือไม่ ถ้าผมจะทำแบบที่คุณชูวิทย์ทำ โดยเอาภาพถ่ายนั้น เอามาประกอบกับภาพถ่ายอื่นๆ ที่คุณชูวิทย์เคยถ่ายภาพร่วมกันกับนายทหารคนนั้น โดยเอามาโยงกับเรื่องของการพ้นจากตำแหน่งสำคัญหลังเกษียณ ของนายทหารคนนั้น มาสร้างเรื่องเป็นตุเป็นตะ ใส่ร้ายคุณชูวิทย์ผมก็ทำได้ แต่ผมก็ไม่คิดจะทำอย่างนั้น ทั้งหมดนี้เป็นเพราะผมมีมโนธรรม และยังคงมีความเคารพต่อคุณชูวิทย์
.
ผมทราบดีว่า ผมคงไปห้ามอะไรคุณชูวิทย์ไม่ได้ เพราะเดี๋ยวคุณชูวิทย์ ก็คงปั้นเรื่อง เอาข้อมูลนั้นโน้นนี้ มาโยงกันไปโยงกันมา แล้วก็เสริมเติมจินตนาการมาใส่ร้ายพรรคประชาชนอีก รวมทั้งอาจจะตอบโต้กล่าวหาผมด้วย เข้าใจว่าเวลา 14.00 น. ของวันนี้ คุณชูวิทย์ก็จะมีการแถลงอีก และก็เป็นไปได้ว่าคงจะมีการแถลงรายวัน นั่นก็คงให้คุณชูวิทย์ว่าไป โพสต์ไป แต่สิ่งที่ผมสามารถทำได้ก็คือ การทำให้สังคมตระหนัก และตั้งคำถามถึงการกระทำของคุณชูวิทย์ ว่าทั้งหมดนี้คุณชูวิทย์ทำไปเพื่ออะไร พรรคการเมืองไหนที่ได้ประโยชน์จากสิ่งที่คุณชูวิทย์ทำ เพื่อให้สังคมได้ใช้วิจารณญาณต่อการกระทำของคุณชูวิทย์ และพิจารณาเองว่าควรจะให้ค่ากับจินตนาการของคุณชูวิทย์ต่อไปหรือไม่ คนที่เกลียดกัญชาเข้าไส้ ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนมาเสพติดกัญชางอมแงมไม่ได้นะครับ 
.
สำหรับข้อบกพร่องในตัวผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชน ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว ตลอดจนมีข่าวว่าอาจจะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก ผมก็เรียนตรงๆ ว่า ที่ผ่านมาพรรคได้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สส. ผ่านประวัติอาชญากรรม โดยเราได้คัดกรอง เพื่อให้ผู้สมัคร สส. ของเรา ไม่ได้เป็นบุคคลที่ไม่มีหมายจับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาในคดีอาญาร้ายแรงใดๆ การดำเนินคดีกับผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชน ล้วนเป็นการออกหมายจับภายหลังจากกระบวนการรับสมัคร สส. แล้วทั้งสิ้น และผู้สมัคร สส. ที่ถูกจับกุม ก็ไม่เคยปรากฏว่าต้องโทษตามคำพิพากษามาก่อน แม้ว่าจะมีข้อมูลปรากฏว่า ผู้สมัคร สส. ที่ถูกดำเนินคดีบางราย เคยมีข้อร้องเรียนมายังพรรค ซึ่งผมยืนยันได้ว่าพรรคเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อข้อร้องเรียนที่เข้ามา โดยมาตรฐานจะมีการใช้กลไกของคณะกรรมการวินัย ในการสืบสวนเพื่อหาหลักฐาน หรือเชิญผู้ที่ถูกร้องเรียนมาชี้แจง หากไม่พบหลักฐานที่เป็นรูปธรรม หรือผู้ที่ถูกร้องเรียนสามารถอธิบาย ชี้แจงได้อย่างมีเหตุมีผล พรรคก็ไม่อาจใช้เพียงข้อกล่าวหา หรือเบาะแสบัตรสนเท่ห์ มาพิพากษาผู้สมัครล่วงหน้าได้
.
พรรคประชาชน เราตั้งใจที่จะเป็นพรรคมวลชน ที่เปิดการมีส่วนร่วมของพรรคประชาชนในการเข้ามาทำงานร่วมกับพรรค ซึ่งการเป็นพรรคมวลชนที่มีการเปิดรับอย่างกว้างขวาง ก็มีจุดอ่อนในเรื่องของคุณสมบัติของคนที่เข้ามาร่วมงานกับพรรค ซึ่งที่ผ่านมาพรรคก็พยายามปรับปรุงกระบวนการในการคัดกรอง และคัดเลือกให้รัดกุมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีความบกพร่องเกิดขึ้น การที่พรรคประชาชน จะเป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาลที่ดี นั่นก็คือ การที่พรรคจะต้องมีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ และประชาชนอย่างได้สัดส่วน ซึ่งนับจากนี้ หากมีผู้สมัคร สส. คนใดของพรรคถูกดำเนินคดี พรรคก็จะอำนวยความสะดวกต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ และจะมีการหารือกับผู้สมัคร ให้พิจารณาตนเอง ด้วยการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้คุณสมบัติในการลงรับสมัครเลือกตั้ง สส. ของตนเองสิ้นสุดลง เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน และสาธารณะ
.
ต่อให้มีอีก 1 ราย 2 ราย หรืออีกกี่ราย พรรคประชาชนก็จะใช้มาตรฐานนี้ในการจัดการ ซึ่งผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า หากพรรคดำเนินการตามมาตรฐานนี้ อย่างตรงไปตรงมา ก็จะทำให้ประชาชนเข้าใจ และสามารถยอมรับได้ และจะทำให้ประชาชนตั้งคำถามกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าทำไมการบังคับใช้กฎหมาย และการดำเนินคดี ถึงจำเพาะเจาะจงกับผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชน ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายกับผู้สมัคร สส. จากพรรคอื่นเลย ในขณะเดียวกันประชาชนก็จะตั้งได้ข้อสังเกตถึงพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วยว่า ในเมื่อพรรคประชาชนมีมาตรการ และมาตรฐานที่ชัดเจนกับการจัดการกับผู้สมัคร สส. ของพรรค ที่ไปเกี่ยวข้องพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายอย่างเปิดเผย ไม่มีการละเว้น เทียบเคียงกับพรรคการเมืองอื่น ที่ส่งบุคคล คนหนึ่งลงรับสมัครเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่บุคคลดังกล่าว ได้ถูก DSI ได้รับเอาคดีการฟอกเงิน และเว็บพนันที่เกี่ยวข้องกับบุคคลคนนั้นไว้เป็นคดีพิเศษ แถมยังถูก ปปง. มีมติให้ยึดอายัดทรัพย์อีกด้วย แม้แต่คนที่มีคำพิพากษาที่ชัดเจนจากศาลต่างประเทศ ก็ยังสามารถเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ ตลอดจนพรรคการเมืองบางพรรค ที่ส่งบุคคลที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในข้อหาทุจริตคอร์รัปชั่น ลงรับสมัครเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าในท้ายที่สุดประชาชนจะตั้งข้อสังเกตถึงปรากฏการณ์เหล่านี้ได้เอง
.
ผมเชื่อว่าขบวนการดังกล่าว พยายามที่จะดิสเครดิตพรรคประชาชน เพราะกลัวว่าหากพรรคประชาชนได้เข้ามาบริหารประเทศ จะมีการบังคับใช้กฎหมายธุรกิจผิดกฎหมาย ธุรกิจฟอกเงิน และธุรกิจศูนย์เหรียญ ที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเครือข่ายอิทธิพลทางการเมืองครั้งใหญ่ ตลอดจนจะมีการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง โดยไม่มีการละเว้น ซึ่งผมยืนยันว่าไม่ต้องกลัว เพราะถ้าเราได้รับโอกาสนี้จากประชาชน เราจะจัดการในเรื่องทุนเทา ธุรกิจเทา และการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเด็ดขาดแน่นอน
.
สุดท้ายนี้ ผมอยากบอกประชาชนว่า พรรคประชาชนเรายืนยันว่า เมื่อมีความบกพร่องเกิดขึ้น พรรคเราจะไม่เข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมใดๆ และจะไม่ยอมให้มีระบบสองมาตรฐานเกิดขึ้นอย่างแน่นอน นี่คือความแตกต่างระหว่างการเมืองในแบบที่ประชาชนต้องการเห็น กับการเมืองแบบดั้งเดิม ที่ประชาชนไม่ต้องการอีกแล้ว
.
การปราบทุนเทา การฟอกเงิน และคอร์รัปชั่น คือ สิ่งที่เราต้องการทำให้เกิดขึ้นจริง ต่อให้ต้องจัดการกับคนของตัวเอง ต้องเสียคะแนนนิยม หรือต้องเสียเปรียบทางการเมือง เราก็พร้อมที่จะยอมรับ พรรคประชาชนขอยืนยันว่า หากเราได้อำนาจจากประชาชนมา จะไม่มีใครได้รับอภิสิทธิ์ให้อยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่คนของพรรคประชาชนเอง ก็จะไม่มีการละเว้น