- 20 ม.ค. 2569
"เมศ เจ้าชายน้อย" ชี้แจงปมให้หน่วยงานรัฐ ช่วยดูแลเงินบริจาค "น้องบูม" เด็กสู้ชีวิตวัย 17 ปี หลังยอดทะลุ 1 ล้านบาท
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ ทางด้านเฟซบุ๊กเพจดัง เมศ เจ้าชายน้อย ออกมาแชร์เรื่องราวของ "น้องบูม" เด็กสู้ชีวิตวัย 17 ปี ที่อาศัยอยู่ห้องเช่าเพียงลำพังตั้งแต่ ม.1 ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงชีพและส่งตัวเองเรียน ปัจจุบัน น้องบูม อยู่ชั้น ม.5 แล้ว หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีผู้ใจบุญช่วยเหลือ บริจาคเงินยอดทะลุหลักล้าน
โดยทางด้าน เมศ เจ้าชายน้อย เผยถึงยอดบริจาค ระบุว่า... 1 วัน ทะลุ 1 ล้านบาท ขอปิดความช่วยเหลือครับ พี่เป็นสื่อกลางช่วยเราแล้วนะ เราขยัน อดทน เก่งมาก พี่ดีใจกับเราด้วยนะ พี่เมศ พอแล้วครับ ยังมีคนที่ลำบากกว่าผมอีก ผมฝากขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่ช่วยเหลือผมนะครับ จากเรื่องราวที่เมศลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือ น้องบูมเด็กคนนึงที่เช่าห้องอยู่ตัวคนเดียว ทำงานเลี้ยงชีพดูแลตัวเอง ที่หลายคนรับทราบจากหน้าสื่อออนไลน์ จนมีพลเมืองดีให้ความเป็นห่วงโทรมาสอบถามรายละเอียดเรื่องราวต่างๆ พร้อมหยิบยื่นความช่วยเหลือเข้าหาน้องมากมาย
เพียง 1 วันเท่านั้น ยอดเงินที่เข้าบัญชีน้องโดยตรง ทะลุเกิน 1 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้ทางหน่วยงานราชการโดยตรง ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.นนทบุรี จะเข้ามาดำเนินช่วยการดูแลเรื่องการเรียนของน้องและช่วยดูแลเรื่องเงินที่ทางพลเมืองดีส่งมาช่วยเหลือน้องทุกขั้นตอนต่อไป (เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องน้องบูมจะมีญาติพี่น้อง พ่อ แม่ เพิ่มเติม หรือจะมีใครมาขอเงินน้อง)
เบื้องต้นเมศได้เมศดำเนินการลบเลขบัญชีของน้องบูมออกจากหน้าสื่อเฟซบุ๊กของผมออกเรียบร้อยแล้วครับ เมศ ขอขอบคุณพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกคนที่ให้ความเป็นห่วงและติดตามเรื่องราวพร้อมหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้น้องนะครับ
ขอขอบคุณทางโรงเรียนที่เห็นความลำบาก มานะ ขยัน อดทนในตัวน้อง และส่งเรื่องมาเข้ามาให้ทางหน่วยงานราชการของจังหวัดนนทบุรีให้รับทราบ
ขอขอบคุณทางหน่วยงานของจังหวัดที่รับทราบเรื่องและไม่นิ่งนอนใจประสานงานความช่วยเหลือมาถึงผมเพื่อเข้าช่วยเหลือน้องและผมก็เป็นสื่อกลางในความช่วยเหลือในสื่อออนไลน์จนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ รับทราบเรื่องราวของน้อง
เมศขอขอบคุณพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกคนในสื่อออนไลน์ จากใจจริงครับ
ล่าสุด เมศ เจ้าชายน้อย พูดถึงเรื่องเงินบริจาค ระบุว่า
เมศคิดว่าสิ่งที่ผมทำไปมันถูกต้อง รอบคอบดีแล้ว ผมเป็นคนลงพื้นที่ผมเป็นคนนำเรื่องน้องมาลงสื่อออนไลน์ ผมต้องมองเรื่องความปลอดภัยของน้องเป็นหลักครับ หลังจากที่เมศลงเปิดความช่วยเหลือและแจ้งยอดเงินว่ามีจำนวน 1 ล้านกว่า และเมศปรึกษาหน่วยงานให้ช่วยดูแลเรื่องการเรียนแล้วช่วยดูแลเงินนั้น จนมีคนกลุ่มหนึ่งในใต้โพสต์มาคอมเมนต์ประมาณว่า...
"ทำไมไม่ให้เงินน้องดูแลเองเลย น้องโตแล้วทำไมต้องให้หน่วยงานดูแลด้วย ไว้ใจหน่วยงานหรอ" ประมาณนี้ (ลองไปหาอ่านเอาเอง) ในโพสต์นี้ https://www.facebook.com/share/p/1ZfvTje3Lu/
ขอชี้แจงเพิ่มเติมให้พลเมืองดีกลุ่มนึงที่แสดงความคิดเห็นว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่ผมให้หน่วยงานราชการเข้าช่วยมาดูแลการเรียนและการเงินครับ เงินทั้งหมดนี้เป็นเงินจากพลเมืองดีที่มีความตั้งใจให้น้องบูมเพื่อสร้างอนาคต เอาไว้เรียนต่อ น้อง อายุ 17 ปี ในตัวมีเงิน 1 ล้านกว่า คุณคิดว่าปลอดภัยสำหรับเด็กที่เรียน ม.5 ไหมครับ
ถ้าเงินทั้งหมดอยู่กับน้องคุณคิดว่าจากที่น้องมีชีวิตอยู่คนเดียว น้องจะมีญาติเพิ่มไหม คนหลายฝ่ายที่จะอ้างบุญคุณจะมาขอไหม ถึงแม้จะไม่ขอโดยตรงแต่ก็จะขอทางอ้อม ซึ่งน้องก็จะปฏิเสธไม่ได้ และถ้าเงินจำนวนทั้งหมดอยู่กับน้องแล้วมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาหาน้องจะทำยังไง
โดยผมปรึกษากับทางหน่วยงานแล้วว่า จะแบ่งเงินเป็น 2 ก้อน โดยก้อนใหม่ให้น้องไปเปิดบัญชีธนาคารใหม่โดยเป็นชื่อของน้องโดยตรง โดยสลักหลังบัญชีว่าสามารถเบิกถอนได้เมื่อไหร่ เพื่อเงินก้อนนี้จะไปทุนชีวิตในอนาคตเพื่อให้น้องศึกษาเรียนต่อในชั้น ป.ตรี ซึ่งหน่วยงานหรือใครก็ไม่สามารถเบิกเงินก้อนนี้ได้นอกจากตัวน้องคนเดียว และบัญชีนี้ทางหน่วยงานเป็นผู้ดูแลบัญชีนี้ให้น้องครับ
ส่วนที่เหลือทั้งหมดเมศให้น้องเก็บเอาไว้ใช้ส่วนตัวเพื่อให้น้องมีเงินเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวซึ่งก็พิจารณาแล้วก็มากเพียงพอให้กับน้องได้ดำรงชีวิต ผมช่วยเหลือคนมาปีนี้เข้าปีที่ 21 แล้วครับ ผมทราบดีว่าหลังจากที่ผมหันหลังกลับมา คนที่ช่วยเหลือเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่ป้องกันไว้ก่อน ผมไปช่วยเหลือเขาครับ ผมไม่ได้ไปทำเรื่องให้เขาเดือดร้อน
เพื่อความปลอดภัยในตัวน้องที่ผมเป็นคนลงไปช่วยเหลือและถ่ายทอดเรื่องราวด้วยตัวเอง และให้เงินทุกบาทของเพื่อนๆ มีค่ามากที่สุดสำหรับตัวน้อง ผมคิดว่าผมรอบคอบและทำถูกต้อง ทำดีที่สุดแล้วให้น้องแล้ว ส่วนพี่ๆ ที่ไม่เห็นด้วยผมต้องขออภัยที่ทำไม่ถูกใจพวกพี่ๆ ผมคิดว่าผมทำถูกต้องแล้ว ผมขอมองเรื่องความเหมาะสมความรอบคอบ และเพื่อความปลอดภัยของน้องก่อนครับ ขอบคุณครับ






